บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน)
MAI · อาหารและเครื่องดื่ม
4.64
0.06 (1.28%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12315 out_tok=2688 at=2026-07-25T07:18:54 -->
# AU กำไรสุทธิ Q3/66 พุ่ง 59% รับยอดขายร้านขนมโต-บริหารต้นทุนดี
## รายได้-กำไรโตต่อเนื่องจาก SSSG และการขยายสาขา ขณะที่ GPM ปรับขึ้นจากสัดส่วนร้านขนมที่สูงขึ้น
บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ AU รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขาย 338 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% YoY และกำไรสุทธิ 54 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 59% YoY โดยปัจจัยหลักมาจากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AU ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายร้านขนมหวานและเครื่องดื่ม** ซึ่งขยายตัวถึง 44% YoY คิดเป็นมูลค่า 300 ล้านบาท และ **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การเติบโตของรายได้:** มาจากปัจจัยหลัก 3 ประการ ได้แก่
* **ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่เติบโตโดดเด่น:** โดยในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 23.0% เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 17.7% ในไตรมาสก่อนหน้า และสูงกว่า 122.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน (ซึ่งเป็นช่วงฐานต่ำจากการฟื้นตัวหลังโควิด) แสดงถึงความต้องการสินค้าที่ยังคงแข็งแกร่ง
* **การขยายสาขา:** จำนวนสาขาร้านอาฟเตอร์ยูเพิ่มขึ้นจาก 44 สาขาใน Q3/65 เป็น 59 สาขาใน Q3/66 หรือเพิ่มขึ้น 34.1% ซึ่งช่วยเพิ่มฐานรายได้โดยรวม
* **การกลับมาของนักท่องเที่ยว:** จำนวนกลุ่มลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 12% YoY ช่วยหนุนยอดขาย
* **การเปิดตัวเมนูใหม่:** ขนมปังเปียกปูนกะทิสด ได้รับการตอบรับที่ดี ช่วยเพิ่มรายได้ในไตรมาสนี้
* **การบริหารต้นทุนและ GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับเพิ่มขึ้นจาก 64.6% ใน Q3/65 เป็น 66.0% ใน Q3/66 และ 63.2% เป็น 64.8% ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2566 สาเหตุหลักมาจากการ **เติบโตของสัดส่วนรายได้จากร้านขนมหวานที่เพิ่มขึ้น** ซึ่งมี GPM สูงกว่าธุรกิจอื่น และ **ความสามารถในการบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ** รวมถึง **Economy of scale** จากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยสนับสนุน ได้แก่
* **แนวโน้ม SSSG:** แม้จะลดลงจากฐานที่สูงในปีก่อน แต่ตัวเลข 23.0% ในไตรมาสนี้ยังคงแข็งแกร่ง แสดงถึงความนิยมของแบรนด์ที่ยังคงอยู่
* **แผนการขยายสาขา:** บริษัทยังคงเดินหน้าขยายสาขาทั้งร้านขนมหวาน After You, ร้านลูกก๊อ (Luggaw) และร้านกาแฟมิกก้า (Mikka Cafe) อย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนเปิดสาขา After You เพิ่มอีก 2 สาขาใน Q4/66 และมีแผนขยายสาขาในต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง และแฟรนไชส์ใน CLMV ช่วงเมษายน 2567 ซึ่งจะช่วยเพิ่มฐานรายได้ในระยะยาว
* **การบริหารต้นทุน:** บริษัทแสดงความสามารถในการบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง
* **การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว:** ตลาดธุรกิจบริการร้านอาหารไทยคาดการณ์ว่าจะเติบโตต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหนุนจากการกลับมาของนักท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม **EBITDA margin** ปรับลดลงเล็กน้อย (0.2% YoY ใน Q3/66) เนื่องจากค่าใช้จ่ายสาขาและพนักงานเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้ ซึ่งเป็นจุดที่ต้องจับตาว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการได้ดีเพียงใดในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/66 เติบโต 37% YoY** แตะ 338 ล้านบาท และ 9 เดือนแรกโต 34% YoY แตะ 900 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ Q3/66 พุ่ง 59% YoY** แตะ 54 ล้านบาท และ 9 เดือนแรกโต 60% YoY แตะ 131 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับเพิ่มขึ้น** เป็น 66.0% ใน Q3/66 จาก 64.6% ใน Q3/65 และ 64.8% ใน 9 เดือนแรกปี 2566 จาก 63.2% ในปีก่อน
* **ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) แข็งแกร่ง** อยู่ที่ 23.0% ใน Q3/66
* **จำนวนสาขาเพิ่มขึ้น 34.1%** เป็น 59 สาขา ณ สิ้น Q3/66
* **แผนขยายสาขาต่อเนื่อง** ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเปิดตัวเมนูใหม่และช่องทางจำหน่ายใหม่ (ตู้จำหน่ายอัตโนมัติ, Pop-up store)
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ AU รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขาย 338 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% YoY และกำไรสุทธิ 54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% YoY สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 มีรายได้ 900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% YoY และกำไรสุทธิ 131 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% YoY อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอยู่ที่ 66.0% ใน Q3/66 และ 64.8% ใน 9 เดือนแรกปี 2566 ขณะที่ EBITDA margin ปรับลดลงเล็กน้อย
## โอกาส
* **การเติบโตของ SSSG:** แสดงถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความต้องการสินค้าที่ยังคงสูง
* **การขยายสาขา:** แผนการเปิดสาขาใหม่ทั้งในประเทศ (After You, Luggaw, Mikka) และต่างประเทศ (ฮ่องกง, CLMV) จะช่วยเพิ่มฐานรายได้และกระจายความเสี่ยง
* **การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว:** เป็นปัจจัยบวกต่อยอดขาย โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางใหม่:** การเปิดตัวเมนูใหม่, ตู้จำหน่ายอัตโนมัติ, และ Pop-up store ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและสร้างรายได้
* **การบริหารต้นทุนและ Economy of Scale:** ความสามารถในการบริหารต้นทุนและปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นช่วยหนุน GPM
## ความเสี่ยง
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย:** สอดคล้องกับการขยายสาขา แต่ต้องบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพเพื่อไม่ให้กระทบต่อกำไรสุทธิ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มมีการแข่งขันสูง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันจะบริหารจัดการได้ดี แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
* **ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ:** กำลังซื้อของผู้บริโภคอาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้ม SSSG ในไตรมาสถัดไป:** จะยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้หรือไม่
* **ผลตอบรับจากการขยายสาขาใหม่:** ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะแผนแฟรนไชส์ใน CLMV
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย เพื่อควบคุม EBITDA margin
* **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และช่องทางจำหน่าย:** จะสามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมได้มากน้อยเพียงใด
* **การเปลี่ยนแปลงของกำลังซื้อผู้บริโภค:** ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ไม่ได้ระบุถึงความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลัก แต่ GPM ที่ดีขึ้นสะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีและสัดส่วนรายได้จากสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง
* **Volume:** ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่เติบโตสูงถึง 23.0% และการเพิ่มขึ้นของจำนวนสาขา (Volume) เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก
* **GPM:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการเติบโตของสัดส่วนรายได้จากร้านขนมหวาน
* **ช่องทางขาย:** นอกเหนือจากสาขาหลัก ยังมีการขยายช่องทางผ่านตู้จำหน่ายอัตโนมัติ, Pop-up store, และ After You Marketplace
* **สต็อก:** ไม่มีการกล่าวถึงประเด็นสต็อกสินค้า
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีการขยายสาขาในฮ่องกง และแผนแฟรนไชส์ใน CLMV ซึ่งจะเริ่มมีผลต่อรายได้ในอนาคต
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุถึงฤดูกาลผลิตที่ชัดเจนสำหรับธุรกิจขนมหวาน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,316 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดลดลงจากการจ่ายปันผล แต่สินทรัพย์หมุนเวียนและสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 380 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.3% จากสิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่มาจากหนี้สินตามสัญญาเช่า ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 936 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% จากการบันทึกกำไรสะสมที่มากกว่าการจ่ายปันผล บริษัทฯ ไม่มีเงินกู้ยืมที่มีดอกเบี้ย มีเพียงต้นทุนทางการเงินที่เกิดจากสัญญาเช่า
## สรุปท้าย
AU โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตถึง 59% YoY จากการขับเคลื่อนของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่แข็งแกร่งและการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนที่ยอดเยี่ยมส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้น แม้ EBITDA margin จะถูกกดดันเล็กน้อยจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัว แต่ด้วยแผนการเติบโตทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางใหม่ๆ ทำให้ AU ยังคงมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในอนาคต โดยนักลงทุนควรจับตาการรักษาโมเมนตัม SSSG และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AU ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
416.99
ล้านบาท
↓ 6.2% YoY
กำไรขั้นต้น
238.30
ล้านบาท
↓ 14.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
57.15
%
กำไรสุทธิ
34.05
ล้านบาท
↓ 60.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.17
%
D/E Ratio
0.47
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
417
↓ -6.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
238
↓ -14.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
34
↓ -60.4%
YoY
D/E Ratio
0.47
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AU
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.47
ROE (%)
19.06
ROA (%)
17.34
Book Value/หุ้น
1.33
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AU
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-65
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-148
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AU
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-64.80
-60.65%
|
-164.67
+106.61%
|
-79.70
+10.13%
|
-72.37
+338.34%
|
-16.51
-126.70%
|
61.83
-27.07%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-148.45
-27.48%
|
-204.69
+67.61%
|
-122.12
+51.16%
|
-80.79
+917.51%
|
-7.94
-93.80%
|
-128.01
+71.62%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
319.77
+43.15%
|
223.38
+33.89%
|
166.84
+575.74%
|
24.69
-65.37%
|
71.30
-515.74%
|
-17.15
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
107.83
-173.79%
|
-146.13
+317.04%
|
-35.04
-72.95%
|
-129.54
-378.82%
|
46.46
-155.69%
|
-83.42
-921.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
245.29
+52.48%
|
160.87
-7.90%
|
174.66
+8.16%
|
161.49
+11.32%
|
145.07
+72.85%
|
83.93
+34.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
389.73
+58.89%
|
245.29
+52.48%
|
160.87
-7.90%
|
174.66
+8.16%
|
161.49
+11.32%
|
145.07
+72.85%
|