บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
PRIME กำไรหดตัว! ขาดทุนบาน 223 ล้านบาท เซ่นพิษขายธุรกิจไต้หวัน
P/E -100.00 YIELD 0.00 ราคา 0.05 (0.00%)
ไฮไลท์สำคัญ: PRIME เจอศึกหนัก! รายได้วูบ ขาดทุนพุ่ง เหตุขายธุรกิจไฟฟ้าไต้หวัน
บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIME ปี 2568 เจอมรสุม รายได้รวมลดลง 38% เหลือ 820 ล้านบาท จากผลกระทบของการขายธุรกิจผลิตไฟฟ้าในไต้หวัน และรายได้จากการซื้อขายพลังงานที่ลดลง แม้จะคุมค่าใช้จ่ายได้ดี แต่สุดท้ายก็ขาดทุนสุทธิ 223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
สถานการณ์รายได้และกำไร: รายได้หด ต้นทุนลด แต่ขาดทุนบาน
รายได้จากการดำเนินงานลดลงเกือบ 40% หรือ 480 ล้านบาท จากการขายธุรกิจในไต้หวันและรายได้ที่ลดลงจากธุรกิจอื่น ๆ แม้ว่าบริษัทจะพยายามลดต้นทุนการขายและบริหารจัดการจนทำให้กำไรขั้นต้นลดลงเพียง 19.46% แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้ นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจากการชำระหนี้ก็ไม่เพียงพอที่จะพลิกสถานการณ์ให้กลับมาเป็นบวกได้
สินทรัพย์และหนี้สิน: สินทรัพย์ลด หนี้สินลด แต่ส่วนของผู้ถือหุ้นทรุด
สินทรัพย์รวมของ PRIME ลดลง 9.27% เหลือ 6,776 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน หนี้สินรวมก็ลดลง 8.27% เหลือ 4,948 ล้านบาท แต่ส่วนของผู้ถือหุ้นกลับลดลงถึง 11.87% เหลือ 1,827 ล้านบาท เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิที่เกิดขึ้น
ข้อสังเกตและประเด็นสำคัญ: ผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ ขายทรัพย์สิน พุ่งเป้าความยั่งยืน
PRIME เจอปัญหาใหญ่คือ ผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ รวม 628.75 ล้านบาท แต่ผู้ถือหุ้นกู้ก็อนุมัติให้ปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ได้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้รับเงินจากการขายโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 558.21 ล้านบาท และนำเงินส่วนใหญ่ไปชำระหนี้หุ้นกู้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน โดยได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) และมีแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก