บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
2.40
0.02 (0.83%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจาก รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 จากไตรมาสเดียวกันของปี 2563 เนื่องจากปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 3,661 ล้านบาท เป็น 4,162 ล้านบาท
รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 214 ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมจัดการจัดจําหน่ายหุ้นกู้/หุ้นสามัญ รายได้ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน ค่านายทะเบียนและค่าธรรมเนียมการบริหารกองทุนรวม
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4226 out_tok=1999 at=2026-07-25T07:47:14 -->
# ASP กำไรสุทธิ Q4/2565 ลดลง 5% YoY รับปริมาณซื้อขายหลักทรัพย์วูบ
## รายได้รวมทรงตัว แต่ค่าธรรมเนียม-ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมหนุน ชดเชยค่านายหน้าหลักทรัพย์ที่หดตัว
บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASP รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 190.43 ล้านบาท ลดลง 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่การลดลงของรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นปัจจัยกดดันสำคัญ ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเช่นกัน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ ASP ในไตรมาส 4 ปี 2565 ปรับลดลง 5% YoY มาอยู่ที่ 190.43 ล้านบาท มาจาก **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์** ซึ่งหดตัวถึง 37% YoY แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้น 28% YoY และรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 32% YoY ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันของบริษัทลดลงอย่างมาก** จาก 3,309 ล้านบาท ในไตรมาส 4 ปี 2564 มาอยู่ที่ 2,177 ล้านบาท ในไตรมาส 4 ปี 2565 ส่งผลโดยตรงต่อรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ในทางกลับกัน รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้นนั้น มาจากการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมการประสานงานและการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ส่วนรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น เกิดจากทั้งจำนวนเงินให้กู้ยืมที่สูงขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้ค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจะเติบโตได้ดี แต่ปัจจัยหลักที่กดดันกำไรคือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผันผวนตามสภาวะตลาดโดยรวม การที่ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนเกี่ยวกับปริมาณการซื้อขายในอนาคต ทำให้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าการลดลงนี้จะเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวหรือจะส่งผลกระทบต่อเนื่องในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิไตรมาส 4/2565 อยู่ที่ 190.43 ล้านบาท ลดลง 5% YoY** จาก 200.53 ล้านบาท ในปีก่อน
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.6% YoY** จาก 720.64 ล้านบาท เป็น 731.94 ล้านบาท
* **รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ลดลง 37% YoY** จาก 257.23 ล้านบาท เป็น 161.87 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้น 28% YoY** จาก 271.80 ล้านบาท เป็น 346.64 ล้านบาท หนุนโดยรายได้ค่าธรรมเนียมการประสานงานและการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์
* **ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 32% YoY** จาก 65.95 ล้านบาท เป็น 87.18 ล้านบาท จากจำนวนเงินให้กู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 5% YoY** จาก 467.89 ล้านบาท เป็น 493.42 ล้านบาท หลักๆ มาจากค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับผลประกอบการทั้งปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 479.27 ล้านบาท ลดลง 51% YoY จาก 978.36 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์, รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ, และกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่ลดลง ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น ในส่วนของค่าใช้จ่ายลดลง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานที่ลดลงสอดคล้องกับรายได้รวม
## โอกาส
* การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ โดยเฉพาะจากธุรกิจการประสานงานและการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ แสดงถึงความสามารถในการสร้างรายได้จากธุรกิจที่ปรึกษาและวาณิชธนกิจ
* การเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ สะท้อนถึงการขยายตัวของธุรกิจมาร์จิ้นโลน และได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์:** เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ค่านายหน้า ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท
* **การแข่งขันในธุรกิจหลักทรัพย์:** ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์มีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตราค่านายหน้า
* **สภาวะตลาดทุน:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภายในประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและปริมาณการซื้อขาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ในไตรมาสถัดไป
* การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ โดยเฉพาะจากธุรกิจวาณิชธนกิจ
* การบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน
* ทิศทางอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์
* ผลกระทบจากความผันผวนของตลาดทุนต่อกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในไตรมาส 4 ปี 2565 ASP เผชิญกับแรงกดดันจากปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลง ส่งผลให้รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้บางส่วนจากการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ โดยเฉพาะจากธุรกิจวาณิชธนกิจ (การประสานงานและการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์) ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการกระจายแหล่งรายได้ นอกจากนี้ รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ยังคงเติบโตได้ดี สะท้อนถึงการขยายตัวของธุรกิจมาร์จิ้นโลน และได้รับอานิสงส์จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
ในส่วนของค่าใช้จ่ายรวมมีการปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยมีปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาตลอดทั้งปี 2565 ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานกลับลดลง ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางรายได้รวมที่ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยเฉพาะในส่วน MD&A ของไตรมาส 4 ปี 2565 จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
ASP ในไตรมาส 4 ปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ค่านายหน้าหลัก แม้ว่ารายได้ค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจะเติบโตได้ดี แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด ทำให้กำไรสุทธิปรับลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน ความสามารถในการสร้างรายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจและการขยายตัวของธุรกิจมาร์จิ้นโลนเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตา ขณะที่ความผันผวนของตลาดทุนยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
476.85
ล้านบาท
↓ 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น
490.02
ล้านบาท
↓ 6.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
102.76
%
กำไรสุทธิ
17.08
ล้านบาท
↓ 72.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.58
%
D/E Ratio
0.95
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
477
↓ -9.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
490
↓ -6.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
17
↓ -72.9%
YoY
D/E Ratio
0.95
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.95
ROE (%)
4.05
ROA (%)
3.08
Book Value/หุ้น
2.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-224
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+127
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2561 | 2560 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-223.67
-23.36%
|
-291.85
-94.28%
|
-5,104.96
|
— | — | — |
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
127.08
-35.64%
|
197.44
-47.01%
|
372.62
|
— | — | — |
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-986.20
+90.35%
|
-518.09
-113.58%
|
3,816.22
|
— | — | — |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,082.78
+76.77%
|
-612.52
-33.14%
|
-916.15
|
— | — | — |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
975.19
+40.70%
|
693.08
-25.10%
|
925.37
-14.78%
|
— | — | — |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
995.12
+2.04%
|
975.19
+40.70%
|
693.08
-25.10%
|
— | — | — |