ASP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
ASP
บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
2.34
+0.02 (+0.86%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจาก รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 จากไตรมาสเดียวกันของปี 2563 เนื่องจากปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 3,661 ล้านบาท เป็น 4,162 ล้านบาท รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 214 ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมจัดการจัดจําหน่ายหุ้นกู้/หุ้นสามัญ รายได้ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน ค่านายทะเบียนและค่าธรรมเนียมการบริหารกองทุนรวม

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6030 out_tok=2499 at=2026-07-25T10:33:50 --> # CPALL กำไร Q3/2565 พุ่ง 146% รับอานิสงส์โลตัสส์-แม็คโครหนุน-เศรษฐกิจฟื้น ## รายได้รวม-กำไรสุทธิโตแรง YoY รับการรวมงบโลตัสส์-เศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 3,677 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 146.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 213,808 ล้านบาท เติบโต 64.0% ปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศ ประกอบกับการรับรู้รายได้เต็มปีจากธุรกิจโลตัสส์ และผลประกอบการที่ดีของธุรกิจแม็คโคร ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: ธุรกิจค้าปลีก / อาหารและเครื่องดื่ม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ CPALL ในไตรมาส 3 ปี 2565 ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 146.3% YoY คือ **การฟื้นตัวของผลประกอบการในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ได้รับปัจจัยบวกจากการเปิดประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจ ประกอบกับการรับรู้รายได้เต็มปีของธุรกิจโลตัสส์ และผลประกอบการที่ดีของธุรกิจแม็คโคร** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 64.0% และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 71.7% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้รวมมาจากหลายปัจจัยสนับสนุนหลัก ได้แก่: * **ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ:** มีรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 32.6% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการยกเลิกมาตรการควบคุม COVID-19 การกระตุ้นเศรษฐกิจ และการบริโภคภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงกลยุทธ์ O2O ที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า ยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันเพิ่มขึ้น 22.1% YoY * **การรวมธุรกิจโลตัสส์:** ส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการของธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ * **ธุรกิจแม็คโคร:** มีการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่ดีขึ้น นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ในภาพรวมปรับเพิ่มขึ้นจาก 21.0% เป็น 21.8% YoY เนื่องจากการบริหารต้นทุนขายสินค้าและต้นทุนการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับกลยุทธ์ด้านสินค้าของธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่เน้นบริหารอัตรากำไรขั้นต้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมเพิ่มขึ้น 57.7% YoY ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรวมธุรกิจโลตัสส์เข้ามา โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าสาธารณูปโภค แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายนี้ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าการเติบโตของรายได้รวม ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าในปี 2565 บริษัทฯ จะสามารถสร้างการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการได้ต่อเนื่อง จากยอดขายจากร้านสาขาใหม่และร้านเดิมที่สอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การบริโภคภายในประเทศ และอัตราเงินเฟ้อ แม้จะยังคงต้องติดตามปัจจัยลบจากราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่อาจกระทบกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่การลงทุนขยายสาขาใหม่และการปรับปรุงร้านเดิม รวมถึงการพัฒนาช่องทาง O2O จะยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/2565 พุ่ง 146.3% YoY แตะ 3,677 ล้านบาท** จาก 1,493 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวม Q3/2565 โต 64.0% YoY แตะ 213,808 ล้านบาท** จาก 130,382 ล้านบาทในปีก่อน * **อัตรากำไรขั้นต้นรวมเพิ่มเป็น 21.8%** จาก 21.0% YoY จากการบริหารต้นทุนและกลยุทธ์สินค้า * **ธุรกิจร้านสะดวกซื้อยอดขายเฉลี่ยต่อร้านเดิมโต 22.1% YoY** รับเศรษฐกิจฟื้นตัวและการยกเลิกมาตรการ COVID-19 * **วางแผนลงทุน 11,500–12,000 ล้านบาทในปี 2565** เพื่อเปิดสาขาใหม่ 700 สาขา ปรับปรุงร้านเดิม และโครงการอื่นๆ ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 213,808 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.0% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากการเติบโตของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค (โลตัสส์) และธุรกิจแม็คโคร กำไรขั้นต้นจากการขายและบริการเท่ากับ 45,188 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.7% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 21.8% จาก 21.0% YoY ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมอยู่ที่ 41,916 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.7% YoY ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรวมธุรกิจโลตัสส์ ทำให้กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 115.5% YoY เป็น 9,560 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 146.3% YoY เป็น 3,677 ล้านบาท สำหรับผลการดำเนินงานงวดเก้าเดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 627,195 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.2% YoY และมีกำไรสุทธิ 10,134 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.3% YoY ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศ:** เป็นปัจจัยบวกหลักที่สนับสนุนการเติบโตของทุกธุรกิจ * **การรวมธุรกิจโลตัสส์:** ช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้และกำไรจากธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค * **กลยุทธ์ O2O:** การผสานช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เช่น 7-Eleven Delivery, All Online และ 24Shopping ยังคงตอบสนองความต้องการลูกค้าและสร้างรายได้ส่วนเพิ่ม * **การขยายเครือข่ายสาขา:** การเปิดร้านสาขาใหม่ต่อเนื่องตามการขยายตัวของชุมชน แหล่งท่องเที่ยว และทำเลที่มีศักยภาพ * **การบริหารต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้น:** การบริหารจัดการต้นทุนขายและต้นทุนการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับกลยุทธ์สินค้าเพื่อเพิ่มอัตรากำไร ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อ:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค * **การปรับขึ้นของราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์:** กระทบต่อต้นทุนสินค้า ค่าขนส่ง และค่าครองชีพ * **การแข่งขันในอุตสาหกรรมค้าปลีก:** ยังคงมีการแข่งขันสูงในทุกกลุ่มธุรกิจ * **ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน:** การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายท่ามกลางแรงกดดันจากหลายปัจจัย ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มการเติบโตของยอดขายจากร้านสาขาเดิมและสาขาใหม่ในไตรมาสถัดไป * ผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค * ความคืบหน้าในการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายของทุกกลุ่มธุรกิจ * การเติบโตของรายได้จากช่องทาง O2O และการตอบรับของลูกค้า * แผนการลงทุนและการขยายสาขาในปี 2566 ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจค้าปลีก / อาหารและเครื่องดื่ม) **ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ:** ในไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ 90,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.6% YoY ยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันอยู่ที่ 76,612 บาท และยอดขายเฉลี่ยของร้านสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 22.1% YoY อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 27.6% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 27.4% YoY กำไรสุทธิของธุรกิจร้านสะดวกซื้ออยู่ที่ 3,109 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81.7% YoY **ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค (โลตัสส์):** มีการรับรู้รายได้เข้ามาเต็มปี ส่งผลให้สัดส่วนรายได้ของกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นเป็น 52% ของรายได้รวมก่อนหักรายการระหว่างกัน **ธุรกิจแม็คโคร:** มีการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่ดีขึ้น **สัดส่วนรายได้และกำไร:** ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 ธุรกิจร้านสะดวกซื้อและอื่นๆ มีสัดส่วนรายได้ 48% และกำไรก่อนหักรายการระหว่างกัน 65% ขณะที่ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคมีสัดส่วนรายได้ 52% และกำไรก่อนหักรายการระหว่างกัน 35% ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสาร MD&A ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง อย่างไรก็ตาม มีการระบุแผนการลงทุนในปี 2565 ที่คาดว่าจะใช้งบประมาณ 11,500–12,000 ล้านบาท ครอบคลุมการเปิดร้านสาขาใหม่ การปรับปรุงร้านเดิม โครงการใหม่ ศูนย์กระจายสินค้า และสินทรัพย์ถาวร ## สรุปท้าย CPALL โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 แข็งแกร่ง กำไรสุทธิพุ่ง 146.3% YoY รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การบริโภคภายในประเทศ การรวมธุรกิจโลตัสส์ และผลงานที่ดีของแม็คโคร แม้ต้นทุนการดำเนินงานจะปรับสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น โอกาสในการเติบโตยังคงมีต่อเนื่องจากการขยายสาขาและกลยุทธ์ O2O แต่ยังคงต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและราคาพลังงานที่อาจกระทบกำลังซื้อในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
476.85 ล้านบาท
↓ 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น
490.02 ล้านบาท
↓ 6.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
102.76 %
กำไรสุทธิ
17.08 ล้านบาท
↓ 72.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.58 %
D/E Ratio
0.95
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
477
↓ -9.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
490
↓ -6.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
17
↓ -72.9% YoY
D/E Ratio
0.95

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
476.85
-9.12%
524.69
+1.79%
515.44
-27.19%
707.90
-0.40%
710.77
+153.73%
280.13
-16.78%
กำไรขั้นต้น —
490.02
-6.27%
522.82
+6.85%
489.28
-23.04%
635.79
+2.07%
622.86
+2.18%
609.59
+82.41%
ค่าใช้จ่ายรวม —
341.92
-0.17%
342.51
+18.21%
289.76
-15.05%
341.11
+4.32%
326.98
-15.47%
386.83
+37.21%
กำไรสุทธิ —
17.08
-72.89%
62.99
-5.23%
66.46
+123.01%
-288.84
-244.04%
200.53
+53.65%
130.51
+58.78%
กำไรต่อหุ้น —
0.01
-74.19%
0.03
-3.13%
0.03
+122.86%
-0.14
-244.33%
0.10
+53.97%
0.06
+57.50%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
102.76
+3.13%
99.64
+4.97%
94.92
+5.69%
89.81
+2.49%
87.63
-59.73%
217.61
+119.19%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
71.70
+9.83%
65.28
+16.12%
56.22
+16.66%
48.19
+4.76%
46.00
-66.69%
138.09
+64.88%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
3.58
-70.19%
12.01
-6.83%
12.89
+131.59%
-40.80
-244.63%
28.21
-39.45%
46.59
+90.79%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
+100.00%
ROE(%) —
4.05
-44.29%
7.27
-12.93%
8.35
-14.09%
9.72
-51.42%
20.01
+127.13%
8.81
+17.94%
ROA(%) —
3.08
-31.86%
4.52
+2.49%
4.41
-6.57%
4.72
-56.34%
10.81
+47.88%
7.31
+90.36%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.95
-34.48%
1.45
-22.46%
1.87
-19.05%
2.31
+17.86%
1.96
+104.17%
0.96
-53.62%
P/E —
16.99
+23.03%
13.81
+22.86%
11.24
-12.32%
12.82
+59.65%
8.03
-35.40%
12.43
+2.39%
P/BV —
0.87
-15.53%
1.03
-16.94%
1.24
-7.46%
1.34
-10.67%
1.50
+51.52%
0.99
+23.75%
BV —
2.33
+1.75%
2.29
+0.44%
2.28
+2.24%
2.23
-3.04%
2.30
+4.07%
2.21
+2.31%
YIELD(%) —
7.70
+0.92%
7.63
+8.38%
7.04
-47.54%
13.42
+158.08%
5.20
-12.75%
5.96
-48.13%
ราคาหุ้น —
2.02
-14.41%
2.36
-16.90%
2.84
-4.70%
2.98
-13.87%
3.46
+58.72%
2.18
+25.29%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.95
ROE (%)
4.05
ROA (%)
3.08
Book Value/หุ้น
2.41

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
8,282.70
-24.61%
10,986.51
-15.55%
13,036.75
-12.91%
15,524.89
+13.14%
13,705.48
+63.83%
8,372.08
+52.35%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,000.70
-2.49%
1,026.22
-2.12%
1,021.20
-11.97%
1,160.02
+11.62%
1,039.23
+2.47%
1,010.74
+21.01%
รวมสินทรัพย์ —
9,283.40
-22.72%
12,012.72
-14.55%
14,057.95
-12.84%
16,684.91
+13.03%
14,744.71
+57.20%
9,382.82
+48.22%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
4,086.83
-27.93%
5,670.91
-25.55%
7,617.40
-17.74%
9,772.32
+5.24%
9,269.10
+123.56%
4,150.23
+173.32%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
439.02
-69.42%
1,435.86
-7.22%
1,547.65
-22.37%
2,038.04
+316.52%
489.31
+10.55%
442.60
+165.37%
รวมหนี้สิน —
4,525.85
-36.32%
7,106.77
-22.46%
9,165.06
-18.56%
11,810.36
+20.82%
9,758.41
+112.66%
4,592.84
+172.53%
รวมส่วนของเจ้าของ —
4,757.55
-3.02%
4,905.95
+0.27%
4,892.89
+0.38%
4,874.55
-2.24%
4,986.31
+4.07%
4,789.99
+3.12%
D/E —
0.95
1.45
1.87
2.42
1.96
0.96
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
4.05
7.27
8.35
9.72
20.01
8.81
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
3.08
4.52
4.41
4.72
10.81
7.31
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
1.99
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.26
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-224
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+127
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2561 2560
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-223.67
-23.36%
-291.85
-94.28%
-5,104.96
— — —
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
127.08
-35.64%
197.44
-47.01%
372.62
— — —
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-986.20
+90.35%
-518.09
-113.58%
3,816.22
— — —
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-1,082.78
+76.77%
-612.52
-33.14%
-916.15
— — —
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
975.19
+40.70%
693.08
-25.10%
925.37
-14.78%
— — —
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
995.12
+2.04%
975.19
+40.70%
693.08
-25.10%
— — —