บริษัท เอเคเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.00
+0.00 (+100.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4716 out_tok=2605 at=2026-07-25T05:27:42 -->
# AKS พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/2566 สวนทางรายได้โตแรง เหตุต้นทุนอสังหาฯพุ่ง-ปรับมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์
## รายได้จากการขายอสังหาฯ และธุรกิจสินเชื่อหนุน แต่กำไรขั้นต้นหด-รายได้อื่นลด กระทบภาพรวม
บริษัท เอเคเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AKS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 30.58 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 15.04 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 69.53% โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นและการรับรู้รายได้จากธุรกิจสินเชื่อที่เข้ามาใหม่ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนอสังหาริมทรัพย์และรายการปรับมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์ทางการเงิน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและรายได้อื่นลดลง กระทบต่อผลกำไรสุทธิของบริษัท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ AKS พลิกขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 มาจาก **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ และการลดลงของรายได้อื่น** โดยเฉพาะรายการปรับมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์ทางการเงิน ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการโดยรวมจะเติบโตถึง 69.53% (84.51 ล้านบาท) มาอยู่ที่ 206.06 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 86.10% (57.78 ล้านบาท) เป็น 124.89 ล้านบาท เนื่องจากมีการขายบ้านหลังใหญ่เพิ่มขึ้น
* **รายได้ธุรกิจสินเชื่อเพิ่มขึ้น:** มีรายได้ดอกเบี้ยรับจากการให้สินเชื่อ 27.25 ล้านบาท จากการซื้อกิจการบริษัทย่อยที่ทำธุรกิจสินเชื่อเข้ามา แต่ธุรกิจยังทำกำไรได้ไม่เต็มศักยภาพเนื่องจากยังจัดหาเงินทุนไม่ทันและต้นทุนการกู้ยืมสูง
* **รายได้กิจการโรงแรมลดลง:** ลดลง 14.23% (6.51 ล้านบาท) เป็น 39.24 ล้านบาท เนื่องจากมีการขายโรงแรม 2 แห่งในเดือนตุลาคม 2566 (ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ในไตรมาส 3/2566)
* **รายได้อื่นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** ลดลง 41.08% (36.01 ล้านบาท) เป็น 51.65 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการปรับมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินในไตรมาส 3 ปี 2565 ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (one-time)
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นสูง:** เพิ่มขึ้น 91.62% (92.60 ล้านบาท) เป็น 193.67 ล้านบาท สอดคล้องกับการขายที่เพิ่มขึ้น แต่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์
* **กำไรขั้นต้นลดลง:** ลดลง 39.50% (8.09 ล้านบาท) เป็น 12.39 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 7.20% (6.27 ล้านบาท) เป็น 93.40 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขาย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้ มีแนวโน้มที่จะเป็นลักษณะครั้งคราวเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผลกระทบจาก **การลดลงของรายได้อื่น** ซึ่งเกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์ทางการเงินในปีก่อนเป็นรายการพิเศษ (one-time) อย่างไรก็ตาม **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนอสังหาริมทรัพย์** อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาต่อเนื่อง หากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือหากราคาขายไม่สามารถปรับขึ้นตามต้นทุนได้ทัน นอกจากนี้ การที่ธุรกิจสินเชื่อยังไม่สามารถจัดหาเงินทุนได้เต็มที่และมีต้นทุนสูง อาจส่งผลต่อผลกำไรในระยะสั้น
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 30.58 ล้านบาท:** พลิกจากกำไรสุทธิ 15.04 ล้านบาทใน Q3/2565
* **รายได้จากการขายและบริการโต 69.53%:** เพิ่มขึ้นเป็น 206.06 ล้านบาท จาก 121.55 ล้านบาทใน Q3/2565
* **รายได้ขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่ม 86.10%:** เป็น 124.89 ล้านบาท จากการขายบ้านหลังใหญ่
* **กำไรขั้นต้นลดลง 39.50%:** เหลือ 12.39 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น
* **รายได้อื่นลดลง 41.08%:** เป็น 51.65 ล้านบาท จากการปรับมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์ทางการเงินในปีก่อน
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่ม 91.62%:** เป็น 193.67 ล้านบาท สอดคล้องกับการขายที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท เอเคเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 206.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 121.55 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้มาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโต 86.10% เป็น 124.89 ล้านบาท และการรับรู้รายได้จากธุรกิจสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าถึง 91.62% เป็น 193.67 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 39.50% เหลือเพียง 12.39 ล้านบาท ประกอบกับการลดลงของรายได้อื่น 41.08% เป็น 51.65 ล้านบาท ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการปรับมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์ทางการเงินในปีก่อน ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 30.58 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 15.04 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขายอสังหาริมทรัพย์:** การขายบ้านหลังใหญ่ที่เพิ่มขึ้นแสดงให้เห็นถึงความต้องการในตลาดระดับบน และอาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่สูงขึ้น
* **การขยายธุรกิจสินเชื่อ:** การเข้าซื้อกิจการบริษัทย่อยที่ทำธุรกิจสินเชื่อ เป็นการกระจายแหล่งรายได้และสร้างโอกาสในการเติบโตในอนาคต หากสามารถบริหารจัดการด้านเงินทุนและต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การกระตุ้นยอดขายผ่านการตลาด:** การเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขาย คาดว่าจะส่งผลดีต่อรายได้ในไตรมาสถัดไป
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น หากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้ทัน
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงของธุรกิจสินเชื่อ:** อาจจำกัดความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจสินเชื่อ และส่งผลต่อการจัดหาเงินทุนในอนาคต
* **ความผันผวนของรายได้อื่น:** รายได้จากการปรับมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์ทางการเงินเป็นรายการที่ผันผวนและไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในแต่ละไตรมาส
* **การลดลงของรายได้จากธุรกิจโรงแรม:** การขายโรงแรมออกไปส่งผลให้รายได้จากส่วนนี้ลดลง ซึ่งต้องพิจารณาว่ามีแผนจะทดแทนรายได้ส่วนนี้อย่างไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนอสังหาริมทรัพย์:** จะสามารถบริหารจัดการและควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้นหรือไม่ในไตรมาสถัดไป
* **ผลประกอบการของธุรกิจสินเชื่อ:** ความคืบหน้าในการจัดหาเงินทุนและผลกำไรที่แท้จริงหลังจากนี้
* **ประสิทธิภาพของแคมเปญการตลาด:** จะสามารถกระตุ้นยอดขายให้เติบโตตามที่คาดหวังได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจสินเชื่อที่ต้องการเงินทุนจำนวนมาก
* **การรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** โดยเฉพาะโครงการบ้านหลังใหญ่ที่ขายได้ดีในไตรมาสนี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การโอนกรรมสิทธิ์:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 86.10% เป็น 124.89 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขายบ้านหลังใหญ่เพิ่มขึ้น ซึ่งบ่งชี้ถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของตลาดในกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog ที่ชัดเจน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินรายได้ในอนาคตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
* **การเปิดโครงการใหม่:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดโครงการใหม่
* **อัตรากำไรโครงการ (GPM):** กำไรขั้นต้นโดยรวมลดลง 39.50% เป็น 12.39 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงต้นทุนอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการที่กำลังพัฒนา
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** มีการระบุว่าต้นทุนอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร
* **D/E Ratio:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล D/E Ratio
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลกระแสเงินสดจากโครงการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
AKS พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโตอย่างโดดเด่นจากการขายอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจสินเชื่อที่เข้ามาใหม่ แต่ถูกกดดันจากต้นทุนอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้นและรายได้อื่นที่ลดลงจากการปรับมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์ทางการเงินในปีก่อน ซึ่งเป็นรายการพิเศษ แม้ว่าผลขาดทุนในครั้งนี้มีแนวโน้มเป็นลักษณะครั้งคราว แต่การบริหารจัดการต้นทุนอสังหาริมทรัพย์และต้นทุนทางการเงินของธุรกิจสินเชื่อจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป เพื่อให้บริษัทสามารถกลับมาสร้างผลกำไรได้อย่างยั่งยืน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AKS ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
-44.19
ล้านบาท
↓ 105.9% YoY
กำไรขั้นต้น
1.98
ล้านบาท
↓ 97.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-4.49
%
กำไรสุทธิ
-2,012.15
ล้านบาท
↑ 840.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4,553.81
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-44
↓ -105.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2
↓ -97.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-2,012
↑ + 840.8%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AKS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
-191.79
ROA (%)
-46.51
Book Value/หุ้น
-0.05
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AKS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+588
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-656
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AKS
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
588.09
+915.00%
|
57.94
-109.08%
|
-638.14
+777.77%
|
-72.70
-199.05%
|
73.40
-239.07%
|
-52.78
-142.69%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-655.59
+611.52%
|
-92.14
-112.35%
|
745.95
+32,761.23%
|
2.27
-91.78%
|
27.62
+87.00%
|
14.77
-101.82%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
196.07
+709.87%
|
24.21
-113.10%
|
-184.75
-557.30%
|
40.40
-253.50%
|
-26.32
+166.13%
|
-9.89
-82.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-5.43
-45.70%
|
-10.00
-51.60%
|
-20.66
+314.86%
|
-4.98
-106.67%
|
74.70
-255.98%
|
-47.89
-93.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
34.88
-43.18%
|
61.39
-7.17%
|
66.13
-40.51%
|
111.16
+204.88%
|
36.46
-56.64%
|
84.09
-89.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
14.70
-57.86%
|
34.88
-43.18%
|
61.39
-38.82%
|
100.34
-9.73%
|
111.16
+204.88%
|
36.46
-56.64%
|