BCPG กำไร Q2/66 ต่ำกว่าคาด โบรกฯ ปรับลดคำแนะนำเป็น NEUTRAL
ไฮไลท์สำคัญ
บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดและโบรกเกอร์คาดการณ์ไว้ประมาณ 15-20% เนื่องจากมีภาระค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) รวมถึงภาษีที่สูงกว่าที่ประเมินไว้ ส่งผลให้โบรกเกอร์ InnovestX ปรับลดคำแนะนำจากเดิม OUTPERFORM ลงมาเป็น NEUTRAL พร้อมปรับราคาเป้าหมายใหม่กลางปี 2570 อยู่ที่ 7.9 บาท
เจาะลึกผลประกอบการและการลงทุน
ในไตรมาส 2/2569 แม้กำไรปกติจะเติบโตได้ 37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากส่วนแบ่งกำไรโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ ที่ได้รับอานิสงส์จากการปรับเพิ่มค่า Capacity Payment แต่หากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) กำไรปกติลดลงถึง 71% เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของโรงไฟฟ้าพลังลมในลาว และมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ทั้งนี้ บริษัทมีแผนขายโรงไฟฟ้า Hamilton ในสหรัฐฯ (ซึ่งคิดเป็น 30% ของกำไรปกติ) ในไตรมาส 4/2569 ซึ่งจะทำให้บริษัทได้รับเงินสดราว 1.1 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาเป็นฐานเงินทุนและงบลงทุนใหม่ โดยยังคงรักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ไว้ได้ต่ำกว่า 1 เท่า
ข้อสังเกตและมุมมองนักวิเคราะห์
นักวิเคราะห์จาก InnovestX ประเมินว่าแนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะถูกกดดันจากการขายสินทรัพย์โรงไฟฟ้า Hamilton ออกไป อย่างไรก็ตาม บริษัทได้วางกลยุทธ์ 3 แนวทางเพื่อชดเชยรายได้ที่หายไป ได้แก่ 1) การเน้นลงทุนในไทยผ่าน Direct PPA และรองรับ Data Center 2) การขยายโครงสร้างพื้นฐานพลังงานร่วมกับกลุ่มบางจาก และ 3) การหาแพลตฟอร์มการลงทุนใหม่ในต่างประเทศ โดยโบรกเกอร์ได้ปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2569 ลง 5% และปี 2570 ลง 28% เพื่อสะท้อนการขายสินทรัพย์ดังกล่าว
บทสรุปการลงทุน
สำหรับการประเมินมูลค่าหุ้น BCPG โบรกเกอร์ใช้วิธี DCF (WACC 6.2%, Terminal Growth 1.5%) กำหนดราคาเป้าหมายกลางปี 2570 ไว้ที่ 7.9 บาท โดยมองว่าหุ้นซื้อขายที่ PE ปี 2570 ประมาณ 16 เท่า และให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจระดับ 4.6% อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระมัดระวังปัจจัยเสี่ยงเรื่องผลตอบแทนจากโครงการใหม่ที่อาจต่ำกว่าคาด รวมถึงความผันผวนจากการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม (ESG) ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล