บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน)
MAI · อาหารและเครื่องดื่ม
4.64
0.06 (1.28%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9351 out_tok=2844 at=2026-07-25T10:48:47 -->
AU กำไรสุทธิพุ่ง 127% ใน Q1/66 รับอานิสงส์รายได้ร้านขนมหวานฟื้นตัว
รายได้และกำไรสุทธิของ AU เติบโตโดดเด่นในไตรมาสแรกปี 2566 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของยอดขายในร้าน (Dine-in) และการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AU ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายร้านขนมหวานและเครื่องดื่ม ควบคู่ไปกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนสาขา** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้และกำไรเติบโตมาจากหลายส่วนประกอบกัน เริ่มจากการที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลายลง ทำให้ลูกค้ากลับมารับประทานอาหารในร้าน (Dine-in) มากขึ้น ส่งผลให้ยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) เติบโตถึง 20.5% จาก 8.9% ในปีก่อนหน้า นอกจากนี้ การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนสาขาเพิ่มขึ้นจาก 39 สาขา เป็น 53 สาขา (เพิ่มขึ้น 35.9%) ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันรายได้รวมให้สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายได้จากร้านขนมหวานและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้หลัก (86.5%) มีการเติบโตถึง 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
การที่สัดส่วนรายได้จากร้านขนมหวานเพิ่มขึ้นนี้ ยังส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดย GPM ในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 63.6% เพิ่มขึ้นจาก 60.6% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากร้านขนมหวานมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่ารายได้จากการขายสินค้าผ่านบริการส่งอาหาร (Delivery) และซื้อกลับบ้าน (Take home) ประกอบกับการบริหารค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวมลดลงจาก 19.9% เหลือ 17.2% ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 127% มาอยู่ที่ 34 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 7.5% เป็น 12.7%
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือ การที่ฝ่ายจัดการมีแผนขยายสาขาร้านขนมหวาน After You อย่างต่อเนื่อง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เช่น ระยอง รวมถึงการเปิดสาขาที่ 2 ในฮ่องกง และการเซ็นสัญญากับแฟรนไชส์ซีในกลุ่ม CLMV นอกจากนี้ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น White Chocolate Cheese Pie และผลิตภัณฑ์ตามฤดูกาลอย่างมะยงชิด รวมถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยว 25 ล้านคนในปี 2566 ล้วนเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 33% YoY:** อยู่ที่ 264 ล้านบาท จาก 198 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิพุ่ง 127% YoY:** อยู่ที่ 34 ล้านบาท จาก 15 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น:** จาก 60.6% เป็น 63.6% เนื่องจากสัดส่วนรายได้จากร้านขนมหวานที่สูงกว่า
* **ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เติบโตโดดเด่น:** เพิ่มขึ้นเป็น 20.5% จาก 8.9% ในปีก่อน
* **จำนวนสาขาเพิ่มขึ้น 35.9%:** จาก 39 สาขา เป็น 53 สาขา
* **แผนขยายสาขาต่อเนื่อง:** ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการขยายแบรนด์ใหม่ เช่น Luggaw และ Mikka Cafe
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ AU รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายรวม 264 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 20.5% ประกอบกับการขยายจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้นถึง 35.9% ทำให้มีจำนวนสาขารวมทั้งสิ้น 53 สาขา
กำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 40% YoY อยู่ที่ 168 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นจาก 60.6% เป็น 63.6% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนรายได้จากร้านขายขนมหวาน ซึ่งมี GPM สูงกว่าช่องทาง Delivery และ Take-home
EBITDA เติบโต 38% YoY อยู่ที่ 80 ล้านบาท และ EBITDA margin อยู่ที่ 30.0% เพิ่มขึ้น 1.0% จากปีก่อนหน้า
กำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 127% YoY อยู่ที่ 34 ล้านบาท จาก 15 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 7.5% เป็น 12.7% ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้รวมที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายรวม และการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
* **การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง:** ทั้งแบรนด์ After You, Luggaw และ Mikka Cafe ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จะช่วยเพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้าและสร้างการเติบโตในระยะยาว
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** การเปิดสาขาที่ 2 ในฮ่องกง และแผนขยายแฟรนไชส์ในกลุ่ม CLMV จะช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้จากตลาดใหม่
* **การออกผลิตภัณฑ์ใหม่:** การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์และตามฤดูกาล จะช่วยดึงดูดลูกค้าและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง
* **การเติบโตของช่องทางออนไลน์และ Delivery:** แม้ GPM จะต่ำกว่าหน้าร้าน แต่ยังคงเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงลูกค้า
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจร้านขนมหวานและเครื่องดื่มมีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์ในประเทศและต่างประเทศ
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** ราคาวัตถุดิบบางชนิดอาจมีความผันผวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** ความต้องการและรสนิยมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป อาจส่งผลต่อความนิยมในผลิตภัณฑ์
* **ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ:** ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **อัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG):** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ความคืบหน้าในการขยายสาขา:** ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงแบรนด์ใหม่ Luggaw และ Mikka Cafe
* **ผลตอบรับของผลิตภัณฑ์ใหม่:** โดยเฉพาะ White Chocolate Cheese Pie และผลิตภัณฑ์ตามฤดูกาล
* **การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** จะส่งผลต่อยอดขายในสาขาที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวมากน้อยเพียงใด
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ AU ซึ่งดำเนินธุรกิจร้านขนมหวานและเบเกอรี่ ได้แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก **การเติบโตของรายได้จากร้านขนมหวานและเครื่องดื่มที่เพิ่มขึ้นถึง 38% YoY** ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ลูกค้ากลับมารับประทานในร้านมากขึ้น (Dine-in) ประกอบกับการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 35.9% ทำให้ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) พุ่งสูงถึง 20.5%
การที่สัดส่วนรายได้จากร้านขนมหวานเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 63.6%** เนื่องจากร้านขนมหวานมี GPM สูงกว่าช่องทาง Delivery และ Take-home ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มของกลุ่มธุรกิจอาหารที่มักจะให้ความสำคัญกับ GPM ของช่องทางขายหลัก
แม้ว่ารายได้จากการขายและการจัดงานนอกสถานที่จะลดลง 27% YoY เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากการเปิดบูธชั่วคราวเป็นการเปิดสาขาถาวรแทน แต่รายได้จากค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์กลับเติบโตได้ดีถึง 67% YoY สะท้อนถึงการขยายตัวของเครือข่ายแฟรนไชส์ โดยเฉพาะ Mikka Cafe ที่มีจำนวนสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในด้านค่าใช้จ่าย ฝ่ายจัดการได้บริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย และค่าใช้จ่ายในการบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวมลดลงจาก 19.9% เหลือ 17.2% ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย ทำให้ **กำไรสุทธิเติบโตถึง 127% YoY** และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 12.7%
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ เช่น การเปิดสาขาที่ 2 ในฮ่องกง และการขยายแฟรนไชส์ในกลุ่ม CLMV ซึ่งเป็นการกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว รวมถึงการพัฒนาแบรนด์ใหม่ๆ เช่น Luggaw ที่เน้นผลิตภัณฑ์จากผลไม้ไทยเพื่อตอบรับเทรนด์สุขภาพ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,260 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.7% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 57 ล้านบาท จากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นและการขายสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น ในขณะที่สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นลดลง 47 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 299 ล้านบาท ลดลง 7.7% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลงจากการจ่ายโบนัสค้างจ่ายและเจ้าหนี้การค้า และหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลงจากการชำระหนี้สินตามสัญญาเช่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 961 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2566 โดยบริษัทฯ ไม่มีเงินกู้ยืมที่มีดอกเบี้ย
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 ของ AU เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การฟื้นตัวของยอดขายในร้านขนมหวานและการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้และกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมกับอัตรากำไรที่ปรับตัวดีขึ้น แม้จะมีความเสี่ยงจากการแข่งขันและต้นทุนวัตถุดิบ แต่แผนการขยายสาขาในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไปที่น่าจับตา
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AU ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
416.99
ล้านบาท
↓ 6.2% YoY
กำไรขั้นต้น
238.30
ล้านบาท
↓ 14.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
57.15
%
กำไรสุทธิ
34.05
ล้านบาท
↓ 60.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.17
%
D/E Ratio
0.47
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
417
↓ -6.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
238
↓ -14.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
34
↓ -60.4%
YoY
D/E Ratio
0.47
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AU
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.47
ROE (%)
19.06
ROA (%)
17.34
Book Value/หุ้น
1.33
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AU
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-65
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-148
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AU
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-64.80
-60.65%
|
-164.67
+106.61%
|
-79.70
+10.13%
|
-72.37
+338.34%
|
-16.51
-126.70%
|
61.83
-27.07%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-148.45
-27.48%
|
-204.69
+67.61%
|
-122.12
+51.16%
|
-80.79
+917.51%
|
-7.94
-93.80%
|
-128.01
+71.62%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
319.77
+43.15%
|
223.38
+33.89%
|
166.84
+575.74%
|
24.69
-65.37%
|
71.30
-515.74%
|
-17.15
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
107.83
-173.79%
|
-146.13
+317.04%
|
-35.04
-72.95%
|
-129.54
-378.82%
|
46.46
-155.69%
|
-83.42
-921.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
245.29
+52.48%
|
160.87
-7.90%
|
174.66
+8.16%
|
161.49
+11.32%
|
145.07
+72.85%
|
83.93
+34.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
389.73
+58.89%
|
245.29
+52.48%
|
160.87
-7.90%
|
174.66
+8.16%
|
161.49
+11.32%
|
145.07
+72.85%
|