บริษัท เอเชีย ไบโอแมส จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.52
+0.02 (+4.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7828 out_tok=2880 at=2026-07-25T03:57:08 -->
# ABM ปี 64 กำไรสุทธิโต 43.9% รับปริมาณขาย-ราคาชีวมวลพุ่ง
## รายได้-กำไรโตตามปริมาณขายและราคาชีวมวลที่สูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนซื้อสูงกระทบกำไรขั้นต้น
บริษัท เอเชีย ไบโอแมส จำกัด (มหาชน) หรือ ABM รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 26.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.93% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าและบริการที่ 1,907.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.21% ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการของตลาดและนโยบายสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ABM ในปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง** ซึ่งเป็นผลมาจาก **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับราคาสินค้าชีวมวลที่ปรับตัวสูงขึ้น**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า ปริมาณการขายโดยรวมเพิ่มขึ้น 7.97% โดยในประเทศเพิ่มขึ้น 9.67% จากการวางแผนจัดหาสินค้าล่วงหน้าทำให้มีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการที่ฟื้นตัวหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ส่วนการส่งออกเพิ่มขึ้น 3.50% จากสินค้าไม้สับและแป้งมัน
ปัจจัยด้านราคาเป็นอีกแรงหนุนสำคัญ โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 23.21% สอดคล้องกับปริมาณขายและราคาสินค้าที่สูงขึ้น เนื่องจากความต้องการของตลาดชีวมวลเพิ่มขึ้น จากนโยบายภาครัฐและเอกชนที่ลดการใช้เชื้อเพลิงคาร์บอนสูง หันมาสนใจชีวมวลมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของรายได้ถูกกดดันด้วย **ต้นทุนขายสินค้าและต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่า (26.01%)** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงจาก 18.18% ในปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 16.32% ในปี 2564 โดยระบุว่าต้นทุนในการจัดซื้อสูงขึ้น แต่ไม่สามารถปรับราคาขายเพิ่มได้ในสัดส่วนเดียวกัน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่านโยบายภาครัฐและเอกชนมีแนวโน้มลดการใช้เชื้อเพลิงคาร์บอนสูง ทำให้ตลาดมีแนวโน้มหันมาสนใจชีวมวลมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อความต้องการในระยะยาว นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งและคลังสินค้า รวมถึงการทำสัญญาซื้อไม้โตเร็วเพื่อเป็นแหล่งวัตถุดิบระยะยาว ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทานและลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนสินค้าในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ปี 2564 อยู่ที่ 26.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.93%** จาก 18.62 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 1,907.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.21%** จาก 1,548.37 ล้านบาทในปี 2563
* **ปริมาณการขายเชื้อเพลิงชีวมวลรวม 567.79 พันตัน เพิ่มขึ้น 7.97%** จาก 525.81 พันตันในปี 2563
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 18.18% เป็น 16.32%** เนื่องจากต้นทุนซื้อและค่าขนส่งปรับสูงขึ้น แต่ราคาขายไม่สามารถปรับเพิ่มได้ในสัดส่วนเดียวกัน
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 26.01%** สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่เพิ่มในอัตราที่สูงกว่า
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 15.60%** จาก 892.99 ล้านบาท เป็น 1,032.34 ล้านบาท โดยมีปัจจัยจากการตีราคาที่ดินเพิ่มขึ้น และการลงทุนในเครื่องจักร
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 1,907.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.21% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปริมาณการขายรวม 567.79 พันตัน เพิ่มขึ้น 7.97% ทั้งนี้ รายได้ที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากปริมาณการขายที่เติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับราคาสินค้าชีวมวลที่ปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการของตลาดและนโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาด
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายสินค้าและต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 26.01% ในอัตราที่สูงกว่ารายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 18.18% ในปี 2563 เป็น 16.32% ในปี 2564 เนื่องจากต้นทุนในการจัดซื้อสูงขึ้นและไม่สามารถปรับราคาขายเพิ่มได้ในสัดส่วนเดียวกัน
ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 10.82% จากยอดส่งออกที่เพิ่มขึ้น ทำให้ค่าขนส่งสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 13.28% จากค่าใช้จ่ายในการเคลียร์คลังสินค้าที่ต่างประเทศและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ในปี 2564 อยู่ที่ 26.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.93% เมื่อเทียบกับ 18.62 ล้านบาทในปี 2563
## โอกาส
* **ความต้องการชีวมวลที่เพิ่มขึ้น:** นโยบายภาครัฐและเอกชนที่มุ่งลดการใช้เชื้อเพลิงคาร์บอนสูง ทำให้ตลาดหันมาสนใจชีวมวลมากขึ้น
* **การวางแผนจัดหาสินค้าล่วงหน้า:** ช่วยให้มีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการในตลาด โดยเฉพาะในประเทศ
* **การส่งออกสินค้าไม้สับและแป้งมัน:** เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของปริมาณการขายในต่างประเทศ
* **แผนลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพ:** การลงทุนในระบบขนส่งและคลังสินค้า รวมถึงการทำสัญญาซื้อไม้โตเร็ว จะช่วยสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานและความต่อเนื่องของธุรกิจในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น หากไม่สามารถปรับราคาขายเพิ่มได้ทัน
* **ความผันผวนของราคาชีวมวล:** แม้แนวโน้มจะดี แต่ราคาอาจมีความผันผวนตามปัจจัยตลาด
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** นโยบายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการชีวมวลในอนาคต
* **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันด้านราคาอาจทำให้ไม่สามารถปรับราคาขายเพิ่มได้ตามต้นทุนที่สูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบชีวมวล (เช่น กะลาปาล์ม, ไม้สับ) และค่าขนส่ง
* ความสามารถในการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* ความคืบหน้าของแผนลงทุนปรับปรุงคลังสินค้าที่ระยอง และการเพิ่มประสิทธิภาพรถขนส่ง
* ผลผลิตจากสัญญาซื้อไม้โตเร็วที่จะเริ่มในปี 2566
* การเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงานและสิ่งแวดล้อมของภาครัฐ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ปริมาณการขาย:** ภาพรวมปริมาณการขายเชื้อเพลิงชีวมวลเพิ่มขึ้น 7.97% โดยการขายในประเทศเติบโต 9.67% จากสินค้าหลักอย่างกะลาปาล์มและไม้สับ ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการสต็อกที่ดีและการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่ฟื้นตัว ส่วนการขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 3.50% จากไม้สับและแป้งมัน
**ราคาขาย (ASP):** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุราคาขายเฉลี่ย (ASP) โดยตรง แต่ระบุว่ารายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 23.21% สอดคล้องกับปริมาณขายและ "ราคาสินค้าที่สูงขึ้น" รวมถึง "ราคาตลาดของสินค้าสูงขึ้น โดยเฉพาะกะลาปาล์ม" ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มราคาขายที่ปรับตัวขึ้น
**ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนขายสินค้าและต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 26.01% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้ แสดงถึงต้นทุนต่อหน่วยที่สูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนในการจัดซื้อวัตถุดิบ
**กำลังการผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลกำลังการผลิตโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรที่โรงอัดชีวมวลอัดแท่งและโรงไม้สับ
**โครงการลงทุน:** มีแผนลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่ง (รถขนส่ง, คลังสินค้า) โดยเฉพาะคลังสินค้าที่ระยองในปี 2565 และการทำสัญญาซื้อไม้โตเร็วจากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคใต้ จำนวน 3,000 ไร่ คาดได้ไม้ 30,000 ตันในปี 2566
**กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** ฝ่ายจัดการระบุว่านโยบายภาครัฐและเอกชนมีแนวโน้มลดการใช้เชื้อเพลิงที่มีสารคาร์บอน ทำให้ตลาดหันมาสนใจชีวมวลมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์:** สินทรัพย์รวม ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 1,032.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.60% โดยมีสินทรัพย์ถาวรเพิ่มขึ้น 35.00% จากการตีราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 130.44 ล้านบาท และการปรับปรุงเครื่องจักร สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 18.12% เพื่อรองรับแผนการขายปีหน้า และรองรับราคาตลาดที่สูงขึ้น โดยเฉพาะกะลาปาล์ม ขณะที่เงินสดลดลง 50.36% เนื่องจากมีการสำรองเงินเพื่อซื้อสินค้าในต้นปีถัดไป
**หนี้สิน:** หนี้สินรวมอยู่ที่ 674.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.70% โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 4.61% จากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อซื้อสินค้า ขณะที่หนี้สินระยะยาวลดลง 21.37%
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 55.79% เป็น 357.64 ล้านบาท จากกำไรจากการดำเนินงานและส่วนเกินทุนจากการตีราคาที่ดิน
**กระแสเงินสด:** ในปี 2564 บริษัทมีเงินสดใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานสุทธิ 34.62 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีกระแสเงินสดรับ 12.36 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการจ่ายเงินสดให้ลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ และเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น เงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 6.89 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์ผลิต เงินสดได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 15.50 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อจัดหาสินค้า
## สรุปท้าย
ABM ในปี 2564 สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 43.93% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับราคาสินค้าชีวมวลที่ปรับตัวสูงขึ้นตามทิศทางตลาดพลังงานสะอาด อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงกว่ารายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นถูกกดดัน ฝ่ายจัดการมีแผนลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างความมั่นคงของวัตถุดิบในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและรักษาอัตรากำไรท่ามกลางโอกาสการเติบโตของตลาดชีวมวลได้อย่างไรในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ABM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
318.80
ล้านบาท
↓ 51.6% YoY
กำไรขั้นต้น
10.18
ล้านบาท
↓ 89.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
3.19
%
กำไรสุทธิ
-52.62
ล้านบาท
↑ 684% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-16.51
%
D/E Ratio
0.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
319
↓ -51.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
10
↓ -89.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-53
↑ + 684%
YoY
D/E Ratio
0.96
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ABM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.96
ROE (%)
-12.96
ROA (%)
-5.70
Book Value/หุ้น
1.05
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ABM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+161
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-9
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ABM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
160.75
-61.04%
|
412.63
-237.61%
|
-299.85
-225.52%
|
238.88
-790.21%
|
-34.61
-380.02%
|
12.36
+81.23%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-9.20
-108.13%
|
113.12
-12.11%
|
128.70
+636.69%
|
17.47
+356.14%
|
3.83
-109.52%
|
-40.22
+1,994.79%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-277.30
-46.31%
|
-516.53
-495.69%
|
130.54
-152.16%
|
-250.25
-468.61%
|
67.89
+43.68%
|
47.25
-406.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-140.14
-1,616.67%
|
9.24
-122.75%
|
-40.61
-766.83%
|
6.09
-82.14%
|
34.10
-420.19%
|
-10.65
+23.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
31.30
-30.94%
|
45.32
+48.83%
|
30.45
+19.74%
|
25.43
-50.36%
|
51.23
+86.63%
|
27.45
+9.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
25.57
-18.31%
|
31.30
+4.06%
|
30.08
-1.22%
|
30.45
+19.74%
|
25.43
-50.36%
|
51.23
+86.63%
|