https://aio.panphol.com/assets/images/community/8866_F86D1A.png

MUD กำไรหด! ไตรมาส 2/68 ขาดทุนพุ่ง 109 ล้านบาท ยอดขายร่วง กำลังซื้อซบเซา ฉุดไม่อยู่

P/E -100.00 YIELD 0.00 ราคา 0.63 (0.00%)

ไฮไลท์สำคัญ:

MUD เผชิญความท้าทาย! ไตรมาส 2/68 ขาดทุนสุทธิ 109 ล้านบาท จากรายได้รวมที่ลดลง 16.3% ผลกระทบจากกำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลงและการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร

ผลประกอบการที่น่าผิดหวัง:

บริษัท มัด แอนด์ ฮาวด์ จำกัด (มหาชน) (MUD) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 ที่ไม่สดใส โดยมีรายได้รวม 1,337 ล้านบาท ลดลงจาก 1,597 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า คิดเป็นอัตราการลดลง 16.3% ปัจจัยหลักมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงและการตัดสินใจปิดสาขาที่มีผลประกอบการไม่ดีนัก

สถานการณ์ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือการที่บริษัทฯ ประสบภาวะขาดทุนสุทธิ 109 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ คิดเป็นอัตรากำไร (ขาดทุน) สุทธิ (8.2%) เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2567 ที่ขาดทุน 91 ล้านบาท หรือ (5.7%)

วิเคราะห์เจาะลึก:

แม้ว่า MUD จะพยายามควบคุมต้นทุน โดยต้นทุนขายและบริการลดลงจาก 598 ล้านบาท เหลือ 499 ล้านบาท จากการจัดการสินค้าคงคลังและการเจรจาต่อรองกับซัพพลายเออร์ แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารกลับเพิ่มขึ้นเป็น 66.6% ของรายได้รวม เนื่องจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์จากการปิดสาขา

นอกจากนี้ กำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ก็ลดลงจาก 225 ล้านบาท เหลือ 176 ล้านบาท สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรที่ลดลง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินกลับเพิ่มขึ้นเป็น 70 ล้านบาท

ในส่วนของงบดุล สินทรัพย์รวมลดลงเล็กน้อยจาก 4,589 ล้านบาท เหลือ 4,508 ล้านบาท โดยสินทรัพย์หมุนเวียนและไม่หมุนเวียนต่างปรับตัวลดลง ในขณะที่หนี้สินรวมยังคงที่ที่ 2,875 ล้านบาท แต่หนี้สินหมุนเวียนกลับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 1,714 ล้านบาท เหลือ 1,633 ล้านบาท

อนาคตและความท้าทาย:

MUD วางแผนที่จะสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนผ่านการสร้างนวัตกรรมสินค้าและบริการ, ขยายสาขาในทำเลศักยภาพ, ขยายธุรกิจในต่างประเทศ (โดยเฉพาะ Greyhound Cafe ในยุโรป), สร้างความได้เปรียบด้านต้นทุน และแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัว การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป จะเป็นกุญแจสำคัญในการกลับมาทำกำไรและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในอนาคต

โพสต์ล่าสุด