https://aio.panphol.com/assets/images/community/3470_d89bca.png

สรุป Oppday SICT: ผลประกอบการ Q4/24 และทิศทางธุรกิจปี 2567

P/E 12.92 YIELD 3.47 ราคา 2.42 (0.00%)

สรุป Oppday SICT: ผลประกอบการ Q4/24 และทิศทางธุรกิจปี 2567

สรุปเนื้อหาการประชุม Oppday ของบริษัท Silicon Craft Technology จำกัด (มหาชน) หรือ SICT ซึ่งเป็นการรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2567 และภาพรวมทั้งปี รวมถึงการพูดคุยถึงแนวโน้มธุรกิจในปี 2568 โดยมีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมบรรยาย

1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):

รายได้รวมในไตรมาสที่ 4 อยู่ที่ 124.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY แต่ลดลง 3% QoQ หากคิดเป็น USD รายได้ในไตรมาสที่ 4 อยู่ที่ 3.68 ล้านเหรียญ ลดลง 8% YoY และ 2% QoQ โดยมองว่ามีผลกระทบจากปัจจัยด้านฤดูกาล (Seasonal Impact) ทำให้รายได้ในครึ่งปีหลังต่ำกว่าครึ่งปีแรก

รายได้รวมทั้งปี 2567 อยู่ที่ 661.8 ล้านบาท ลดลง 1% เมื่อเทียบกับปี 2566 โดยรายได้หลักยังคงมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ Animal ID เป็นหลัก

Gross Profit Margin ในไตรมาสที่ 4 อยู่ที่ 46% สาเหตุหลักมาจาก Product Mix โดยมีสัดส่วน Animal ID อยู่ที่ประมาณ 50% ซึ่งต่ำกว่าไตรมาสอื่น ๆ ที่มีสัดส่วน 60% ทำให้มีสัดส่วนผลิตภัณฑ์ Immobilizer และ Industrial IoT ที่มี GP สูงขึ้น

Gross Profit Margin ทั้งปี 2567 อยู่ที่ 43% ลดลงจาก 46% ในปี 2566 สาเหตุหลักมาจาก Product Mix เช่นเดียวกัน

กำไรสุทธิในไตรมาสที่ 4 อยู่ที่ 11.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% YoY และ 1,625% QoQ เนื่องจากการฟื้นตัวจากไตรมาสที่ 3 ที่ได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน

กำไรสุทธิทั้งปี 2567 อยู่ที่ 101.2 ล้านบาท ลดลง 28% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):

บริษัทมองเห็นโอกาสในการเติบโตในตลาด South America โดยเฉพาะบราซิล ซึ่งมีกฎหมายบังคับใช้การติด EID Tag ในวัวทั้งหมด ซึ่งมีจำนวนมากถึง 200 ล้านตัว

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสในตลาด Africa ซึ่งกำลังพัฒนาเป็นฐานการผลิตอาหารป้อนให้ Europe

บริษัทมีแผนขยายตลาดใน Europe ตะวันออกและ Scandinavia โดยเข้าร่วมงาน Expo ที่เยอรมนี

3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):

ความเสี่ยงด้าน Geopolitical ที่เพิ่มขึ้น เช่น สงครามและการกีดกันทางการค้า

ภาวะ Over Supply ในตลาด Semiconductor โดยเฉพาะชิปที่ไม่เกี่ยวข้องกับ AI

การแข่งขันด้านราคาในตลาดจีน

ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น เช่น ทองแดงและ Precious Materials

ระยะเวลาในการจัดส่งวัตถุดิบที่นานขึ้น

4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):

วางแผนการจัดซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าเพื่อให้ได้ราคาที่ดี

มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มี GP สูงขึ้นเพื่อ Balance Product Mix

ขยายตลาดไปยังภูมิภาคที่มีศักยภาพ เช่น South America และ Europe ตะวันออก

ลงทุนใน R&D เพื่อสร้าง Technology ใหม่และ Product Group ใหม่

5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):

คาดการณ์การเติบโตของรายได้ในปี 2568 ในระดับ Single Digit (1-5%)

Animal ID ยังคงเป็น Key Driver หลักในการเติบโต

คาดหวังการเติบโตของ Industrial IoT จาก Product ใหม่ เช่น Wafer Cassette Tracking Chip (73F1)

มองว่า Automotive Immobilizer จะค่อย ๆ ฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง

เน้นการลงทุนใน R&D อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าใช้จ่าย 20% ของยอดขาย

ขยายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศและในประเทศ

6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): เริ่ม นาทีที่ 45.30

  1. Q: แผนการลงทุนในบริษัท Adaptricx
  2. A: บริษัทเริ่มรับรู้รายได้จาก Adaptricx ในช่วงครึ่งปีหลังของปีที่ผ่านมา แต่รายได้ยังไม่สูงมากนัก คาดว่าจะมีการเติบโตที่ดีขึ้นในอนาคต

  3. Q: แนวโน้มค่าเงินบาท
  4. A: บริษัทมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และพยายามบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ

  5. Q: ความคาดหวังต่อผลิตภัณฑ์ใหม่ (73F1)
  6. A: บริษัทคาดหวังว่า 73F1 จะเป็น Key Driver ในการเติบโตของ Industrial IoT และมีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

  7. Q: กลยุทธ์การเติบโตในตลาดจีน
  8. A: บริษัทจะเดินทางไปเยี่ยมลูกค้าในจีนเพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนกลยุทธ์ที่เหมาะสม

  9. Q: การจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
  10. A: บริษัทจะพยายามลดต้นทุนในการผลิต และบริหารจัดการ Product Mix ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

  11. Q: ความคืบหน้าในการรับทุนวิจัยจากภาครัฐ
  12. A: บริษัทได้รับการอนุมัติทุนวิจัยจากภาครัฐ ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ

โดยสรุป SICT ยังคงมุ่งเน้นการลงทุนใน R&D เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และขยายตลาดไปยังภูมิภาคที่มีศักยภาพ โดยมี Animal ID เป็น Key Driver หลักในการเติบโต และคาดหวังการฟื้นตัวของ Automotive Immobilizer ในอนาคต

โพสต์ล่าสุด