บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
2.40
0.02 (0.83%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจาก รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 จากไตรมาสเดียวกันของปี 2563 เนื่องจากปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 3,661 ล้านบาท เป็น 4,162 ล้านบาท
รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 214 ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมจัดการจัดจําหน่ายหุ้นกู้/หุ้นสามัญ รายได้ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน ค่านายทะเบียนและค่าธรรมเนียมการบริหารกองทุนรวม
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6030 out_tok=2499 at=2026-07-25T10:33:50 -->
# CPALL กำไร Q3/2565 พุ่ง 146% รับอานิสงส์โลตัสส์-แม็คโครหนุน-เศรษฐกิจฟื้น
## รายได้รวม-กำไรสุทธิโตแรง YoY รับการรวมงบโลตัสส์-เศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 3,677 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 146.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 213,808 ล้านบาท เติบโต 64.0% ปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศ ประกอบกับการรับรู้รายได้เต็มปีจากธุรกิจโลตัสส์ และผลประกอบการที่ดีของธุรกิจแม็คโคร
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: ธุรกิจค้าปลีก / อาหารและเครื่องดื่ม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ CPALL ในไตรมาส 3 ปี 2565 ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 146.3% YoY คือ **การฟื้นตัวของผลประกอบการในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ได้รับปัจจัยบวกจากการเปิดประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจ ประกอบกับการรับรู้รายได้เต็มปีของธุรกิจโลตัสส์ และผลประกอบการที่ดีของธุรกิจแม็คโคร** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 64.0% และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 71.7%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้รวมมาจากหลายปัจจัยสนับสนุนหลัก ได้แก่:
* **ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ:** มีรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 32.6% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการยกเลิกมาตรการควบคุม COVID-19 การกระตุ้นเศรษฐกิจ และการบริโภคภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงกลยุทธ์ O2O ที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า ยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันเพิ่มขึ้น 22.1% YoY
* **การรวมธุรกิจโลตัสส์:** ส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการของธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
* **ธุรกิจแม็คโคร:** มีการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ในภาพรวมปรับเพิ่มขึ้นจาก 21.0% เป็น 21.8% YoY เนื่องจากการบริหารต้นทุนขายสินค้าและต้นทุนการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับกลยุทธ์ด้านสินค้าของธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่เน้นบริหารอัตรากำไรขั้นต้น
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมเพิ่มขึ้น 57.7% YoY ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรวมธุรกิจโลตัสส์เข้ามา โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าสาธารณูปโภค แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายนี้ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าการเติบโตของรายได้รวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าในปี 2565 บริษัทฯ จะสามารถสร้างการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการได้ต่อเนื่อง จากยอดขายจากร้านสาขาใหม่และร้านเดิมที่สอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การบริโภคภายในประเทศ และอัตราเงินเฟ้อ แม้จะยังคงต้องติดตามปัจจัยลบจากราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่อาจกระทบกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่การลงทุนขยายสาขาใหม่และการปรับปรุงร้านเดิม รวมถึงการพัฒนาช่องทาง O2O จะยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 พุ่ง 146.3% YoY แตะ 3,677 ล้านบาท** จาก 1,493 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q3/2565 โต 64.0% YoY แตะ 213,808 ล้านบาท** จาก 130,382 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมเพิ่มเป็น 21.8%** จาก 21.0% YoY จากการบริหารต้นทุนและกลยุทธ์สินค้า
* **ธุรกิจร้านสะดวกซื้อยอดขายเฉลี่ยต่อร้านเดิมโต 22.1% YoY** รับเศรษฐกิจฟื้นตัวและการยกเลิกมาตรการ COVID-19
* **วางแผนลงทุน 11,500–12,000 ล้านบาทในปี 2565** เพื่อเปิดสาขาใหม่ 700 สาขา ปรับปรุงร้านเดิม และโครงการอื่นๆ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 213,808 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.0% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากการเติบโตของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค (โลตัสส์) และธุรกิจแม็คโคร กำไรขั้นต้นจากการขายและบริการเท่ากับ 45,188 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.7% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 21.8% จาก 21.0% YoY ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมอยู่ที่ 41,916 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.7% YoY ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรวมธุรกิจโลตัสส์ ทำให้กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 115.5% YoY เป็น 9,560 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 146.3% YoY เป็น 3,677 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงานงวดเก้าเดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 627,195 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.2% YoY และมีกำไรสุทธิ 10,134 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.3% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศ:** เป็นปัจจัยบวกหลักที่สนับสนุนการเติบโตของทุกธุรกิจ
* **การรวมธุรกิจโลตัสส์:** ช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้และกำไรจากธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค
* **กลยุทธ์ O2O:** การผสานช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เช่น 7-Eleven Delivery, All Online และ 24Shopping ยังคงตอบสนองความต้องการลูกค้าและสร้างรายได้ส่วนเพิ่ม
* **การขยายเครือข่ายสาขา:** การเปิดร้านสาขาใหม่ต่อเนื่องตามการขยายตัวของชุมชน แหล่งท่องเที่ยว และทำเลที่มีศักยภาพ
* **การบริหารต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้น:** การบริหารจัดการต้นทุนขายและต้นทุนการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับกลยุทธ์สินค้าเพื่อเพิ่มอัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อ:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การปรับขึ้นของราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์:** กระทบต่อต้นทุนสินค้า ค่าขนส่ง และค่าครองชีพ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมค้าปลีก:** ยังคงมีการแข่งขันสูงในทุกกลุ่มธุรกิจ
* **ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน:** การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายท่ามกลางแรงกดดันจากหลายปัจจัย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของยอดขายจากร้านสาขาเดิมและสาขาใหม่ในไตรมาสถัดไป
* ผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* ความคืบหน้าในการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายของทุกกลุ่มธุรกิจ
* การเติบโตของรายได้จากช่องทาง O2O และการตอบรับของลูกค้า
* แผนการลงทุนและการขยายสาขาในปี 2566
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจค้าปลีก / อาหารและเครื่องดื่ม)
**ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ:** ในไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ 90,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.6% YoY ยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันอยู่ที่ 76,612 บาท และยอดขายเฉลี่ยของร้านสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 22.1% YoY อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 27.6% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 27.4% YoY กำไรสุทธิของธุรกิจร้านสะดวกซื้ออยู่ที่ 3,109 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81.7% YoY
**ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค (โลตัสส์):** มีการรับรู้รายได้เข้ามาเต็มปี ส่งผลให้สัดส่วนรายได้ของกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นเป็น 52% ของรายได้รวมก่อนหักรายการระหว่างกัน
**ธุรกิจแม็คโคร:** มีการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่ดีขึ้น
**สัดส่วนรายได้และกำไร:** ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 ธุรกิจร้านสะดวกซื้อและอื่นๆ มีสัดส่วนรายได้ 48% และกำไรก่อนหักรายการระหว่างกัน 65% ขณะที่ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคมีสัดส่วนรายได้ 52% และกำไรก่อนหักรายการระหว่างกัน 35%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง อย่างไรก็ตาม มีการระบุแผนการลงทุนในปี 2565 ที่คาดว่าจะใช้งบประมาณ 11,500–12,000 ล้านบาท ครอบคลุมการเปิดร้านสาขาใหม่ การปรับปรุงร้านเดิม โครงการใหม่ ศูนย์กระจายสินค้า และสินทรัพย์ถาวร
## สรุปท้าย
CPALL โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 แข็งแกร่ง กำไรสุทธิพุ่ง 146.3% YoY รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การบริโภคภายในประเทศ การรวมธุรกิจโลตัสส์ และผลงานที่ดีของแม็คโคร แม้ต้นทุนการดำเนินงานจะปรับสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น โอกาสในการเติบโตยังคงมีต่อเนื่องจากการขยายสาขาและกลยุทธ์ O2O แต่ยังคงต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและราคาพลังงานที่อาจกระทบกำลังซื้อในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
476.85
ล้านบาท
↓ 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น
490.02
ล้านบาท
↓ 6.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
102.76
%
กำไรสุทธิ
17.08
ล้านบาท
↓ 72.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.58
%
D/E Ratio
0.95
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
477
↓ -9.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
490
↓ -6.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
17
↓ -72.9%
YoY
D/E Ratio
0.95
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.95
ROE (%)
4.05
ROA (%)
3.08
Book Value/หุ้น
2.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-224
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+127
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2561 | 2560 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-223.67
-23.36%
|
-291.85
-94.28%
|
-5,104.96
|
— | — | — |
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
127.08
-35.64%
|
197.44
-47.01%
|
372.62
|
— | — | — |
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-986.20
+90.35%
|
-518.09
-113.58%
|
3,816.22
|
— | — | — |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,082.78
+76.77%
|
-612.52
-33.14%
|
-916.15
|
— | — | — |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
975.19
+40.70%
|
693.08
-25.10%
|
925.37
-14.78%
|
— | — | — |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
995.12
+2.04%
|
975.19
+40.70%
|
693.08
-25.10%
|
— | — | — |