บริษัท เอเชีย ไบโอแมส จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.52
+0.02 (+4.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5923 out_tok=2685 at=2026-07-25T03:22:12 -->
# ABM พลิกขาดทุนยับปี 64 สู่กำไร 208 ล้านบาท ปี 65 รับอานิสงส์ยานยนต์ไฟฟ้า
## รายได้ยานยนต์ไฟฟ้าพุ่ง 885% หนุนกำไรโตแรง ขณะที่ธุรกิจขนส่งยังขาดทุน
บริษัท เอเชีย ไบโอแมส จำกัด (มหาชน) หรือ ABM รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 106.86 ล้านบาทในปี 2564 มามีกำไรสุทธิ 208.37 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ซึ่งสามารถจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าได้ถึง 1,080 คันในปีที่ผ่านมา ขณะที่ธุรกิจขนส่งยังคงประสบภาวะขาดทุนจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ ABM พลิกจากขาดทุนในปี 2564 มาเป็นกำไรสุทธิ 208.37 ล้านบาทในปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างมหาศาลของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 885% จาก 666.46 ล้านบาท เป็น 6,563.77 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 169% จาก 147.39 ล้านบาท เป็น 396.78 ล้านบาท นอกจากนี้ **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม** ที่พลิกจากขาดทุน 4.70 ล้านบาท เป็นกำไร 131.71 ล้านบาท ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการโดยรวม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เกิดจากการที่บริษัทสามารถ **จำหน่ายรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ถึง 1,080 คัน** ในปี 2565 ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้และต้นทุนขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นในส่วนนี้เพิ่มขึ้นถึง 245.74 ล้านบาท หรือ 334%
ส่วนการพลิกกลับมามีกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมนั้น เกิดจาก **บริษัทร่วมเริ่มขายและส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าได้** ทำให้มีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทฯ สามารถรับรู้ส่วนแบ่งกำไรได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจให้บริการขนส่งยังคงเป็นปัจจัยกดดัน โดยมี **ผลขาดทุนขั้นต้นเพิ่มขึ้น 71%** เป็น 45.04 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าเช่ารถ ค่าจ้างพนักงาน และโดยเฉพาะค่าเชื้อเพลิงที่อยู่ในระดับสูง ยังไม่สมดุลกับรายได้ที่เข้ามา
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ เนื่องจากเอกสารระบุว่าการจำหน่ายรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์จำนวน 1,080 คัน เป็นผลโดยตรงต่อรายได้จากการประกอบธุรกิจของกลุ่มกิจการ ซึ่งบ่งชี้ถึงการดำเนินงานหลักที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจขนส่งยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงและรายได้ที่ยังไม่เพียงพอต่อการดำเนินงาน อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ 208.37 ล้านบาท:** จากขาดทุนสุทธิ 106.86 ล้านบาทในปี 2564 คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 315.23 ล้านบาท
* **รายได้รวมโต 885%:** พุ่งจาก 666.46 ล้านบาท เป็น 6,563.77 ล้านบาท โดยมีธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
* **กำไรขั้นต้นเพิ่ม 169%:** จาก 147.39 ล้านบาท เป็น 396.78 ล้านบาท หนุนโดยธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า
* **ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขายได้ 1,080 คัน:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้และกำไรขั้นต้นเติบโตอย่างก้าวกระโดด
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมพลิกบวก:** จากขาดทุน 4.70 ล้านบาท เป็นกำไร 131.71 ล้านบาท จากการเริ่มขายสินค้าของบริษัทร่วม
* **ธุรกิจขนส่งยังขาดทุน:** ขาดทุนขั้นต้นเพิ่มขึ้น 71% เป็น 45.04 ล้านบาท จากต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่สูง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัท เอเชีย ไบโอแมส จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 6,563.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 885% เมื่อเทียบกับ 666.46 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ถึง 5,737.25 ล้านบาท จากการจำหน่ายรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ 1,080 คัน
ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 1,088% เป็น 6,166.99 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่มาจากธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเช่นกัน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 169% เป็น 396.78 ล้านบาท โดยกำไรขั้นต้นจากธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 245.74 ล้านบาท
รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 145% เป็น 52.85 ล้านบาท จากดอกเบี้ยรับจากการขายสินค้าแบบผ่อนชำระ ดอกเบี้ยรับเงินให้กู้ยืมบริษัทร่วม และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลงเล็กน้อย 2% อยู่ที่ 276.09 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 86% เป็น 14.90 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นดอกเบี้ยจ่ายจากการซื้อสินค้าแบบผ่อนชำระของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า
ภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากรายได้ภาษี 29.13 ล้านบาทในปี 2564 เป็นค่าใช้จ่ายภาษี 47.54 ล้านบาทในปี 2565 เนื่องจากในปี 2564 บริษัทฯ ได้รับรู้รายได้ภาษีจากผลขาดทุนทางภาษีย้อนหลัง
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม พลิกจากขาดทุน 4.70 ล้านบาท เป็นกำไร 131.71 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทร่วมเริ่มขายและส่งมอบสินค้าได้
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ในปี 2565 อยู่ที่ 208.37 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 106.86 ล้านบาทในปี 2564
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์:** การที่บริษัทสามารถจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้จำนวนมากในปี 2565 บ่งชี้ถึงศักยภาพในการเติบโตของตลาดนี้ และโอกาสที่ ABM จะสามารถขยายส่วนแบ่งการตลาดได้ต่อไป
* **การฟื้นตัวของธุรกิจบริษัทร่วม:** การที่บริษัทร่วมเริ่มมีรายได้และกำไรจากการดำเนินงาน จะส่งผลดีต่อส่วนแบ่งกำไรที่ ABM จะได้รับในอนาคต
* **รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น:** ดอกเบี้ยรับจากการขายสินค้าแบบผ่อนชำระและเงินให้กู้ยืม รวมถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน เป็นแหล่งรายได้เสริมที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุนเชื้อเพลิง:** ธุรกิจให้บริการขนส่งยังคงเผชิญความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่สูง ซึ่งเป็นต้นทุนหลักและส่งผลกระทบต่อผลกำไร
* **การแข่งขันในธุรกิจคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์:** แม้ธุรกิจนี้จะยังคงมีผลกำไร แต่การแข่งขันที่สูงอาจจำกัดการเติบโตของรายได้และกำไร
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจมหภาค:** สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าและบริการของลูกค้าในทุกกลุ่มธุรกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนในธุรกิจขนส่ง:** บริษัทจะมีมาตรการรับมือกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงอย่างไร และจะสามารถปรับปรุงรายได้ให้ครอบคลุมต้นทุนได้หรือไม่
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** จะสามารถรักษาการเติบโตของรายได้และกำไรได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของค่าเงินอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุนของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในฐานะบริษัทที่อยู่ในกลุ่มทรัพยากรและพลังงาน แม้ ABM จะไม่ได้ดำเนินธุรกิจผลิตหรือจำหน่ายพลังงานโดยตรง แต่ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์มีความเชื่อมโยงกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงสู่พลังงานสะอาด
* **ราคา Commodity/ASP:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุราคาขายต่อหน่วยของรถยนต์ไฟฟ้าโดยตรง แต่การที่บริษัทสามารถจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าได้จำนวนมากถึง 1,080 คัน บ่งชี้ถึงความสามารถในการแข่งขันด้านราคาหรือคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาด
* **ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณการขายรถยนต์ไฟฟ้า 1,080 คัน เป็นตัวเลขสำคัญที่แสดงถึงการเติบโตของธุรกิจหลัก
* **ต้นทุนต่อหน่วย:** เอกสารไม่ได้ระบุต้นทุนต่อหน่วยของรถยนต์ไฟฟ้าโดยตรง แต่การที่กำไรขั้นต้นยังคงเพิ่มขึ้น แสดงว่าการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและการจัดหารถยนต์ไฟฟ้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับราคาขาย
* **กำลังการผลิต/โครงการลงทุน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงกำลังการผลิตหรือโครงการลงทุนใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าโดยตรง
* **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่การเติบโตของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าสะท้อนถึงแนวโน้มการสนับสนุนจากภาครัฐและทิศทางของตลาดที่มุ่งสู่พลังงานสะอาด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับงบดุล งบกระแสเงินสด หรืออัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ เช่น หนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) หรือสภาพคล่อง จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
ABM พลิกเกมจากปีแห่งการขาดทุนในปี 2564 มาสู่ปีแห่งการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2565 โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่ทำยอดขายได้ถึง 1,080 คัน ประกอบกับการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจขนส่งยังคงเป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวังจากต้นทุนที่สูง ในขณะที่ธุรกิจคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ยังคงรักษาเสถียรภาพไว้ได้ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าและการบริหารจัดการต้นทุนในธุรกิจขนส่งอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ABM ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
318.80
ล้านบาท
↓ 51.6% YoY
กำไรขั้นต้น
10.18
ล้านบาท
↓ 89.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
3.19
%
กำไรสุทธิ
-52.62
ล้านบาท
↑ 684% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-16.51
%
D/E Ratio
0.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
319
↓ -51.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
10
↓ -89.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-53
↑ + 684%
YoY
D/E Ratio
0.96
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ABM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.96
ROE (%)
-12.96
ROA (%)
-5.70
Book Value/หุ้น
1.05
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ABM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+161
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-9
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ABM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
160.75
-61.04%
|
412.63
-237.61%
|
-299.85
-225.52%
|
238.88
-790.21%
|
-34.61
-380.02%
|
12.36
+81.23%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-9.20
-108.13%
|
113.12
-12.11%
|
128.70
+636.69%
|
17.47
+356.14%
|
3.83
-109.52%
|
-40.22
+1,994.79%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-277.30
-46.31%
|
-516.53
-495.69%
|
130.54
-152.16%
|
-250.25
-468.61%
|
67.89
+43.68%
|
47.25
-406.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-140.14
-1,616.67%
|
9.24
-122.75%
|
-40.61
-766.83%
|
6.09
-82.14%
|
34.10
-420.19%
|
-10.65
+23.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
31.30
-30.94%
|
45.32
+48.83%
|
30.45
+19.74%
|
25.43
-50.36%
|
51.23
+86.63%
|
27.45
+9.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
25.57
-18.31%
|
31.30
+4.06%
|
30.08
-1.22%
|
30.45
+19.74%
|
25.43
-50.36%
|
51.23
+86.63%
|