GLOBAL อัพเดทผลประกอบการ Q2/2568 เดินหน้าขยายสาขา ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้า

P/E 18.11 YIELD 2.57 ราคา 6.90 (0.00%)

GLOBAL อัพเดทผลประกอบการ Q2/2568 เดินหน้าขยายสาขา ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้า

1. **ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):**

ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 มีทั้งผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบ โดยบริษัทมีการขยายสาขาและ Renovate สาขาเพื่อตอบโจทย์ Lifestyle ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบคือภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้ Same Store Sale Growth ยังติดลบอยู่

  • รายได้รวมในไตรมาส 2 อยู่ที่ 8,385 ล้านบาท ลดลง 537 ล้านบาท หรือ 6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
  • อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 25.42% ลดลง 120 Basic Point
  • SGA อยู่ที่ 20.04% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 198 Basic Point สาเหตุหลักมาจากการขยายสาขาเพิ่มและยอดขายรวมที่ลดลง
  • EBITDA อยู่ที่ 1,030 ล้านบาท ลดลง 307 ล้านบาท EBITDA ต่อ ยอดขายอยู่ที่ 12.59%
  • กำไรสุทธิอยู่ที่ 519 ล้านบาท ลดลง 245 ล้านบาท หรือ 32.09% อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 6.34% ลดลง 243 Basic Point และกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 9.63 สตางค์ต่อหุ้น
2. **โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):**

บริษัทมองเห็นโอกาสในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาค Southeast Asia นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มสินค้า House Brand ที่มี Margin ดี เพื่อกระตุ้นยอดขายและเพิ่มกำไร

  • การขยายสาขาใน Southeast Asia: มีสาขารวม 39 สาขาในพม่า (13), อินโดนีเซีย (16), ลาว (8), และกัมพูชา (2)
  • แผนการเปิดสาขาเพิ่มเติมในเวียงจันทน์ (ลาว) และอินโดนีเซีย (1-2 สาขา)
  • การเพิ่มสินค้า House Brand เพื่อเพิ่ม Margin และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า
3. **ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):**

ความเสี่ยงหลักที่บริษัทกำลังเผชิญคือภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ รวมถึงการแข่งขันที่สูงในตลาดวัสดุก่อสร้าง

  • Same Store Sale Growth ที่ยังติดลบอยู่ สะท้อนภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย
  • การแข่งขันที่สูงจากผู้เล่นรายใหญ่และรายย่อยในตลาดวัสดุก่อสร้าง
  • ผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐอเมริกาที่ทำให้การใช้จ่ายในอินโดนีเซียชะลอตัว
4. **วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):**

บริษัทมีแผนในการรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ โดยการขยายสาขาไปยังตลาดที่มีศักยภาพ และการปรับปรุงสาขาเดิมให้ทันสมัยเพื่อดึงดูดลูกค้า นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มสินค้า House Brand เพื่อเพิ่ม Margin และลดการพึ่งพาสินค้าที่มีการแข่งขันสูง

  • การขยายสาขาไปยังตลาดที่มีศักยภาพใน Southeast Asia
  • การ Renovate สาขาเดิมให้ทันสมัยเพื่อดึงดูดลูกค้า
  • การเพิ่มสินค้า House Brand เพื่อเพิ่ม Margin และลดการพึ่งพาสินค้าที่มีการแข่งขันสูง
  • การติด Solar Roof เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในสาขา
5. **แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):**

บริษัทมีวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำในตลาดวัสดุก่อสร้างในภูมิภาค Southeast Asia โดยมีแผนที่จะขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป

  • การขยายสาขาไปยัง Southeast Asia อย่างต่อเนื่อง
  • การพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า
  • การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
  • คาดการณ์ว่าการเลือกตั้งในพม่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการขยายตัวของธุรกิจ
6. **ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session):** [01:04:08]
  1. **Same Store Sale Growth (SSSG) ในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม:**

    • กรกฎาคม: ติดลบ Low Single Digit ดีขึ้นกว่าไตรมาส 2 ที่ติดลบ 10%
    • สิงหาคม: ยังไม่มีข้อมูล แต่คาดว่าแนวโน้มจะดีขึ้น
  2. **เป้าหมายการขายปีนี้:**

    • คาดว่าจะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว
    • ครึ่งปีแรกยังติดลบ แต่กรกฎาคมเริ่มดีขึ้น
    • มีแผนเปิดสาขาอีก 5 แห่งในช่วงครึ่งปีหลัง
  3. **สัดส่วนการขาย House Brand และ GP:**

    • สัดส่วน House Brand ในไตรมาส 2: ประมาณ 24%
    • GP House Brand: ประมาณ 40%
  4. **สัดส่วนการขายออนไลน์:**

    • ประมาณ 1%
  5. **สัดส่วน Home Service:**

    • ประมาณ 1%
  6. **สัดส่วนการขายเหล็ก:**

    • ประมาณ 15% ใกล้เคียงเดิม
  7. **สถานะเหล็กในสาขา (เช่น สารยา, นครปฐม):**

    • จะตรวจสอบข้อมูลและตอบกลับ
    • โดยทั่วไปมีเหล็กข้ออ้อยและเหล็กเส้นกลมเป็นขนาดมาตรฐาน
    • ก่อนหน้าเคยมีเหล็ก Induction แต่ปัจจุบันไม่ได้จำหน่ายแล้ว
  8. **แผนการขยายสาขาในอนาคต (อีก 2 ปี):**

    • ยังอยู่ในช่วงพิจารณาแผน
    • เศรษฐกิจไทยยังไม่ดีนัก
    • ปีนี้ขยาย 7 สาขา
  9. **สถานการณ์แข่งขันในตลาดวัสดุก่อสร้าง:**

    • การแข่งขันยังเหมือนเดิม
    • รายใหญ่จำนวนเท่าเดิม
    • รายย่อยในต่างจังหวัด/อำเภอเปิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
    • ตลาดยังมีอยู่แน่นอน
    • จำนวนสาขาปัจจุบันยังไม่เกิน Demand
  10. **งบลงทุนปีนี้:**

    • ประมาณ 2,500 ล้านบาท
    • หลักๆ สำหรับสาขาใหม่
    • ส่วนน้อย (ไม่เกิน 3%) สำหรับ Renovate
  11. **ปัญหาเหล็กขาดสต็อก:**

    • ไม่มีปัญหาเหล็กขาดสต็อก
    • การขยายการขายเพื่อดึงลูกค้าจากคู่แข่งขึ้นอยู่กับลูกค้า
  12. **สถานการณ์ International Operation:**

    • ผลกระทบจากสถานการณ์ในกัมพูชา: กระทบน้อย
    • พนักงานส่วนใหญ่เป็น Local Staff
    • ลูกค้านิยมซื้อสินค้าในประเทศ
    • ยอดขายในกัมพูชาเติบโตขึ้น
    • หลีกเลี่ยงการประชาสัมพันธ์มากนักเนื่องจากกระแส Anti-Thai
    • นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ (ไม่ใช่ไทย) เช่น จีน, เวียดนาม
  13. **ผลประโยชน์จากค่าเงินบาทแข็ง:**

    • ไม่มากนัก
    • Private Brand นำเข้าจากจีน ใช้สกุลเงินหยวน
    • ค่าเงินหยวนไม่ผันผวนเท่าดอลลาร์
    • ดีกว่าแต่ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย
  14. **เป้าสัดส่วนสินค้า House Brand ใน 2-3 ปี:**

    • มีโอกาสถึง 30% แต่ไม่ง่าย ต้องพยายาม
  15. **ปัจจัยที่ทำให้ SSSG ดีขึ้นในกรกฎาคม:**

    • สินค้าโครงสร้าง (เช่น ปูน) ทำได้ดีขึ้น
    • Home Improvement ดีขึ้น
  16. **สัดส่วนการขาย B2B/B2C:**

    • B2C เป็นหลัก
  17. **คุณภาพเหล็ก:**

    • เหล็กที่ได้มาตรฐาน มอก. ซื้อในประเทศ
    • ไม่มีเหล็กนำเข้าจากจีน
  18. **เหล็กเส้น/ข้ออ้อยจากจีน:**

    • เท่าที่ทราบ ไม่น่าจะได้ เพราะติดเรื่อง มอก.
  19. **SSSG ถ้าไม่รวมร้านชายแดนกัมพูชา:**

    • ใกล้ๆ Flat
    • ร้านค้าที่โดนกระทบจากกัมพูชามีผล แต่ก็เกือบ Cover ยอดทั้งหมด
  20. **แผนกระตุ้นยอดขายและ Margin:**

    • เพิ่มสินค้า House Brand ที่ Margin สูง
    • ไม่ได้ใช้กลยุทธ์ลดราคา
    • สาขาใหม่มีค่าใช้จ่าย แต่หวังว่ายอดขายจะดีขึ้น
**ชื่อหัวข้อที่ถามและคำตอบ:**
  • SSSG เดือนกรกฎาคมและสิงหาคม : แนวโน้มดีขึ้น
  • เป้าหมายการขายปีนี้ : ใกล้เคียงปีที่แล้ว
  • สัดส่วน House Brand และ GP : 24% และ 40%
  • สัดส่วนการขายออนไลน์ : 1%
  • สัดส่วน Home Service : 1%
  • สัดส่วนการขายเหล็ก : 15%
  • สถานะเหล็กในสาขา : จะตรวจสอบ
  • แผนการขยายสาขา : พิจารณาตามเศรษฐกิจ
  • สถานการณ์แข่งขัน : ยังมีโอกาส
  • งบลงทุนปีนี้ : 2,500 ล้านบาท
  • ปัญหาเหล็กขาดสต็อก : ไม่มี
  • สถานการณ์ International Operation : ยอดขายกัมพูชาโต
  • ผลประโยชน์จากค่าเงินบาทแข็ง : ไม่มาก
  • เป้า House Brand 30% : ต้องพยายาม
  • ปัจจัย SSSG ดีขึ้น : สินค้าโครงสร้างดีขึ้น
  • สัดส่วน B2B/B2C : B2C หลัก
  • คุณภาพเหล็ก : มอก. ในประเทศ
  • เหล็กจากจีน : ไม่น่าจะได้
  • SSSG ไม่รวมชายแดน : ใกล้ Flat
  • แผนกระตุ้นยอดขาย : เพิ่ม House Brand, ไม่ลดราคา

โดยสรุป GLOBAL ยังคงมุ่งมั่นที่จะเติบโตและขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ โดยมีกลยุทธ์ที่เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และการตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างตรงจุด

โพสต์ล่าสุด