DELTA เผชิญความท้าทายด้าน Supply Chain กดดันการเติบโตระยะสั้น
ไฮไลท์สำคัญ
บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ปรับลดประมาณการกำไรปกติของ DELTA ในปี 2569–2570 ลง 10% และ 8% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนความเสี่ยงจากข้อจำกัดด้านวัตถุดิบที่ยังคงตึงตัว แม้ความต้องการสินค้ากลุ่ม AI Data Center จะยังคงแข็งแกร่ง แต่ปัจจัยด้าน Supply ทำให้การเติบโตของรายได้อาจต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็น
รายละเอียดการวิเคราะห์
หยวนต้าคงคำแนะนำ "TRADING" โดยปรับราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2570 ลงเหลือ 293.00 บาทต่อหุ้น (จากเดิม 333.00 บาท) โดยใช้วิธีปรับลด PER ลงมาอยู่ที่ 72.2 เท่า (+0.25 SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) เพื่อสะท้อนความท้าทายในการเติบโตจากฐานกำไรที่สูงขึ้น ทั้งนี้ คาดการณ์กำไรปกติปี 2569 อยู่ที่ 3.6 หมื่นล้านบาท (+57% YoY) และปี 2570 อยู่ที่ 5.1 หมื่นล้านบาท (+40% YoY) โดยมองว่าผลประกอบการครึ่งปีหลัง (2H26) จะฟื้นตัวเด่นจากคำสั่งซื้อที่เลื่อนมาจากไตรมาส 2/2569 และการเพิ่มกำลังการผลิตสินค้ากลุ่ม AI
ข้อสังเกตจากนักวิเคราะห์
แม้บริษัทจะบริหารจัดการต้นทุนได้ดีและคาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะทยอยฟื้นตัวเป็น 30.5% ในไตรมาส 3/2569 และ 32.5% ในไตรมาส 4/2569 แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ยังคงเป็น text-danger ปัจจัยกดดันสำคัญ จากค่าใช้จ่ายด้าน R&D และค่าลิขสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นตามการลงทุนในเทคโนโลยี AI อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า SG&A to Sales มีโอกาสผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และสถานะทางการเงินของบริษัทอยู่ในเกณฑ์ดีมากด้วยสถานะ net cash ตลอดช่วงปี 2569–2570
สรุปภาพรวมการลงทุน
ในมุมมองของหยวนต้า รอบกำไรขาขึ้นของ DELTA ยังคงมีความแข็งแกร่ง แต่โอกาสที่จะกลับไปซื้อขายที่ PER สูงระดับ 80–100 เท่าเหมือนในอดีตนั้นมีจำกัดมากขึ้น เนื่องจากฐานกำไรที่ใหญ่ขึ้นและอัตราการเติบโตที่เริ่มเข้าสู่ภาวะชะลอตัว ทั้งนี้ หากบริษัทสามารถแก้ไขปัญหาด้าน Supply ได้เร็วกว่าคาด จะถือเป็น text-primary ปัจจัยบวก (Upside) ต่อประมาณการกำไรในอนาคต