บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
2.40
0.02 (0.83%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจาก รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 จากไตรมาสเดียวกันของปี 2563 เนื่องจากปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 3,661 ล้านบาท เป็น 4,162 ล้านบาท
รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 214 ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมจัดการจัดจําหน่ายหุ้นกู้/หุ้นสามัญ รายได้ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน ค่านายทะเบียนและค่าธรรมเนียมการบริหารกองทุนรวม
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3731 out_tok=2327 at=2026-07-25T11:18:59 -->
# ASP กำไร Q1/2565 ดิ่ง 58% สวนทางดอกเบี้ยเงินกู้มาร์จิ้นพุ่ง
## รายได้รวมหด 37% รับปริมาณเทรดวูบ-กำไรลงทุนวูบ ขณะที่ต้นทุนลดตาม
บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 146.22 ล้านบาท ลดลงถึง 58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 349.58 ล้านบาท โดยรายได้รวมหดตัว 37% เป็นผลจากปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และการลดลงของกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน แม้ว่าดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ ASP ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 58% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การลดลงอย่างมากของรายได้จากค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และกำไร/ขาดทุนจากเครื่องมือทางการเงิน** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดรั้งรายได้รวมให้ลดลงถึง 37% แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ลดลง 26%**: สาเหตุหลักมาจากการที่ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันของบริษัทลดลงจาก 4,405 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2564 มาอยู่ที่ 3,654 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2565 ซึ่งสะท้อนถึงภาวะตลาดที่ผันผวนและนักลงทุนที่ชะลอการซื้อขาย
* **กำไรและผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงินลดลงอย่างมาก**: รายการนี้ลดลงถึง 179.68 ล้านบาท หรือคิดเป็นการลดลงกว่า 83% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของขาดทุนจากเงินลงทุนของบริษัท ซึ่งบ่งชี้ถึงสภาวะตลาดทุนที่อาจไม่เอื้ออำนวยต่อการลงทุนในช่วงดังกล่าว
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 37%**: การลดลงนี้ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน ค่าธรรมเนียมการบริหารกองทุนรวม และค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมรายได้ที่ลดลง
* **ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 134%**: ปัจจัยบวกนี้เกิดจากการที่บริษัทให้ลูกค้ากู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นสูงมากเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงไปได้บางส่วน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การลดลงของรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และกำไรจากเครื่องมือทางการเงินมีแนวโน้มที่จะเป็นผลมาจากสภาวะตลาดที่ผันผวนและผลการดำเนินงานของเงินลงทุนในช่วงไตรมาส 1 ปี 2565 เป็นหลัก ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวะตลาดในอนาคต อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์อาจมีแนวโน้มต่อเนื่องหากบริษัทยังคงสามารถบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อดังกล่าวได้ดี
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 58% YoY**: อยู่ที่ 146.22 ล้านบาท จาก 349.58 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 37% YoY**: อยู่ที่ 693.94 ล้านบาท จาก 1,102.40 ล้านบาท
* **รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ลดลง 26% YoY**: จากปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ลดลง
* **กำไรจากเครื่องมือทางการเงินลดลง 83% YoY**: เป็นผลจากขาดทุนเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น
* **ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 134% YoY**: จากการให้สินเชื่อลูกค้าเพิ่มขึ้นสูง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 693.94 ล้านบาท ลดลง 37% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,102.40 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ 26% และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ 37% รวมถึงกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นถึง 134% ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 58% มาอยู่ที่ 146.22 ล้านบาท
ในส่วนของค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 510.60 ล้านบาท ลดลง 23% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานและค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางรายได้รวมที่ลดลง
## โอกาส
* **การเติบโตของดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์**: การที่บริษัทสามารถเพิ่มการให้สินเชื่อแก่ลูกค้าเพื่อซื้อหลักทรัพย์ได้สูงถึง 134% เป็นสัญญาณที่ดี แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อและตอบสนองความต้องการของลูกค้าในตลาด
* **การบริหารจัดการต้นทุน**: บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายรวมให้ลดลง 23% ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้ในระดับหนึ่ง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์**: การที่รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความอ่อนไหวต่อสภาวะตลาด หากปริมาณการซื้อขายยังคงอยู่ในระดับต่ำ หรือลดลงอีก อาจส่งผลกระทบต่อรายได้หลักของบริษัท
* **ความผันผวนของผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงิน**: การขาดทุนจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ เป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา หากตลาดทุนยังคงผันผวน อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในส่วนนี้ต่อไป
* **การแข่งขันในธุรกิจหลักทรัพย์**: ธุรกิจหลักทรัพย์มีการแข่งขันสูง ทั้งในด้านค่าธรรมเนียมและบริการ ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันในไตรมาสถัดไป
* ผลการดำเนินงานของพอร์ตเงินลงทุนและเครื่องมือทางการเงิน
* การบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ และอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับ
* การปรับตัวต่อสภาวะตลาดที่ผันผวน และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
* รายได้จากธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงินและธุรกิจอื่นๆ ที่ไม่ใช่ค่านายหน้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในไตรมาส 1 ปี 2565 ASP เผชิญกับความท้าทายจากสภาวะตลาดที่ส่งผลกระทบต่อรายได้หลัก โดยเฉพาะ **ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์** ที่ลดลง 26% เนื่องจากปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากความไม่แน่นอนของตลาดและนักลงทุนที่ชะลอการตัดสินใจลงทุน
นอกจากนี้ **กำไรและผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงิน** ซึ่งเคยเป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญในปีก่อน กลับกลายเป็นปัจจัยฉุดรั้งในปีนี้ โดยลดลงถึง 83% สาเหตุหลักมาจากการขาดทุนที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุน สะท้อนถึงความผันผวนของตลาดทุนที่ส่งผลกระทบต่อมูลค่าพอร์ตการลงทุนของบริษัท
อย่างไรก็ตาม ASP ยังคงมีจุดแข็งจากการเติบโตของ **ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์** ที่เพิ่มขึ้นถึง 134% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขยายฐานสินเชื่อและสร้างรายได้จากดอกเบี้ยได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้ค่าธรรมเนียมและบริการจะลดลงตามภาพรวมของอุตสาหกรรม
การบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทก็เป็นอีกจุดที่น่าสนใจ โดยค่าใช้จ่ายรวมลดลง 23% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับกองทุนรวม การควบคุมต้นทุนนี้ช่วยลดแรงกดดันต่ออัตรากำไรสุทธิที่ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในส่วนนี้ จึงไม่สามารถสรุปได้)
## สรุปท้าย
ASP ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากสภาวะตลาดที่ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ลดลง และการขาดทุนจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิหดตัวลงถึง 58% อย่างไรก็ตาม บริษัทแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่เติบโตอย่างโดดเด่น และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยชดเชยผลกระทบจากปัจจัยลบได้ในอนาคต นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มปริมาณการซื้อขายและผลการดำเนินงานของเงินลงทุนอย่างใกล้ชิด รวมถึงติดตามการบริหารจัดการสินเชื่อและต้นทุนของบริษัทต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
476.85
ล้านบาท
↓ 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น
490.02
ล้านบาท
↓ 6.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
102.76
%
กำไรสุทธิ
17.08
ล้านบาท
↓ 72.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.58
%
D/E Ratio
0.95
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
477
↓ -9.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
490
↓ -6.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
17
↓ -72.9%
YoY
D/E Ratio
0.95
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.95
ROE (%)
4.05
ROA (%)
3.08
Book Value/หุ้น
2.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-224
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+127
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2561 | 2560 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-223.67
-23.36%
|
-291.85
-94.28%
|
-5,104.96
|
— | — | — |
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
127.08
-35.64%
|
197.44
-47.01%
|
372.62
|
— | — | — |
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-986.20
+90.35%
|
-518.09
-113.58%
|
3,816.22
|
— | — | — |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,082.78
+76.77%
|
-612.52
-33.14%
|
-916.15
|
— | — | — |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
975.19
+40.70%
|
693.08
-25.10%
|
925.37
-14.78%
|
— | — | — |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
995.12
+2.04%
|
975.19
+40.70%
|
693.08
-25.10%
|
— | — | — |