บริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
0.03
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5134 out_tok=2457 at=2026-07-25T11:29:45 -->
B จิสติกส์ พลิกขาดทุน Q3/64 สู่กำไร 11.18 ล้านบาท รับรายได้พิเศษหนุน-ต้นทุนบริการลด
**รายได้รวมวูบ 24% แต่กำไรสุทธิโต 173% จากการขายสินทรัพย์และลงทุนเพิ่ม**
บริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ B รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 11.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 173% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 15.33 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลง 24% มาอยู่ที่ 79.60 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากกำไรจากการขายทรัพย์สินถาวรและสิทธิการเช่าท่าเรือ รวมถึงการลงทุนเพิ่มในบริษัทย่อย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ B พลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไรในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การรับรู้กำไรพิเศษจากการขายทรัพย์สินถาวรและสิทธิการเช่าท่าเรือ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้อื่นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการลดลงของต้นทุนการให้บริการ**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ในไตรมาส 3/2564 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการลดลงถึง 49% มาอยู่ที่ 52.10 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเลิกประกอบธุรกิจท่าเรือ และผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ต่อธุรกิจขนส่ง อย่างไรก็ตาม บริษัทได้บันทึก **กำไรจากการขายทรัพย์สินถาวรและสิทธิการเช่าท่าเรือจำนวน 1.57 ล้านบาท และมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้นถึง 783% เป็น 25.65 ล้านบาท** ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกำไรจากการลงทุนที่บริษัทได้เข้าไปลงทุน ส่งผลให้รายได้รวมแม้จะลดลง แต่ก็มีปัจจัยบวกจากรายการพิเศษเข้ามาช่วย
ในด้านค่าใช้จ่าย บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนการให้บริการได้ดี โดยลดลงถึง 56% มาอยู่ที่ 41.87 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับเพิ่มขึ้น 59% เป็น 30.29 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายในการขายท่าเรือ
การพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 11.18 ล้านบาทนี้ มาจากการที่กำไรจากการดำเนินงานและกำไรจากการลงทุนที่บริษัทเข้าไปลงทุน สามารถชดเชยผลกระทบจากการลดลงของรายได้หลักจากการให้บริการได้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** โดยกำไรที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้ส่วนใหญ่มาจากรายการพิเศษ ได้แก่ กำไรจากการขายทรัพย์สินและสิทธิการเช่าท่าเรือ รวมถึงกำไรจากการลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจไม่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในทุกไตรมาส แม้ว่าบริษัทจะมีการขยายการลงทุนเพิ่มในบริษัทย่อย ซึ่งอาจสร้างรายได้ในอนาคต แต่ผลประกอบการหลักจากการให้บริการยังคงเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 และการปรับโครงสร้างธุรกิจ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก:** บริษัทมีกำไรสุทธิ 11.18 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2564 เทียบกับขาดทุน 15.33 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมหดตัว:** รายได้จากการให้บริการลดลง 49% เหลือ 52.10 ล้านบาท จากการเลิกธุรกิจท่าเรือและผลกระทบโควิด-19
* **กำไรพิเศษหนุน:** รับรู้กำไรจากการขายทรัพย์สินและสิทธิการเช่าท่าเรือ 1.57 ล้านบาท และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 783% เป็น 25.65 ล้านบาท
* **ต้นทุนบริการลดลง:** ต้นทุนการให้บริการลดลง 56% เหลือ 41.87 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 59% เป็น 30.29 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการขายท่าเรือ
* **ส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่ม:** เพิ่มขึ้น 79.83% เป็น 1,123.23 ล้านบาท จากการออกหุ้นเพิ่มทุน Private Placement (PP) 128 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการให้บริการรวม 52.10 ล้านบาท ลดลง 49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้ดอกเบี้ย 0.27 ล้านบาท กำไรจากการขายทรัพย์สินถาวรและสิทธิการเช่าท่าเรือ 1.57 ล้านบาท และรายได้อื่น 25.65 ล้านบาท ทำให้มีรายได้รวมทั้งสิ้น 79.60 ล้านบาท ลดลง 24% จาก 104.68 ล้านบาทในปีก่อน
ต้นทุนการให้บริการลดลง 56% มาอยู่ที่ 41.87 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 59% เป็น 30.29 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินลดลง 48% เหลือ 1.83 ล้านบาท ส่งผลให้รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 73.98 ล้านบาท ลดลง 37%
ทั้งนี้ บริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 อยู่ที่ 11.18 ล้านบาท พลิกกลับมามีกำไร จากที่ขาดทุน 15.33 ล้านบาทในปีก่อน คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 173% โดยมี EBITDA อยู่ที่ 136.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 7.03 ล้านบาทที่ขาดทุนในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 301.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.25% จาก 273.33 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีปัจจัยหนุนจากกำไรจากการขายทรัพย์สินถาวรและสิทธิการเช่าท่าเรือ 110.51 ล้านบาท บริษัทมีกำไรสุทธิ 109.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 441.2% จากที่ขาดทุน 32.05 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การลงทุนในบริษัทย่อย:** การขยายการลงทุนเพิ่มในบริษัท เดอะ เมกะวัตต์ จำกัด, บริษัท โซลูชั่นมอเตอร์ส จำกัด และ บริษัท เทพฤทธา จำกัด อาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และผลกำไรในอนาคต
* **การปรับโครงสร้างธุรกิจ:** การเลิกประกอบธุรกิจท่าเรือบางส่วน อาจช่วยให้บริษัทมุ่งเน้นธุรกิจหลักที่มีศักยภาพมากขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของรายได้จากการให้บริการ:** รายได้หลักยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจ
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ความไม่แน่นอนของกำไรพิเศษ:** กำไรที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้ส่วนใหญ่มาจากรายการพิเศษ ซึ่งอาจไม่สามารถคาดการณ์ได้ในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้จากการให้บริการหลักในไตรมาสถัดไป
* ผลประกอบการของบริษัทย่อยที่บริษัทได้เข้าไปลงทุนเพิ่ม
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารให้มีประสิทธิภาพ
* ความคืบหน้าในการปรับโครงสร้างธุรกิจและการดำเนินงานในส่วนที่ยังคงอยู่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการให้บริการ:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 49% เป็น 52.10 ล้านบาท สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจจากการเลิกประกอบธุรกิจท่าเรือ และผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่มีต่อธุรกิจขนส่ง
* **ต้นทุนการให้บริการ:** ลดลง 56% เป็น 41.87 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง แสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ปรับตัวตามปริมาณงาน
* **รายได้อื่นและกำไรพิเศษ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทพลิกกลับมามีกำไร โดยเฉพาะกำไรจากการขายทรัพย์สินและสิทธิการเช่าท่าเรือ รวมถึงกำไรจากการลงทุนในบริษัทย่อย
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 59% เป็น 30.29 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายในการขายท่าเรือ ซึ่งเป็นรายการที่อาจไม่เกิดขึ้นต่อเนื่อง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,294.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.16% จาก 936.73 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 65.78% เป็น 1,091.24 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการขยายการลงทุนในบริษัทย่อย
หนี้สินรวมลดลง 45.24% เหลือ 170.93 ล้านบาท จาก 312.14 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 55.77% ซึ่งเป็นผลมาจากการจำหน่ายท่าเรือบางปะกง ทำให้ภาระผูกพันค่าเช่าสิ้นสุดลง
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 79.83% เป็น 1,123.23 ล้านบาท จาก 624.59 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการออกและจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุนแบบ Private Placement (PP) จำนวน 192 ล้านหุ้น มูลค่า 128 ล้านบาท
## สรุปท้าย
บริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน) ในไตรมาส 3 ปี 2564 สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 11.18 ล้านบาท จากการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์และสิทธิการเช่าท่าเรือ รวมถึงการลงทุนที่เพิ่มขึ้น แม้ว่ารายได้หลักจากการให้บริการจะยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอก อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของส่วนผู้ถือหุ้นจากการเพิ่มทุน PP และการบริหารจัดการต้นทุนการให้บริการที่ลดลง เป็นสัญญาณบวกที่ต้องติดตามควบคู่ไปกับความเสี่ยงจากความผันผวนของรายได้และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ B ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
236.38
ล้านบาท
↑ 109.3% YoY
กำไรขั้นต้น
50.93
ล้านบาท
↑ 11% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.55
%
กำไรสุทธิ
-348.33
ล้านบาท
↓ 1602.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-147.36
%
D/E Ratio
0.51
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
236
↑ + 109.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
51
↑ + 11%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-348
↓ -1602.1%
YoY
D/E Ratio
0.51
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — B
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.51
ROE (%)
-13.82
ROA (%)
-9.82
Book Value/หุ้น
0.38
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — B
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-33
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+57
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — B
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-33.06
+21.45%
|
-27.22
-92.68%
|
-371.79
-229.30%
|
287.53
+61.51%
|
178.03
-931.14%
|
-21.42
+23.03%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
57.00
-134.23%
|
-166.51
-116.77%
|
992.63
-27.27%
|
1,364.75
+235.32%
|
407.00
-282.21%
|
-223.37
+43.87%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-5.17
-105.10%
|
101.29
-107.58%
|
-1,335.94
-26.19%
|
-1,810.03
+198.92%
|
-605.52
+2,643.63%
|
-22.07
-113.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
21.07
-122.09%
|
-95.39
-86.66%
|
-715.11
+353.29%
|
-157.76
+670.31%
|
-20.48
-94.48%
|
-371.29
+2,061.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
10.35
+30.52%
|
7.93
+21.25%
|
6.54
-66.82%
|
19.71
+208.45%
|
6.39
-97.16%
|
225.36
-30.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
72.71
+602.51%
|
10.35
+30.52%
|
7.93
+21.25%
|
6.54
-66.82%
|
19.71
+208.45%
|
6.39
-97.16%
|