บริษัท บางกอกแร้นช์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.98
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5275 out_tok=2575 at=2026-07-25T11:47:12 -->
# BR Q2/2565 กำไรสุทธิฟื้นตัวแรง รับรายได้โต-ต้นทุนคุมได้ดีขึ้น
## รายได้จากการขายพุ่ง 26% หนุนกำไรสุทธิพลิกบวก 211% YoY ขณะที่ต้นทุนขายและ GPM ปรับตัวดีขึ้น
บริษัท บางกอกแร้นช์ จำกัด (มหาชน) หรือ BR รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 53 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 49 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 211% โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายจัดการยังคงเดินหน้าบริหารจัดการธุรกิจตามเป้าหมายท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BR ในไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 53 ล้านบาท (จากขาดทุน 49 ล้านบาท YoY) มาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 26% เป็น 2,078 ล้านบาท ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 16% เป็น 21% แม้ว่าจะมีรายการขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนในบริษัทย่อยและกลุ่มสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขายจำนวน 65 ล้านบาท แต่ก็ยังสามารถพลิกกลับมามีกำไรจากการดำเนินงานได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย 26% YoY เป็นผลมาจากการบริหารจัดการที่เหมาะสมและกลยุทธ์การขายที่มีประสิทธิภาพในช่วงสถานการณ์โรคระบาดที่ช่วยให้องค์กรบรรลุผลอย่างรวดเร็วและทันท่วงที ตามที่ฝ่ายจัดการระบุไว้ในเอกสาร นอกจากนี้ การที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นจาก 16% เป็น 21% บ่งชี้ว่าบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ หรือการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้น แม้ว่าเอกสารจะระบุว่าต้นทุนขายรวมและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้และ GPM ที่ดีขึ้นก็สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากภาพรวมธุรกิจที่ยังเป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากการบริหารจัดการที่เหมาะสมและกลยุทธ์การขายที่มีประสิทธิภาพในช่วงสถานการณ์โรคระบาด ได้ช่วยให้องค์กรบรรลุผลอย่างรวดเร็วและทันท่วงที ประกอบกับการที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น บ่งชี้ว่ามีโอกาสที่แนวโน้มเชิงบวกนี้จะสามารถดำเนินต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอก เช่น สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโลกที่ท้าทาย อัตราเงินเฟ้อ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงานที่ผันผวน รวมถึงต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น อาจเป็นแรงกดดันต่อผลประกอบการในอนาคตได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายเติบโต 26% YoY:** แตะ 2,078 ล้านบาท จาก 1,652 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2564
* **พลิกมีกำไรสุทธิ 53 ล้านบาท:** จากขาดทุน 49 ล้านบาท YoY คิดเป็นการเติบโต 211%
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่ง:** เพิ่มขึ้นจาก 16% เป็น 21%
* **ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น:** แต่ถูกชดเชยด้วยรายได้และ GPM ที่ดีขึ้น
* **รายการพิเศษกระทบกำไร:** มีขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุน 65 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท บางกอกแร้นช์ จำกัด (มหาชน) หรือ BR มีรายได้จากการขายรวม 2,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการที่เหมาะสมและกลยุทธ์การขายที่มีประสิทธิภาพ ในขณะที่ต้นทุนขายอยู่ที่ 1,645 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 433 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% YoY และทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นจาก 16% เป็น 21%
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 54% YoY เป็น 315 ล้านบาท และมีรายการขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนในบริษัทย่อยและกลุ่มสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขายจำนวน 65 ล้านบาท ทำให้กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 128 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงเดียวกันปีก่อน
เมื่อหักต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ กำไรสุทธิสำหรับงวดส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ อยู่ที่ 53 ล้านบาท พลิกกลับมามีกำไร จากที่ขาดทุน 49 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564
สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 4,156 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% YoY แต่กำไรสุทธิลดลงจาก 115 ล้านบาท เป็นขาดทุน 42 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้นและสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยากลำบาก
## โอกาส
* **การบริหารจัดการและกลยุทธ์การขายที่มีประสิทธิภาพ:** ช่วยให้องค์กรบรรลุผลอย่างรวดเร็วและทันท่วงที
* **การปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้น:** บ่งชี้ถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุนและ/หรือการปรับราคาขายที่เหมาะสม
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากสถานการณ์ต่างๆ คลี่คลาย อาจส่งผลดีต่อปริมาณการขายและราคาผลิตภัณฑ์
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสินค้าโภคภัณฑ์:** เป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิต
* **ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้น:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนรวมของธุรกิจ
* **สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ท้าทาย:** อัตราเงินเฟ้อสูง อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การระบาดของโรคไข้หวัดนกในต่างประเทศ:** ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในบางประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์
* **สงครามยูเครนและรัสเซีย:** ทำให้วัตถุดิบอาหารสัตว์ขาดแคลนและราคาสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และสินค้าโภคภัณฑ์:** จะส่งผลต่อต้นทุนขายและ GPM
* **การบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง:** เพื่อลดผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **สถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดนกในต่างประเทศ:** และผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัทย่อย
* **ผลกระทบจากสงครามยูเครนและรัสเซีย:** ต่อห่วงโซ่อุปทานและต้นทุน
* **กลยุทธ์การขายและการตลาด:** เพื่อรักษาการเติบโตของรายได้ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารระบุถึงราคาวัตถุดิบสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวมที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนขาย แต่การที่ GPM ปรับตัวดีขึ้น แสดงว่าบริษัทอาจมีการปรับราคาขาย หรือบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น
* **Volume:** รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 26% YoY บ่งชี้ถึงปริมาณการขายที่อาจเพิ่มขึ้น หรือการขายสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 16% เป็น 21% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อผลประกอบการ
* **ช่องทางขาย:** ฝ่ายจัดการระบุว่ากลยุทธ์การขายที่มีประสิทธิภาพช่วยให้บรรลุผลอย่างรวดเร็วและทันท่วงที แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดช่องทางขายที่ชัดเจน
* **สต็อก:** ไม่มีการกล่าวถึงข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกสินค้าคงค้างในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ไม่มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือสัดส่วนการส่งออกที่ชัดเจน
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่มีการกล่าวถึงปัจจัยฤดูกาลผลิตที่ส่งผลต่อผลประกอบการในงวดนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 10,591 ล้านบาท ลดลง 2% จากสิ้นปี 2564 สาเหตุหลักมาจากการคิดค่าเสื่อมราคาของอาคารและอุปกรณ์ และการใช้เงินสดเพื่อชำระคืนเงินกู้ยืม
หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,450 ล้านบาท ลดลง 5% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเงินกู้ยืม
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น 3% เป็น 4,141 ล้านบาท จากผลกำไรสำหรับงวด
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ที่ 0.95 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.71 เท่า ในสิ้นปี 2564 บ่งชี้ถึงสภาพคล่องที่ดีขึ้น
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.56 เท่า ลดลงจาก 1.68 เท่า ในสิ้นปี 2564 แสดงถึงการลดลงของภาระหนี้สิน
อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) อยู่ที่ 2.63 เท่า เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.47 เท่า ในสิ้นปี 2564
## สรุปท้าย
BR ในไตรมาส 2 ปี 2565 สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่งถึง 26% ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ดีขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น รวมถึงปัจจัยภายนอกอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการบริหารจัดการและกลยุทธ์การขายที่มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการในงวดนี้ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและสภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัทต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BR ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
2,051.08
ล้านบาท
↑ 7.3% YoY
กำไรขั้นต้น
425.58
ล้านบาท
↑ 24.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.75
%
กำไรสุทธิ
34.86
ล้านบาท
↑ 188.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.70
%
D/E Ratio
1.00
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,051
↑ + 7.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
426
↑ + 24.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
35
↑ + 188.1%
YoY
D/E Ratio
1.00
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.00
ROE (%)
2.93
ROA (%)
4.50
Book Value/หุ้น
5.48
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+121
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-144
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
120.51
-126.36%
|
-457.25
-373.07%
|
167.45
-173.76%
|
-227.01
-188.88%
|
255.42
+34.13%
|
190.43
+133.69%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-144.33
-212.92%
|
127.82
-74.73%
|
505.83
+1,123.58%
|
41.34
-159.45%
|
-69.54
+146.77%
|
-28.18
-90.96%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-88.46
-120.17%
|
438.63
-184.39%
|
-519.74
-249.82%
|
346.92
-205.10%
|
-330.10
+88.22%
|
-175.38
-180.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-149.30
-309.78%
|
71.17
-39.74%
|
118.10
-14.90%
|
138.78
-184.36%
|
-164.50
+1,163.44%
|
-13.02
-17.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
174.30
-15.20%
|
205.55
-62.08%
|
542.01
-15.69%
|
642.84
+139.87%
|
267.99
+20.19%
|
222.98
-58.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
192.02
+10.17%
|
174.30
-15.20%
|
205.55
-62.08%
|
542.01
-15.69%
|
642.84
+139.87%
|
267.99
+20.19%
|