บริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
0.03
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5296 out_tok=2252 at=2026-07-25T07:19:41 -->
# B จิสติกส์ Q3/2566 กำไรพุ่ง 587% รับรายได้ไฟฟ้า-ดอกเบี้ยหนุน
## รายได้รวมโต 65% จากการรับรู้รายได้บริษัทลูกด้านพลังงาน และรายได้ดอกเบี้ยจากการปล่อยกู้ ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ B รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกมีกำไรสุทธิ 37.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 587.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าของบริษัทย่อย และรายได้ดอกเบี้ยจากการปล่อยกู้ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงอย่างมากจากการขายบริษัทย่อยบางส่วน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ B ในไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตอย่างก้าวกระโดด มาจาก **การรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าของบริษัทย่อย "เดอะ เมกะวัตต์" และรายได้ดอกเบี้ยจากการปล่อยกู้** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 65.17% และพลิกจากขาดทุนเล็กน้อยในปีที่แล้วมาเป็นกำไรสุทธิจำนวนมาก
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **รายได้จากการขายไฟฟ้า:** บริษัท เดอะ เมกะวัตต์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ B ถือหุ้นในสัดส่วน 70.16% เริ่มรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าในไตรมาสนี้ จำนวน 40.28 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยใหม่ที่เข้ามาสนับสนุนรายได้ของกลุ่มบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ
2. **รายได้ดอกเบี้ย:** จากมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้เพิ่มวัตถุประสงค์ในการให้กู้ยืมแก่บุคคลภายนอก บริษัทสามารถสร้างรายได้ดอกเบี้ยจากการปล่อยกู้ได้ถึง 21.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 0.945 ล้านบาทในปีก่อน
3. **การลดลงของค่าใช้จ่ายบริหาร:** การขายบริษัท บียอนด์ แคปปิตอล จำกัด (บริษัทย่อย) ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงถึง 81.70% หรือ 18.19 ล้านบาท ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อกำไรสุทธิ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะรายได้จากการขายไฟฟ้าของ "เดอะ เมกะวัตต์" ซึ่งได้กลายเป็นบริษัทย่อยเต็มรูปแบบแล้ว คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม รายได้ดอกเบี้ยจากการปล่อยกู้ อาจมีความผันผวนขึ้นอยู่กับปริมาณการปล่อยกู้และอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ส่วนการลดลงของค่าใช้จ่ายบริหารจากการขายบริษัทย่อยนั้น เป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 587.48% YoY:** จาก 5.41 ล้านบาท เป็น 37.22 ล้านบาท
* **รายได้รวมเติบโต 65.17% YoY:** แตะ 97.99 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายไฟฟ้าเข้ามาเสริม:** บริษัท เดอะ เมกะวัตต์ จำกัด รับรู้รายได้ 40.28 ล้านบาท
* **รายได้ดอกเบี้ยก้าวกระโดด:** เพิ่มขึ้น 2,187.62% เป็น 21.61 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง 81.70%:** จากการขายบริษัทย่อย
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 190.99%:** จากการเข้าซื้อหุ้นบริษัทย่อย "เมกะวัตต์"
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 97.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีรายได้รวม 59.33 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าของบริษัทย่อย "เดอะ เมกะวัตต์" จำนวน 40.28 ล้านบาท และรายได้ดอกเบี้ยจากการปล่อยกู้ 21.61 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นเพียง 9.97% เป็น 61.73 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 81.70% ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 492.63% เป็น 37.38 ล้านบาท และกำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 37.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 587.48% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตจากธุรกิจพลังงาน:** การรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าของบริษัทย่อย "เดอะ เมกะวัตต์" เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และกำไรที่มั่นคงในระยะยาว
* **การขยายธุรกิจปล่อยกู้:** การมีวัตถุประสงค์ในการให้กู้ยืมแก่บุคคลภายนอก เปิดโอกาสในการสร้างรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มเติม
* **การเพิ่มทุนเพื่อขยายธุรกิจ:** การเพิ่มทุนผ่านการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (RO) จำนวนมาก ทำให้บริษัทมีฐานทุนที่แข็งแกร่งขึ้นเพื่อรองรับการลงทุนและขยายธุรกิจในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของรายได้ดอกเบี้ย:** รายได้ดอกเบี้ยอาจผันผวนตามสภาวะตลาดและปริมาณการปล่อยกู้
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** บริษัทมีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะดอกเบี้ยหุ้นกู้และเงินกู้ยืมอื่นๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำไรหากรายได้ไม่เติบโตตาม
* **การพึ่งพารายได้จากบริษัทย่อย:** การที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากบริษัทย่อยด้านพลังงาน อาจทำให้เกิดความเสี่ยงหากธุรกิจดังกล่าวประสบปัญหา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลการดำเนินงานของ "เดอะ เมกะวัตต์":** ติดตามรายได้และกำไรจากการขายไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด
* **ทิศทางดอกเบี้ยและปริมาณการปล่อยกู้:** ประเมินศักยภาพการสร้างรายได้ดอกเบี้ยในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** จับตาการบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนดอกเบี้ยของบริษัท
* **การใช้เงินทุนจากการเพิ่มทุน:** ติดตามแผนการลงทุนและการใช้เงินทุนที่ได้จากการเพิ่มทุนเพื่อสร้างการเติบโต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการให้บริการ:** แม้เอกสารจะระบุรายได้จากการให้บริการ 52.22 ล้านบาท แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดว่ามาจากธุรกิจหลักด้านโลจิสติกส์เดิมหรือไม่ โดยส่วนใหญ่ถูกชดเชยด้วยรายได้จากไฟฟ้าและดอกเบี้ย
* **ต้นทุนการให้บริการ:** เพิ่มขึ้น 26.17% เป็น 37.09 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **การบริหารจัดการสาขา/Capacity/Utilization:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลในส่วนนี้โดยตรง แต่การรับรู้รายได้จาก "เดอะ เมกะวัตต์" บ่งชี้ถึงการมี Capacity ในธุรกิจพลังงานแล้ว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 7,023.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมาก 190.99% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 642.60% เป็น 1,785.20 ล้านบาท และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 141.03% เป็น 5,237.84 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ส่วนใหญ่มาจากการเข้าซื้อหุ้นบริษัทย่อย "เดอะ เมกะวัตต์" ซึ่งส่งผลให้มีเงินให้กู้ยืมระยะสั้นและดอกเบี้ยค้างรับแก่กิจการอื่น 878.45 ล้านบาท และที่ดินอาคารและอุปกรณ์ รวมถึงค่าความนิยมที่เพิ่มขึ้น
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 1,006.21% เป็น 2,720.67 ล้านบาท โดยมีหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นถึง 1,740.94% เป็น 1,858.86 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินของกลุ่มบริษัท "เดอะ เมกะวัตต์" จำนวน 1,713 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 98.49% เป็น 4,302.37 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนผ่านการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (RO) จำนวนมาก
## สรุปท้าย
B จิสติกส์ พลิกเกมในไตรมาส 3 ปี 2566 ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างโดดเด่น 587.48% จากการเสริมทัพด้วยรายได้ธุรกิจพลังงานของบริษัทย่อย "เดอะ เมกะวัตต์" และการสร้างรายได้ดอกเบี้ยจากการปล่อยกู้ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ แม้ฐานะการเงินจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจากการเข้าซื้อบริษัทย่อยและการเพิ่มทุน แต่การมีกระแสเงินสดจากธุรกิจใหม่และโครงสร้างทุนที่แข็งแกร่งขึ้น ถือเป็นโอกาสในการต่อยอดการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและความสามารถในการสร้างรายได้จากธุรกิจหลักอย่างต่อเนื่อง.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ B ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
236.38
ล้านบาท
↑ 109.3% YoY
กำไรขั้นต้น
50.93
ล้านบาท
↑ 11% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.55
%
กำไรสุทธิ
-348.33
ล้านบาท
↓ 1602.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-147.36
%
D/E Ratio
0.51
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
236
↑ + 109.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
51
↑ + 11%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-348
↓ -1602.1%
YoY
D/E Ratio
0.51
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — B
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.51
ROE (%)
-13.82
ROA (%)
-9.82
Book Value/หุ้น
0.38
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — B
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-33
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+57
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — B
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-33.06
+21.45%
|
-27.22
-92.68%
|
-371.79
-229.30%
|
287.53
+61.51%
|
178.03
-931.14%
|
-21.42
+23.03%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
57.00
-134.23%
|
-166.51
-116.77%
|
992.63
-27.27%
|
1,364.75
+235.32%
|
407.00
-282.21%
|
-223.37
+43.87%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-5.17
-105.10%
|
101.29
-107.58%
|
-1,335.94
-26.19%
|
-1,810.03
+198.92%
|
-605.52
+2,643.63%
|
-22.07
-113.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
21.07
-122.09%
|
-95.39
-86.66%
|
-715.11
+353.29%
|
-157.76
+670.31%
|
-20.48
-94.48%
|
-371.29
+2,061.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
10.35
+30.52%
|
7.93
+21.25%
|
6.54
-66.82%
|
19.71
+208.45%
|
6.39
-97.16%
|
225.36
-30.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
72.71
+602.51%
|
10.35
+30.52%
|
7.93
+21.25%
|
6.54
-66.82%
|
19.71
+208.45%
|
6.39
-97.16%
|