บริษัท เบริล 8 พลัส จำกัด (มหาชน)
MAI ·
5.85
+0.35 (+6.36%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6105 out_tok=2472 at=2026-07-25T10:52:39 -->
# BE8 กำไรสุทธิ Q1/66 โต 5.22% รับแรงหนุนกำไรพิเศษจากการลงทุน
## รายได้โรงพยาบาลหดตัว 5.26% แต่รายได้อื่นพุ่งแรง 1,565% ดันกำไรสุทธิโต
บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 300.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.03% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 78.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.22% แม้รายได้จากกิจการโรงพยาบาลจะลดลง แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้อื่นจากการลงทุนในหุ้น KLINIQ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลกำไร
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี (แต่เอกสารนี้เป็นของ EKH ซึ่งเป็นกลุ่มโรงพยาบาล)
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ EKH ในไตรมาส 1/2566 เติบโต 5.22% มาจาก **"กำไรจากตราสารทุนที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไร"** จำนวน 28.80 ล้านบาท จากการลงทุนในบริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ KLINIQ ซึ่งเข้ามาช่วยชดเชยการลดลงของกำไรขั้นต้นจากธุรกิจโรงพยาบาล
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากกิจการโรงพยาบาลลดลง:** ในไตรมาส 1/2566 รายได้จากกิจการโรงพยาบาลอยู่ที่ 261.03 ล้านบาท ลดลง 5.26% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้จากผู้ป่วยในลดลง 3.67% และผู้ป่วยนอกลดลง 6.96% สาเหตุหลักมาจากการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 ทำให้สัดส่วนการเข้ารับการรักษาพยาบาลลดลง
* **กำไรขั้นต้นหดตัว:** จากรายได้โรงพยาบาลที่ลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 13.96% และอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงจาก 46.68% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 42.39% ในไตรมาสนี้
* **รายได้อื่นพุ่งสูง:** ในทางกลับกัน รายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 1,565.53% จาก 2.35 ล้านบาท เป็น 39.14 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกำไรจากการลงทุนในหุ้น KLINIQ จำนวน 28.80 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 34.53% เป็น 51.97 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนและค่าตอบแทนพนักงาน รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการตลาด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยหลักที่หนุนกำไรสุทธิในไตรมาสนี้คือ "กำไรจากตราสารทุน" ซึ่งเป็นรายการพิเศษจากการลงทุนใน KLINIQ ไม่ใช่รายได้จากการดำเนินงานหลักของธุรกิจโรงพยาบาล ดังนั้น การเติบโตของกำไรสุทธิในลักษณะนี้จึงมีโอกาสเป็นเพียงครั้งคราว และอาจไม่สามารถเกิดขึ้นต่อเนื่องในไตรมาสถัดไปได้ หากไม่มีการลงทุนใหม่หรือการปรับมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอีก
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/66 เติบโต 5.22%:** อยู่ที่ 78.34 ล้านบาท จาก 74.45 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q1/66 เพิ่มขึ้น 8.03%:** อยู่ที่ 300.17 ล้านบาท จาก 277.87 ล้านบาท
* **รายได้โรงพยาบาลลดลง 5.26%:** อยู่ที่ 261.03 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์โควิดคลี่คลาย
* **กำไรขั้นต้นลดลง 13.96%:** อยู่ที่ 110.65 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 42.39%
* **รายได้อื่นพุ่งสูง 1,565.53%:** อยู่ที่ 39.14 ล้านบาท จาก 2.35 ล้านบาท เป็นผลจากการลงทุนใน KLINIQ
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 34.53%:** อยู่ที่ 51.97 ล้านบาท จาก 38.63 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 300.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.03% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีกำไรสุทธิ 78.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.22% YoY แม้ว่ารายได้จากกิจการโรงพยาบาลจะปรับตัวลดลง 5.26% มาอยู่ที่ 261.03 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง ทำให้รายได้จากผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 13.96% และอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงจาก 46.68% เป็น 42.39% อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของรายได้อื่นถึง 1,565.53% มาอยู่ที่ 39.14 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลกำไรจากตราสารทุนที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรจากการลงทุนในหุ้น KLINIQ จำนวน 28.80 ล้านบาท ได้เข้ามาช่วยชดเชยการลดลงของกำไรขั้นต้น และส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมยังคงเติบโตได้เล็กน้อย ขณะที่อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 26.10% ลดลงเล็กน้อยจาก 26.79% ในปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้อื่น:** การลงทุนในหุ้น KLINIQ เป็นโอกาสในการสร้างรายได้พิเศษให้กับบริษัท
* **การฟื้นตัวของธุรกิจโรงพยาบาล:** เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง อาจส่งผลดีต่อการกลับมาใช้บริการโรงพยาบาลตามปกติ
* **การขยายบริการ:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุ แต่โดยทั่วไปธุรกิจโรงพยาบาลมักมีโอกาสในการขยายบริการทางการแพทย์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพารายได้พิเศษ:** การที่กำไรสุทธิเติบโตได้จากรายการพิเศษจากการลงทุน ทำให้มีความเสี่ยงหากไม่มีรายการดังกล่าวในอนาคต
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล:** ธุรกิจโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลรัฐและเอกชน
* **ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายทางการตลาดและค่าตอบแทนพนักงาน อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะยาว
* **การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โรคระบาด:** แม้สถานการณ์โควิดจะคลี่คลาย แต่การกลับมาระบาดอีกครั้งอาจส่งผลกระทบต่อรูปแบบการให้บริการและรายได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากกิจการโรงพยาบาล:** จะสามารถกลับมาเติบโตได้หรือไม่หลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลาย
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนกิจการโรงพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพื่อรักษาอัตรากำไร
* **ผลตอบแทนจากการลงทุนใน KLINIQ:** จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงในอนาคต และจะส่งผลต่อผลประกอบการอย่างไร
* **แผนการขยายธุรกิจหรือการลงทุนใหม่ๆ:** เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: โรงพยาบาล)
* **รายได้จากกิจการโรงพยาบาล:** ลดลง 5.26% โดยรายได้จากผู้ป่วยในลดลง 3.67% และผู้ป่วยนอกลดลง 6.96% สะท้อนถึงผลกระทบจากการลดลงของผู้ป่วยโควิด
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับลดลงจาก 46.68% เป็น 42.39% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากรายได้ที่ลดลงและต้นทุนที่อาจไม่ได้ลดลงในสัดส่วนที่เท่ากัน
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 34.53% โดยมีสัดส่วนต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก 13.90% เป็น 17.31% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดและค่าตอบแทนพนักงาน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,316.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.02% โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 734.09 ล้านบาท ลดลง 5.41% ขณะที่สินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนและไม่หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (190.16% และ 10.65% ตามลำดับ) ซึ่งสอดคล้องกับการลงทุนในตราสารทุน
หนี้สินรวมลดลง 3.62% อยู่ที่ 304.19 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 9.13% ส่วนใหญ่จากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น ขณะที่หนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 6.08% จากหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.10% อยู่ที่ 2,012.13 ล้านบาท เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรจากการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
แม้ว่าผลประกอบการไตรมาส 1/2566 ของ EKH จะแสดงการเติบโตของกำไรสุทธิ 5.22% แต่หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้มาจากรายการพิเศษจากการลงทุนในหุ้น KLINIQ ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราว ในขณะที่ธุรกิจโรงพยาบาลหลักยังคงเผชิญแรงกดดันจากรายได้ที่ลดลงและอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัว นักลงทุนจึงควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้จากกิจการโรงพยาบาลและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความสามารถในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BE8 ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
620.72
ล้านบาท
↓ 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น
135.75
ล้านบาท
↓ 15.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.87
%
กำไรสุทธิ
16.72
ล้านบาท
↓ 62.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.69
%
D/E Ratio
0.32
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
621
↓ -13.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
136
↓ -15.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
17
↓ -62.3%
YoY
D/E Ratio
0.32
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BE8
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.32
ROE (%)
1.97
ROA (%)
2.48
Book Value/หุ้น
10.37
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BE8
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+144
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-157
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BE8
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
143.77
-215.94%
|
-124.00
-431.37%
|
37.42
-29.66%
|
53.20
+94.44%
|
27.36
-58.00%
|
65.14
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-157.48
-1,053.85%
|
16.51
-4.29%
|
17.25
-115.07%
|
-114.45
+0.73%
|
-113.62
+30.33%
|
-87.18
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
80.95
-54.80%
|
179.11
+7,425.63%
|
2.38
-104.92%
|
-48.35
-112.67%
|
381.50
+211,844.44%
|
0.18
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
71.68
-3.84%
|
74.54
+33.61%
|
55.79
-150.76%
|
-109.90
-137.20%
|
295.42
-1,451.42%
|
-21.86
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
154.57
+0.04%
|
154.51
+25.94%
|
122.69
-59.29%
|
301.35
+4,981.79%
|
5.93
-78.66%
|
27.79
+218.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
141.89
-8.20%
|
154.57
+0.04%
|
154.51
+25.94%
|
122.69
-59.29%
|
301.35
+4,981.79%
|
5.93
-78.65%
|