เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SCC กำไรสุทธิ Q2/2569 โตแรง 85% QoQ รับอานิสงส์ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีฟื้นตัว
ข่าวสาร

SCC กำไรสุทธิ Q2/2569 โตแรง 85% QoQ รับอานิสงส์ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีฟื้นตัว

SCC P/E 23.02 YIELD 1.95
1 อาทิตย์ 05:13 น. 0 ความเห็น

ผลประกอบการฟื้นตัวเด่นจากธุรกิจเคมิคอลส์และเอสซีจีพี พร้อมเดินหน้าลดภาระหนี้สินอย่างต่อเนื่อง

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2569 มีกำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 11,535 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้น 85% จากไตรมาสก่อน (QoQ) โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้น และผลประกอบการที่ดีขึ้นของธุรกิจในเครือ ทั้งนี้ เอสซีจียังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก พร้อมเดินหน้าลดภาระหนี้สินอย่างมีนัยสำคัญเพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเงิน

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญของกำไรที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในไตรมาสนี้ คือ "ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ปรับตัวดีขึ้น" ของเอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) และผลประกอบการที่แข็งแกร่งขึ้นของเอสซีจีพี (SCGP) โดย Adjusted Cash EBITDA ของกลุ่มบริษัทรวมอยู่ที่ 27,984 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 87% QoQ

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • กลุ่มเคมิคอลส์: ได้รับอานิสงส์จากภาวะอุปทานปิโตรเคมีที่ตึงตัวในตลาดโลก เนื่องจากผู้ผลิตหลายรายหยุดเดินโรงงาน (Shutdown) และลดกำลังการผลิตจากการจัดหาวัตถุดิบที่จำกัด ส่งผลให้ส่วนต่างราคา (Spread) ของผลิตภัณฑ์หลักอย่าง PE และ PP ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้โรงงาน LSP ในเวียดนามและ ROC ในไทยจะมีการหยุดเดินเครื่องชั่วคราว แต่การบริหารจัดการพอร์ตผลิตภัณฑ์ HVA (High Value Added) และการปรับตัวอย่างทันท่วงทีช่วยประคองกำไรได้
  • กลุ่มเอสซีจีพี: ฟื้นตัวได้ดีโดยเฉพาะในประเทศอินโดนีเซียและเวียดนาม ประกอบกับมีเงินปันผลรับจากเงินลงทุนอื่นจำนวน 5,994 ล้านบาท เข้ามาช่วยเสริมกระแสเงินสด

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ยังต้องติดตามความผันผวน จากที่ระบุในเอกสาร เอสซีจีมีแผนเร่งดำเนินโครงการ LSPE เพื่อใช้ประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบก๊าซอีเทน และการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ HVA อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและวัตถุดิบ รวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ: 11,535 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85% QoQ
  • Adjusted Cash EBITDA: 27,984 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87% QoQ
  • การลดหนี้: หนี้สินสุทธิลดลงเหลือ 238,270 ล้านบาท (ลดลง 41,989 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568) ทำให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ลดลงมาอยู่ที่ 3.7 เท่า จาก 5.5 เท่าในไตรมาส 4/2568
  • รายการพิเศษ: มีการขายหุ้น PT Chandra Asri Pacific Tbk (CAP) จำนวน 14.86% มูลค่าประมาณ 24,900 ล้านบาท ซึ่งนำเงินไปใช้ลดภาระหนี้และลงทุนในโครงการ LSP Ethane
  • เงินปันผล: อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 3.5 บาทต่อหุ้น (XD วันที่ 5 ส.ค. 2569)

ภาพรวมผลประกอบการ

รายได้จากการขายในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 136,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% QoQ จากราคาขายสินค้าปิโตรเคมีที่สูงขึ้น และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นของเอสซีจีพีและธุรกิจวัสดุก่อสร้าง แม้จะเผชิญกับปัจจัยฤดูกาลของสินค้าซีเมนต์และค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างธุรกิจเอสซีจี เดคคอร์ แต่ภาพรวมกำไรยังคงเติบโตแข็งแกร่ง

โอกาส

  • การขยายตลาดปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำในเวียดนามและภูมิภาคอาเซียน
  • การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วย AI และการบริหารเชื้อเพลิงผสม (RDF/ชีวมวล) เพื่อลดต้นทุนพลังงาน
  • การเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ในเวียดนามและอินโดนีเซีย

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
  • อุปสงค์ในกลุ่มที่อยู่อาศัยที่ยังคงชะลอตัวในประเทศไทย
  • ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  1. ความคืบหน้าโครงการ LSP Ethane ว่าจะเป็นไปตามกรอบเวลาและงบประมาณหรือไม่
  2. การกลับมาเดินเครื่องโรงงาน ROC ในช่วงปลายไตรมาส 3/2569
  3. ทิศทางส่วนต่างราคาปิโตรเคมีในครึ่งปีหลัง
  4. ความสำเร็จในการปรับโครงสร้างธุรกิจปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างภายใต้แนวคิด "One Face to the Customer"

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)

ตลาดปูนซีเมนต์ในไทยทรงตัว โดยกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ขณะที่กลุ่มที่อยู่อาศัยลดลง 1% อย่างไรก็ตาม เอสซีจีได้ปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดมากขึ้น โดยเน้นการส่งออกปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำและการบริหารต้นทุนผ่านเชื้อเพลิงผสม เพื่อชดเชยต้นทุนถ่านหินที่สูงขึ้น

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจนด้วยกลยุทธ์การขายสินทรัพย์และการลดหนี้ อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเหลือ 0.6 เท่า เงินสดและเงินสดภายใต้การบริหารอยู่ที่ 76,775 ล้านบาท สะท้อนถึงสภาพคล่องที่เพียงพอต่อการดำเนินงานและการลงทุนในอนาคต

สรุปท้าย

SCC ในไตรมาส 2/2569 แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการปรับตัวผ่านกลยุทธ์การบริหารพอร์ตธุรกิจและการลดภาระทางการเงินอย่างจริงจัง แม้กำไรจะได้รับแรงหนุนจากปัจจัยราคาปิโตรเคมีที่ฟื้นตัว แต่การมุ่งเน้นประสิทธิภาพการผลิตและการลดต้นทุนในระยะยาวจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลกต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น