ข่าวสาร
2. Integrated Solutions: เจาะตลาดเชิงลึกผ่านโซลูชันแบบครบวงจร (End-to-End Solutions) และประสิทธิภาพการดำเนินงาน
3. Operational Excellence: เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันโดยการปรับลดต้นทุนและนำ Lean Automation มาใช้
4. Portfolio Optimization: ปรับปรุงส่วนผสมผลิตภัณฑ์ผ่าน Smart Value Products (SVP) และ High-Value Added (HVA)
5. Sustainability & Export Expansion: เร่งการผลิตปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำในเวียดนามเพื่อตอบสนองความต้องการที่ยั่งยืนที่เพิ่มขึ้น
SCC: ผลประกอบการ Q2/2026 ฟื้นตัวโดดเด่นจากกลยุทธ์ปรับตัวและอุตสาหกรรมปิโตรเคมีพลิกฟื้น
7 วัน 22:33 น.
0 ความเห็น
SCC: ผลประกอบการ Q2/2026 ฟื้นตัวโดดเด่นจากกลยุทธ์ปรับตัวและอุตสาหกรรมปิโตรเคมีพลิกฟื้น
1. Highlights
- การปรับตัวของตลาด Global Macro: สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงส่งผลให้ราคาพลังงานและปิโตรเคมีผันผวนรุนแรง SCC ได้ปรับกลยุทธ์การบริหารจัดการแบบรายวันเพื่อรับมือกับความผันผวนดังกล่าว
- การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพ: SCC เน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพภายใน (Internal Efficiency) และลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในธุรกิจ Cement & Building Materials (CBM) และการเปลี่ยนเชื้อเพลิงจากถ่านหินเป็น Biomass ซึ่งช่วยลดต้นทุนพลังงานและก๊าซเรือนกระจก
- การปรับโครงสร้างธุรกิจ CBM: SCC ได้รวม 3 ธุรกิจหลักในกลุ่ม CBM เข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ปลดล็อกมูลค่าทางธุรกิจ และยกระดับประสบการณ์ลูกค้า โดยมีเป้าหมายเพิ่ม EBITDA 3,000 ล้านบาทภายในปี 2028
- การขยายตลาดผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม: บริษัทมุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ High-Value Added (HVA) และ Smart Value Products (SVP) รวมถึงขยายตลาดไปยังภูมิภาคใหม่ๆ เช่น ออสเตรเลีย
- สถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง: SCC มีวินัยทางการเงินที่เข้มงวด ส่งผลให้ Net Debt ลดลงอย่างต่อเนื่อง และมี Cash on Hand สูงขึ้น ซึ่งเป็นเกราะป้องกันความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
2. Hero Story
ฮีโร่ของไตรมาสนี้คือ ธุรกิจเคมีภัณฑ์ (Chemicals) ที่พลิกฟื้นอย่างรวดเร็วและโดดเด่น โดยมี Adjusted Cash EBITDA เพิ่มขึ้นถึง 36% YoY และ 87% QoQ (จากสไลด์ P.7) เป็นผลมาจากการที่กำลังการผลิตในตลาดโลกหายไปบางส่วนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้เกิดภาวะอุปทานตึงตัว (Supply Tightness) และราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการปรับกลยุทธ์การจัดหาวัตถุดิบ (Feedstock Sourcing) ไปยังแหล่ง Non-Hormuz และการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ HVA3. Outlook
- ภาพรวมเศรษฐกิจ: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงรุนแรงกว่าครึ่งปีแรกของปี 2026 และราคาพลังงานโลกยังคงผันผวนสูง นอกจากนี้ยังมีการเริ่มต้นของปรากฏการณ์ Super El Niño และเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลง (IMF คาดการณ์ GDP โต 3.0%, World Bank คาด 2.5%) อย่างไรก็ตาม อาเซียนยังคงเป็นภูมิภาคที่มีโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจ
- กลยุทธ์และลำดับความสำคัญ:
2. Integrated Solutions: เจาะตลาดเชิงลึกผ่านโซลูชันแบบครบวงจร (End-to-End Solutions) และประสิทธิภาพการดำเนินงาน
3. Operational Excellence: เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันโดยการปรับลดต้นทุนและนำ Lean Automation มาใช้
4. Portfolio Optimization: ปรับปรุงส่วนผสมผลิตภัณฑ์ผ่าน Smart Value Products (SVP) และ High-Value Added (HVA)
5. Sustainability & Export Expansion: เร่งการผลิตปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำในเวียดนามเพื่อตอบสนองความต้องการที่ยั่งยืนที่เพิ่มขึ้น
- เป้าหมาย CAPEX: งบประมาณ CAPEX ทั้งปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 30,000 ล้านบาท โดยเน้นการลงทุนในโครงการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และโครงการขยายกำลังการผลิตในธุรกิจเคมีภัณฑ์และ CBM
4. ความเสี่ยง
- ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและทะเลแดงยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานและราคาวัตถุดิบ
- ความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบ: ราคาพลังงานและปิโตรเคมีที่ผันผวนสูงทำให้การบริหารจัดการต้นทุนและความสามารถในการทำกำไรมีความท้าทาย
- ภาวะ Overcapacity ในภูมิภาค: โดยเฉพาะในธุรกิจเคมีภัณฑ์จากจีน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง
- การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก: การเติบโตของ GDP โลกที่ชะลอตัวลงอาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ในตลาดหลัก
- ผลกระทบจาก El Niño: ปรากฏการณ์ Super El Niño อาจส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรและกำลังซื้อในประเทศ
5. Q&A Highlights
- Q1: (35:46) สถานการณ์ Spread ของปิโตรเคมียังมีความผันผวนมาก บางสัปดาห์ต่ำกว่า 300 เหรียญต่อตัน บริษัทมีแผนอย่างไรเพื่อให้มั่นใจว่า ROC จะทำกำไรได้?
- Q2: (37:43) สำหรับโรงงาน ROC ปัจจุบัน SCC Chemicals มีการสั่งซื้อ Feedstock แล้วหรือยัง? ถ้ามี จะมาถึงโรงงานเมื่อไหร่ และมีการ Commit ทั้ง Order หรือ Volume และลูกค้าตกลงราคากันแล้วหรือยัง?
- Q3: (39:48) Benefit จากการปรับโครงสร้างธุรกิจ SCG CBM ที่คาดว่าจะลดต้นทุนได้ประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี จะเริ่มเห็นผลในไตรมาสใดเป็นไตรมาสแรก?
ความคิดเห็น (0)
ยังไม่มีความคิดเห็น