ข่าวสาร
EPG โชว์กำไร Q1 ทุบสถิติใหม่ โบรกฯ อัปเป้าหมายราคาขึ้นรับข่าวดี
4 วัน 12:42 น.
0 ความเห็น
ผลประกอบการไตรมาส 1/67 เติบโตโดดเด่น
บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2567 (เมษายน-มิถุนายน 2566) โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 490.8 ล้านบาท พุ่งสูงขึ้นถึง 40.4% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 50.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่นักวิเคราะห์จาก FSSIA คาดการณ์ไว้ถึง 17% ปัจจัยหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ที่แข็งแกร่งเกินคาด รวมถึงรายได้รวมที่เติบโตแตะระดับ 3.7 พันล้านบาท และภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงช่วยสนับสนุนกำไรให้ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนAeroflex นำทัพสร้างการเติบโต
โบรกเกอร์ FSSIA ระบุว่า ธุรกิจฉนวนกันความร้อน Aeroflex ยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนรายได้ โดยเติบโต 22.5% จากไตรมาสก่อนหน้า จากความต้องการสินค้าพรีเมียมในสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในกลุ่มศูนย์ข้อมูล (Data Center), เซมิคอนดักเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ในขณะที่ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ Aeroklas เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจนด้วยยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 2 ไตรมาสติดกัน รวมถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในออสเตรเลียและแอฟริกาใต้ ส่วนธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก EPP ยังคงรักษาการเติบโตได้ดีแม้จะมีการปรับตัวของสต็อกสินค้าในไตรมาสนี้ปรับประมาณการกำไรและราคาเป้าหมาย
ด้วยแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง FSSIA จึงได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2567-2569 ขึ้นอีก 3.6% ถึง 10.4% โดยคาดการณ์กำไรปกติปี 2567 ไว้ที่ 1.6 พันล้านบาท หรือเติบโต 19.8% ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่เร็วที่สุดในรอบ 5 ปี พร้อมทั้งปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย (Target Price) ขึ้นเป็น 9.00 บาท จากเดิม 8.50 บาท โดยใช้วิธีประเมินมูลค่าด้วยการปรับเพิ่มเป้าหมาย EV/EBITDA เป็น 11.0 เท่า จากเดิม 10.5 เท่า เพื่อสะท้อนถึงการขยายตัวของอัตรากำไรและการเติบโตเชิงโครงสร้างของธุรกิจสรุปภาพรวมการลงทุน
นักวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" (BUY) สำหรับหุ้น EPG เนื่องจากมองว่ากรณีการลงทุนมีความน่าสนใจมากขึ้น จากการที่บริษัทสามารถเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่การเติบโตเชิงโครงสร้างและการขยายอัตรากำไร โดยเฉพาะการเติบโตของ Aeroflex ในสหรัฐฯ ประกอบกับสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นจากการลดลงของหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Debt/Equity) ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาวได้เป็นอย่างดีความคิดเห็น (0)
ยังไม่มีความคิดเห็น