ABM
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
ABM
บริษัท เอเชีย ไบโอแมส จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.52
+0.02 (+4.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6217 out_tok=3366 at=2026-07-25T00:46:19 --> # ABM พลิกขาดทุน Q2/66 รับปริมาณขาย-ส่งออกพุ่ง แต่ GPM หดตัว ## รายได้-กำไร Q2/66 ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน แต่ยังต่ำกว่าปีก่อน เหตุต้นทุนสูง-แข่งขันสูง ขณะที่การลงทุนขยายกำลังผลิตไม้สับคืบหน้า บริษัท เอเชีย ไบโอแมส จำกัด (มหาชน) หรือ ABM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1.75 ล้านบาท ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ขาดทุน 10.53 ล้านบาท แต่ยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำกำไรได้ 14.79 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้ากะลาปาล์มและไม้สับที่ส่งออกได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับลดลงเนื่องจากไม่สามารถปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้นได้ ท่ามกลางภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูง ขณะที่บริษัทเดินหน้าลงทุนขยายกำลังการผลิตไม้สับในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ ABM ในไตรมาส 2/2566 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **แรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นและภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูง ทำให้ไม่สามารถปรับราคาขายสินค้าให้สอดคล้องได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง** แม้ว่าปริมาณการขายโดยรวมจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** ปริมาณการขายเชื้อเพลิงชีวมวลโดยรวมของบริษัทในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 117.8 พันตัน เพิ่มขึ้น 26.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 18.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งออกสินค้ากลุ่มกะลาปาล์มและไม้สับที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะการส่งออกต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า รวมถึงความต้องการในประเทศที่เริ่มกลับมาในกลุ่มลูกค้าภาคตะวันออกและโรงไฟฟ้า ส่งผลให้รายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 321.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 17.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายสินค้าและต้นทุนการให้บริการในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 254.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 17.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนนั้นสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของบริษัทอยู่ที่ 20.9% ในไตรมาส 2/2566 ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 23.6% โดยฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นผลมาจากราคาสินค้าที่ขายไม่สามารถปรับเพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้นจากภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูง แม้ว่า GPM จะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า GPM ปรับตัวดีขึ้นจาก 18.9% ในไตรมาส 1/2566 มาอยู่ที่ 20.9% ในไตรมาส 2/2566 เนื่องจากภาวะตลาดเริ่มกลับมา ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 29.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจและกำลังการผลิตของส่วนงานผลิตเพิ่มขึ้น แต่ลดลง 10.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากไตรมาสก่อนมีการตั้งสำรองหนี้สูญจำนวน 10.53 ล้านบาท **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **ลักษณะครั้งคราว (สำหรับ GPM ที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน) แต่มีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน** ฝ่ายจัดการระบุว่า GPM ที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนเป็นผลมาจากภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูงและราคาสินค้าไม่สามารถปรับขึ้นตามต้นทุนได้ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยชั่วคราว อย่างไรก็ตาม การที่ GPM ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และการที่บริษัทมีแผนลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในระบบขนส่งและขยายกำลังการผลิตสินค้าไม้สับ รวมถึงการทำสัญญาซื้อไม้โตเร็วเพื่อเป็นวัตถุดิบ แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ## Highlight สำคัญ * **พลิกมีกำไรสุทธิ 1.75 ล้านบาท:** ดีขึ้นจากขาดทุน 10.53 ล้านบาทในไตรมาส 1/2566 แต่ยังต่ำกว่ากำไร 14.79 ล้านบาทในไตรมาส 2/2565 * **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 21.9% YoY:** มาอยู่ที่ 321.15 ล้านบาท จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกกะลาปาล์มและไม้สับ * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงเหลือ 20.9%:** จาก 23.6% ในปีก่อน เนื่องจากต้นทุนสูงขึ้นและไม่สามารถปรับราคาขายตามได้ ท่ามกลางการแข่งขันสูง * **ปริมาณการขายรวมเพิ่มขึ้น 26.7% YoY:** สู่ระดับ 117.8 พันตัน หนุนโดยการส่งออกที่เติบโตโดดเด่น * **เดินหน้าลงทุนขยายกำลังผลิตไม้สับ:** ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทำสัญญาซื้อไม้โตเร็วเพื่อรองรับวัตถุดิบในอนาคต ## ภาพรวมผลประกอบการ **ไตรมาส 2 ปี 2566:** บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการ 321.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 17.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปริมาณการขายรวม 117.8 พันตัน เพิ่มขึ้น 26.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 18.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ต้นทุนขายสินค้าและต้นทุนการให้บริการอยู่ที่ 254.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 17.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 20.9% ลดลงจาก 23.6% ในปีก่อน แต่ดีขึ้นจาก 18.9% ในไตรมาสก่อนหน้า ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 20.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ลดลง 10.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 1.75 ล้านบาท พลิกจากกำไร 14.79 ล้านบาทในปีก่อน แต่ดีขึ้นจากขาดทุน 10.53 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า **ครึ่งปีแรก ปี 2566:** บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการ 600.39 ล้านบาท ลดลง 10.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากราคาสินค้าเฉลี่ยต่ำกว่าปีก่อน รายได้อื่นอยู่ที่ 15.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากกำไรจากการขายรถบรรทุกและอัตราแลกเปลี่ยน ต้นทุนขายสินค้าและต้นทุนการให้บริการอยู่ที่ 478.87 ล้านบาท ลดลง 12.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 20.2% ลดลงจาก 21.9% ในปีก่อน ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 30.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นและค่าส่งเสริมการขายที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 23.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการขยายธุรกิจและกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 79.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มและยอดกู้ยืมที่สูงขึ้น ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 10.53 ล้านบาท พลิกจากกำไร 23.47 ล้านบาทในปีก่อน ## โอกาส * **การส่งออกที่เติบโต:** ปริมาณการขายในต่างประเทศ โดยเฉพาะกะลาปาล์มและไม้สับที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็นปัจจัยหนุนรายได้ที่สำคัญ * **ความต้องการในประเทศฟื้นตัว:** ความต้องการจากลูกค้าภาคตะวันออกและโรงไฟฟ้าที่เริ่มกลับมา ช่วยเพิ่มปริมาณการขายในประเทศ * **การลงทุนขยายกำลังการผลิต:** การลงทุนในกิจการไม้สับในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และการทำสัญญาซื้อไม้โตเร็ว จะช่วยเพิ่มความสามารถในการผลิตและรองรับวัตถุดิบในระยะยาว * **การบริหารจัดการต้นทุน:** การปรับปรุงประสิทธิภาพระบบขนส่งและการเพิ่มคลังสินค้า จะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสินค้า:** ภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูงอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้น * **ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น * **อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น:** ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการจัดโครงสร้างเงินทุน * **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและสิ่งแวดล้อม:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่เป็นความเสี่ยงทั่วไปของธุรกิจพลังงานชีวมวล ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** จะสามารถปรับตัวดีขึ้นได้หรือไม่ ท่ามกลางการแข่งขันและต้นทุนที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดัน * **ปริมาณการขายในประเทศและต่างประเทศ:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่ * **ความคืบหน้าของการลงทุนขยายกำลังผลิตไม้สับ:** และผลกระทบต่อต้นทุนและรายได้ในอนาคต * **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** จากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้น และการจัดโครงสร้างเงินทุนของบริษัท * **ราคา commodity ที่เกี่ยวข้อง:** เช่น ราคาน้ำมันปาล์ม ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาวัตถุดิบและสินค้า ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) ในไตรมาส 2/2566 ABM แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของปริมาณการขาย โดยเฉพาะในส่วนของการส่งออกกะลาปาล์มและไม้สับ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาคือ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน** สะท้อนถึงความท้าทายในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูง ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของธุรกิจพลังงานชีวมวลที่ต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาวัตถุดิบและราคาขาย การลงทุนในกิจการไม้สับในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และการทำสัญญาซื้อไม้โตเร็ว เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งจะส่งผลดีต่อ GPM ในระยะยาว หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นเป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตา โดยเฉพาะเมื่อบริษัทอยู่ระหว่างการจัดโครงสร้างเงินทุน การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงินให้เหมาะสมจะเป็นสิ่งสำคัญต่อผลกำไรสุทธิ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 สินทรัพย์รวมของบริษัทอยู่ที่ 1,566.31 ล้านบาท ลดลง 7.8% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น เนื่องจากยอดขายช่วงปลายปีก่อนสูงกว่าปกติ ขณะที่สินทรัพย์ถาวรเพิ่มขึ้น 10.8% จากการเข้าซื้อกิจการและทรัพย์สินโรงงานไม้สับ หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 1,566.31 ล้านบาท ลดลง 11.9% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 โดยส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจากผลขาดทุนจากการดำเนินงาน หนี้สินเพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อน จากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้น และการกู้ยืมระยะยาวจากการเช่าซื้อรถบรรทุก กระแสเงินสดสำหรับครึ่งปีแรกของปี 2566 บริษัทมีเงินสดได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานสุทธิ 11.72 ล้านบาท โดยมีกระแสเงินสดจ่ายสำหรับกิจกรรมลงทุน 100.33 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สำหรับส่วนงานผลิต และมีกระแสเงินสดจ่ายไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 108.56 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการชำระหนี้เงินกู้ระยะยาว ## สรุปท้าย ABM ในไตรมาส 2/2566 พลิกกลับมามีกำไรได้จากปริมาณการขายที่เติบโต โดยเฉพาะการส่งออกที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ความท้าทายด้านอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้นและภาวะตลาดแข่งขันสูง ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม การลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตและสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต แต่บริษัทต้องบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและต้นทุนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถสร้างผลกำไรที่ยั่งยืนได้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ABM ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
318.80 ล้านบาท
↓ 51.6% YoY
กำไรขั้นต้น
10.18 ล้านบาท
↓ 89.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
3.19 %
กำไรสุทธิ
-52.62 ล้านบาท
↑ 684% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-16.51 %
D/E Ratio
0.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
319
↓ -51.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
10
↓ -89.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-53
↑ + 684% YoY
D/E Ratio
0.96

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ABM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
318.80
-51.63%
659.07
+28.71%
512.06
-37.99%
825.73
+74.26%
473.86
+5.13%
450.74
-57.27%
กำไรขั้นต้น
10.18
-89.32%
95.32
+45.32%
65.59
-36.01%
102.50
+58.53%
64.66
+1.47%
63.72
-22.49%
ค่าใช้จ่ายรวม
67.69
-42.81%
118.36
+54.79%
76.46
-10.43%
85.37
+83.14%
46.61
+4.53%
44.59
-66.60%
กำไรสุทธิ
-52.62
-683.95%
-6.71
+64.12%
-18.71
-260.73%
11.64
+243.71%
3.39
+168.30%
1.26
+108.77%
กำไรต่อหุ้น
-0.08
-660.00%
-0.01
+62.96%
-0.03
-258.82%
0.02
+240.00%
0.01
+150.00%
0.00
+109.52%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
3.19
-77.94%
14.46
+12.88%
12.81
+3.22%
12.41
-9.02%
13.64
-3.54%
14.14
+81.51%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
21.23
+18.21%
17.96
+20.29%
14.93
+44.39%
10.34
+5.08%
9.84
-0.51%
9.89
-21.88%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-16.51
-1,518.63%
-1.02
+72.05%
-3.65
-358.87%
1.41
+98.59%
0.71
+153.57%
0.28
+120.59%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-0.30
+98.16%
-16.31
-23,200.00%
-0.07
+95.63%
-1.60
+79.54%
-7.82
-357.31%
-1.71
-55.45%
ROE(%)
-12.96
-119.66%
-5.90
+57.25%
-13.80
-285.48%
7.44
-14.97%
8.75
+185.53%
-10.23
ROA(%)
-5.70
-3,900.00%
0.15
+103.23%
-4.65
-180.31%
5.79
+26.42%
4.58
+384.47%
-1.61
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.96
+12.94%
0.85
-51.70%
1.76
+43.09%
1.23
-34.92%
1.89
-3.57%
1.96
P/E
-100.00
-100.00
-100.00
-483.88%
26.05
-18.24%
31.86
+18.48%
26.89
P/BV
0.53
-37.65%
0.85
-28.57%
1.19
-4.03%
1.24
-41.23%
2.11
+111.00%
1.00
+7.53%
BV
1.18
-6.35%
1.26
-6.67%
1.35
-6.90%
1.45
+16.94%
1.24
+53.09%
0.81
+3.85%
YIELD(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ราคาหุ้น
0.62
-42.06%
1.07
-33.54%
1.61
-10.56%
1.80
-31.30%
2.62
+223.46%
0.81
+10.96%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.96
ROE (%)
-12.96
ROA (%)
-5.70
Book Value/หุ้น
1.05

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ABM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
411.56
-16.45%
492.56
-33.32%
711.17
-2.98%
732.98
+40.01%
511.41
+8.68%
470.55
+31.29%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
1,051.04
-5.37%
1,110.72
+7.13%
681.27
+25.40%
543.26
+6.77%
520.93
+23.32%
422.44
+18.48%
รวมสินทรัพย์
1,462.60
-8.77%
1,603.28
-9.70%
1,392.44
+9.10%
1,276.24
+23.63%
1,032.35
+15.61%
892.99
+24.90%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
645.40
+2.58%
629.20
-19.26%
749.64
+22.98%
609.59
+5.70%
576.73
+4.61%
551.33
+33.35%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
71.52
-33.85%
108.12
-23.55%
137.48
+47.67%
93.10
-4.98%
97.98
-12.60%
112.10
+27.79%
รวมหนี้สิน
716.92
-2.77%
737.32
-19.92%
887.12
+26.25%
702.69
+4.15%
674.71
+1.70%
663.44
+32.38%
รวมส่วนของเจ้าของ
745.67
-13.89%
865.96
+1.32%
505.32
-11.90%
573.56
+60.37%
357.64
+55.79%
229.56
+7.38%
D/E
0.96
0.85
1.76
1.23
1.89
2.89
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
-12.96
-5.90
-13.80
7.44
8.75
-10.23
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
-5.70
0.15
-4.65
5.79
4.58
-1.61
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.64
0.78
0.95
1.20
0.89
0.85
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.40
0.45
0.36
0.68
0.42
0.38
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
43.27
34.39
0.00
0.00
40.53
43.24
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
35.60
49.82
0.00
0.00
50.37
51.21
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
6.04
7.34
0.00
0.00
12.98
16.78
วงจรเงินสด
72.83
76.87
0.00
0.00
77.93
77.68
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+161
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-9
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ABM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
160.75
-61.04%
412.63
-237.61%
-299.85
-225.52%
238.88
-790.21%
-34.61
-380.02%
12.36
+81.23%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-9.20
-108.13%
113.12
-12.11%
128.70
+636.69%
17.47
+356.14%
3.83
-109.52%
-40.22
+1,994.79%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-277.30
-46.31%
-516.53
-495.69%
130.54
-152.16%
-250.25
-468.61%
67.89
+43.68%
47.25
-406.42%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-140.14
-1,616.67%
9.24
-122.75%
-40.61
-766.83%
6.09
-82.14%
34.10
-420.19%
-10.65
+23.55%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
31.30
-30.94%
45.32
+48.83%
30.45
+19.74%
25.43
-50.36%
51.23
+86.63%
27.45
+9.54%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
25.57
-18.31%
31.30
+4.06%
30.08
-1.22%
30.45
+19.74%
25.43
-50.36%
51.23
+86.63%