TVT เผยผลงาน Q2/2569 ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 6.6 ล้านบาท กดดันจากรายได้โฆษณาและงานรับจ้างผลิตซีรีส์ลดลง
รายได้รวมปรับตัวลดลงตามอุตสาหกรรมสื่อโฆษณา ขณะที่บริษัทเร่งปรับโครงสร้างรายการและบริหารต้นทุนเพื่อประคองผลประกอบการ
บริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 โดยมีรายได้รวม 55.9 ล้านบาท ลดลง 46.6 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 45 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 6.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 66 จากปีก่อนหน้า โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้ค่าโฆษณาที่ลดลงตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และการส่งมอบงานรับจ้างผลิตซีรีส์ที่ลดลงเมื่อเทียบกับฐานสูงในปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ดำเนินกลยุทธ์ปรับลดเวลาออกอากาศและควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือกับความท้าทายในอุตสาหกรรม
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของผลประกอบการในไตรมาสนี้คือ "การหดตัวของรายได้จากธุรกิจโฆษณาและงานรับจ้างผลิตซีรีส์" ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัท โดยมีรายละเอียดดังนี้:
1) หัวใจคืออะไร:
ผลขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้นเป็น 6.6 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 66% YoY) มีสาเหตุหลักมาจากรายได้ค่าโฆษณาที่ลดลง 4.9 ล้านบาท และรายได้จากการให้บริการลดลง 41.8 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการส่งมอบงานรับจ้างผลิตซีรีส์มูลค่ากว่า 40.5 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้ฐานรายได้เปรียบเทียบสูงกว่าปีนี้อย่างมีนัยสำคัญ
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
- ธุรกิจโฆษณา: อุตสาหกรรมสื่อโทรทัศน์ยังคงเผชิญภาวะถดถอยต่อเนื่อง งบโฆษณาถูกกระจายไปยังสื่ออื่นที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เจาะจงกว่า ส่งผลให้มูลค่าโฆษณาต่อนาทีขายลดลง บริษัทจึงแก้เกมด้วยการปรับลดเวลาและจำนวนวันออกอากาศเพื่อลดต้นทุนการผลิตให้สอดคล้องกับรายได้
- ธุรกิจรับจ้างผลิต: การลดลงของรายได้จากการให้บริการรับจ้างผลิตซีรีส์เป็นปัจจัยกดดันหลัก อย่างไรก็ตาม บริษัทได้พยายามชดเชยด้วยการรับงานผลิตรายการประเภทอื่นเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการถ่ายทำรายการขนาดใหญ่
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
ยังไม่ชัดเจนและต้องติดตาม: แม้บริษัทจะมีการปรับตัวด้วยการลดต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลงได้ (ต้นทุนขายลดลง 47.8 ล้านบาท หรือ 51% YoY) แต่ทิศทางของอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาที่ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก ความต่อเนื่องของกำไรในอนาคตจึงขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการบริหารจัดการงานรับจ้างผลิตรายการขนาดใหญ่ที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นถ่ายทำว่าจะสามารถสร้างรายได้และอัตรากำไรได้ดีเพียงใด
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม: 55.9 ล้านบาท ลดลง 45% YoY
- ผลขาดทุนสุทธิ: 6.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% YoY
- ต้นทุนขาย: ลดลง 47.8 ล้านบาท (51% YoY) จากการบริหารจัดการต้นทุนโฆษณาและต้นทุนการผลิตที่ลดลงตามปริมาณงาน
- กำไรขั้นต้น: 2.02 ล้านบาท ลดลง 62% YoY จากผลขาดทุนในธุรกิจโฆษณาและความสามารถในการทำกำไรของงานรับจ้างผลิตรายการที่ต่ำกว่าซีรีส์
- รายได้อื่น: เพิ่มขึ้น 2.8 ล้านบาท ซึ่งช่วยบรรเทาผลขาดทุนสุทธิไม่ให้สูงไปกว่านี้
ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากทั้งธุรกิจโฆษณาและงานรับจ้างผลิตซีรีส์ แม้บริษัทจะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายรวมให้ลดลงได้ 0.07 ล้านบาท (2.2% YoY) แต่ไม่เพียงพอที่จะชดเชยการลดลงของรายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงเหลือ 2.02 ล้านบาท
โอกาส
- การเริ่มถ่ายทำรายการขนาดใหญ่ที่เข้ามาทดแทนงานรับจ้างผลิตซีรีส์ที่จบไป
- การปรับเปลี่ยนรูปแบบรายการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและเวลาออกอากาศ
ความเสี่ยง
- แนวโน้มอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาทางโทรทัศน์ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
- พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปรับชมคอนเทนต์ผ่านสื่ออื่นทดแทน
- ความสามารถในการทำกำไรของงานรับจ้างผลิตรายการใหม่ที่อาจต่ำกว่างานรับจ้างผลิตซีรีส์ในอดีต
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ความคืบหน้าและรายได้จากรายการขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างการถ่ายทำ
- การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตให้สอดคล้องกับรายได้โฆษณาที่ผันผวน
- ความสามารถในการรักษาฐานรายได้จากการให้บริการรับจ้างผลิตรายการ
- ทิศทางของรายได้อื่นที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนผลประกอบการในไตรมาสถัดไป
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
บริษัทเผชิญกับความท้าทายในด้าน Utilization ของเวลาออกอากาศที่ต้องปรับลดลงเพื่อประหยัดต้นทุน ต้นทุนการให้บริการลดลงสอดคล้องกับการส่งมอบงานรับจ้างผลิตที่ลดลง อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นได้รับผลกระทบจาก Mix ของงานที่เปลี่ยนไป โดยงานรับจ้างผลิตรายการใหม่มีมาร์จินต่ำกว่างานซีรีส์เดิม
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีฐานะการเงินรวม 563.5 ล้านบาท ลดลง 2% จากสิ้นปีที่ผ่านมา โดยมีหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.09 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำมาก สะท้อนถึงโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งแม้จะมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน
สรุปท้าย
ผลประกอบการของ TVT ในไตรมาส 2/2569 สะท้อนถึงความยากลำบากในอุตสาหกรรมสื่อโทรทัศน์ที่รายได้โฆษณาหดตัว แม้บริษัทจะพยายามบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพจนสามารถลดค่าใช้จ่ายได้มาก แต่การขาดหายไปของรายได้จากงานรับจ้างผลิตซีรีส์ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น การฟื้นตัวในระยะถัดไปจึงขึ้นอยู่กับความสำเร็จของรายการขนาดใหญ่ที่กำลังผลิตอยู่ว่าจะสามารถสร้างกระแสรายได้และกำไรกลับมาได้มากน้อยเพียงใด