บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
TVO ปี 2568 กำไรสุทธิแตะ 2,189 ล้านบาท สูงสุดรอบ 7 ปี พร้อมพลิกโฉมโรงงาน-ยกระดับ ESG อย่างเต็มตัว
P/E 9.79 YIELD 8.17 ราคา 24.10 (0.00%)
TVO ปี 2568 กำไรสุทธิแตะ 2,189 ล้านบาท สูงสุดรอบ 7 ปี พร้อมพลิกโฉมโรงงาน-ยกระดับ ESG อย่างเต็มตัว
บริษัทน้ำมันพืชไทยจำกัด (มหาชน) หรือ TVO โชว์ฟอร์มร้อนแรงในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ด้วยกำไรสุทธิที่แตะระดับ 2,189 ล้านบาท เติบโตขึ้น 4.1% จากปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 2,148 ล้านบาท ถือเป็นจุดสูงสุดของผลประกอบการในรอบ 7 ปี และยังทำสถิติอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2019 โดยมีอัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ที่ 3.9 และอัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ (Debt-to-Asset Ratio) ลดลงเหลือเพียง 0.22 สะท้อนโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการหนี้
“TVO ไม่ได้แค่เติบโตทางตัวเลข แต่เติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะเมื่อเห็นภาพรวมของ ESG และการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนที่ครอบคลุมถึง 85% ภายในปี 2026”
รายได้รวมของบริษัทในปี 2568 อยู่ที่ 27,793 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนหน้าที่ 27,453 ล้านบาท แม้จะไม่สูงมาก แต่สะท้อนความมั่นคงของธุรกิจในภาวะตลาดโลกผันผวน โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวขึ้นในบางช่วง อย่างไรก็ดี บริษัทสามารถรักษา EBIT ไว้ได้คงที่ที่ 3,591 ล้านบาท แสดงถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและโครงสร้างผลิตภัณฑ์อย่างมีกลยุทธ์
“การขยายกำลังการผลิตจาก 6,000 เป็น 7,000 ตัน/วัน ไม่ใช่แค่เพิ่มกำลังผลิต แต่คือการวางรากฐานให้ TVO กลายเป็นผู้นำด้านน้ำมันถั่วเหลืองที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย”
กลยุทธ์สำคัญที่ผลักดันผลประกอบการคือการปรับโครงสร้างสินค้าให้ครอบคลุมลูกค้าหลากหลาย โดยเฉพาะกากถั่วเหลืองและวัตถุดิบอาหารสัตว์ ซึ่งครองสัดส่วนรายได้ถึง 57% ขณะที่น้ำมันถั่วเหลืองอยู่ที่ 40% ส่วนการขายในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 17% และต่างประเทศอยู่ที่ 13% แม้จะยังต่ำกว่าตลาดหลัก แต่เป็นสัญญาณบวกของการขยายฐานลูกค้าไปยังเกาหลีใต้และฮ่องกง
“การแข่งขันจากน้ำมันปาล์มที่ครองตลาดอุตสาหกรรมถึง 72% ทำให้ TVO ต้องยกระดับแบรนด์ ‘องุ่น’ และเน้นความแตกต่างด้านคุณภาพและ ESG เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว”
บริษัทยังเผชิญกับความท้าทายจากเส้นทางโลจิสติกส์ที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าเมล็ดถั่วเหลืองจากบราซิลและสหรัฐฯ ซึ่งใช้เวลานานถึง 35–50 วัน ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันดิบผันผวน อย่างไรก็ดี TVO มีกลยุทธ์ล็อกค่าระวังเรือ (hull insurance) ไว้ที่ระดับ 7–10% ของต้นทุน และใช้การล็อกอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อลดความเสี่ยงจากสกุลเงิน
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- กำไรสุทธิโต 4.1% แต่รายได้เพิ่มแค่ 1.2% — หมายความว่าอะไร? หมายถึง การควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและปรับโครงสร้างสินค้าให้เน้นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น โดยเฉพาะกากถั่วเหลืองที่ครอง 57% ของรายได้
- ทำไม EBIT ยังคงอยู่ที่ 3,591 ล้านบาท ทั้งที่รายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย? เพราะบริษัทอาจมีต้นทุนคงที่หรือการลงทุนใน ESG และพลังงานหมุนเวียนที่ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานไม่เพิ่มตามรายได้ แต่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืน
- การเข้าร่วม S&P Global Yearbook มีผลต่อหุ้นอย่างไร? ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์องค์กร ดึงดูดนักลงทุนสถาบัน และเพิ่มความเชื่อมั่นในความโปร่งใสและธรรมาภิบาล
- ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นจะช่วยหนุนราคาถั่วเหลืองหรือไม่? อาจกดดันราคาลงในระยะสั้น เนื่องจากผู้บริโภคในเอเชียยังเลือกใช้น้ำมันปาล์มมากกว่า แต่ในระยะยาวจะช่วยสนับสนุน Bio-Diesel และตลาดพลังงานหมุนเวียน
- เป้าหมายพลังงานหมุนเวียน 85% ภายใน 2026 — เป็นไปได้จริงหรือ? มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากบริษัทมีแผนลงทุนในระบบพลังงานแสงอาทิตย์และลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลฟิลล์อย่างต่อเนื่อง
TVO ในปี 2568 ไม่ใช่แค่บริษัทผลิตน้ำมันพืชธรรมดา แต่คือผู้นำด้านความยั่งยืนที่วางรากฐานด้วยตัวเลขที่แข็งแกร่ง อัตรากำไรสูงสุดในรอบ 7 ปี และกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการปรับโครงสร้างธุรกิจและเพิ่มมูลค่าผ่าน ESG — สิ่งเหล่านี้คือหัวใจของความสำเร็จที่ไม่ใช่แค่ชั่วคราว แต่คือการเติบโตอย่างมีรากฐาน