เบทาโกร (BTG) รับอานิสงส์ราคาเนื้อสัตว์ฟื้นตัว โบรกฯ อัปเป้าใหม่ 26 บาท
ไฮไลท์สำคัญ
บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG ได้รับการปรับประมาณการกำไรปี 2569-2570 ขึ้น 3.1-8.9% จากแนวโน้มผลประกอบการครึ่งหลังของปี 2569 ที่ฟื้นตัวได้ดีกว่าคาด โดยได้รับแรงหนุนหลักจากราคาเนื้อสัตว์ในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น การควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการขยายตลาดส่งออกเนื้อหมูไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งโบรกเกอร์ FSSIA ได้คงคำแนะนำ "ซื้อ" พร้อมปรับราคาเป้าหมายใหม่ขึ้นเป็น 26 บาท
วิเคราะห์เจาะลึกผลประกอบการ
นักวิเคราะห์จาก FSSIA ประเมินว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 3/2569 จะแตะระดับ 1.26 พันล้านบาท (+110% จากไตรมาสก่อนหน้า และ +7.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) โดยมีปัจจัยบวกจากราคาเนื้อสัตว์ที่ฟื้นตัวและการส่งออกไก่ที่กลับมาเติบโต สำหรับปี 2569 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 4.06 พันล้านบาท และจะเติบโตต่อเนื่องในปี 2570 สู่ระดับ 4.3 พันล้านบาท (+5.8% จากปีก่อน) ทั้งนี้ บริษัทมีกลยุทธ์เน้นสินค้าและช่องทางจำหน่ายที่มีมาร์จิ้นสูง รวมถึงการเข้าซื้อกิจการ Freshket เพื่อขยายช่องทางขายออนไลน์ ซึ่งแม้จะมีมุมมองเชิงลบเล็กน้อยต่อผลขาดทุนของ Freshket แต่เชื่อว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาว
ข้อสังเกตด้านการเงินและการลงทุน
สถานะทางการเงินของ BTG ยังคงอยู่ในระดับที่จัดการได้ โดยคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) และหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) ณ สิ้นปี 2569 จะปรับตัวลดลงต่ำกว่าเป้าหมายภายในของบริษัท นอกจากนี้ BTG ยังโดดเด่นด้าน ESG โดยได้รับคะแนน SET ESG Rating ระดับ AAA สองปีซ้อน ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการที่โปร่งใสและยั่งยืน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ โรคระบาดในสัตว์ และความผันผวนของค่าเงินบาทที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและการส่งออก
บทสรุปการลงทุน
FSSIA คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 26 บาท อ้างอิง P/E ที่ 12 เท่า ซึ่งถือเป็นระดับที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับมูลค่าหุ้นที่ซื้อขายในปัจจุบันที่ P/E ปี 2570 เพียง 9.3 เท่า ประกอบกับคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ระดับ 4.0-4.5% ต่อปี ถือเป็นโอกาสที่ดีในการลงทุนสำหรับผู้ที่ต้องการหุ้นที่มีพื้นฐานแกร่งและมีการเติบโตจากกลยุทธ์การขยายธุรกิจที่ชัดเจน