เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
CHAO Q2/2569: รายได้ฟื้นตัวแต่กำไรสุทธิหดตัว เหตุต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายการตลาดสูง
ข่าวสาร

CHAO Q2/2569: รายได้ฟื้นตัวแต่กำไรสุทธิหดตัว เหตุต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายการตลาดสูง

CHAO P/E 15.93 YIELD 4.15
54 นาที 21:16 น. 0 ความเห็น

รายได้ในประเทศเติบโต 9.3% แต่กำไรสุทธิพลิกขาดทุน เหตุต้นทุนวัตถุดิบ-ค่าขนส่งพุ่ง และค่าใช้จ่ายการตลาดที่เพิ่มขึ้น

ในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 บริษัท เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ CHAO มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 308.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนหลักจากตลาดในประเทศที่เติบโต 9.3% จากความสำเร็จของกิจกรรมส่งเสริมการขายในกลุ่มข้าวตังและช่องทางออนไลน์ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับพลิกขาดทุนสุทธิ 7.2 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 17.6 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพื่อการตลาด

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ CHAO ในไตรมาส 2/2569 พลิกจากบวกเป็นลบ คือ การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง ประกอบกับการลงทุนเพิ่มในค่าใช้จ่ายการขายและการตลาด แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานจะเติบโต 5.2% QoQ แต่กำไรสุทธิกลับลดลงถึง 141.0% QoQ และพลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 7.2 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 17.6 ล้านบาทในไตรมาส 1/2569

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น: ฝ่ายจัดการระบุว่า อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลง 0.1% QoQ เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนน้ำมันและค่าขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ การลดลงของยอดขายในต่างประเทศและช่องทาง Traditional Trade ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ก็ส่งผลกระทบต่อ GPM เช่นกัน
  • ค่าใช้จ่ายการขายและจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น: บริษัทฯ มีการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการขายและการตลาดสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ข้าวตังในหลายช่องทาง เพื่อสร้าง Brand Awareness, ขยายฐานผู้บริโภค และผลักดันยอดขายในระยะยาว ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้น 9.3% QoQ

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่ต้องติดตามปัจจัยกดดัน: สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อต้นทุนน้ำมันและค่าขนส่งยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา นอกจากนี้ การลงทุนด้านการตลาดเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาวก็อาจส่งผลกระทบต่อกำไรในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งมั่นในการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งใหม่ๆ เพื่อรักษาเสถียรภาพของอัตรากำไรในระยะถัดไป

Highlight สำคัญ

  • รายได้จากการดำเนินงานรวม 308.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% QoQ โดยได้แรงหนุนหลักจากตลาดในประเทศที่เติบโต 9.3% จากกิจกรรมส่งเสริมการขายในกลุ่มข้าวตังและช่องทางออนไลน์
  • กำไรสุทธิพลิกขาดทุน 7.2 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 17.6 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และขาดทุน 9.0 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
  • อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 36.3% ลดลงเล็กน้อย 0.1% QoQ แต่ปรับตัวดีขึ้น 2.5% YoY โดยมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น
  • ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 56.7% QoQ เนื่องจากการลงทุนด้านการตลาดและส่งเสริมการขายสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ข้าวตัง
  • รายได้จากต่างประเทศลดลง 15.0% QoQ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา และลดลง 35.9% YoY ในจีน เนื่องจากสินค้าเดิมหมดโครงการ

ภาพรวมผลประกอบการ

บริษัท เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ CHAO รายงานผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 308.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2569 แต่ลดลง 9.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2568 ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 112.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.0% QoQ แต่ลดลง 2.6% YoY ส่งผลให้กำไรสุทธิพลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 7.2 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 17.6 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2569 และขาดทุน 9.0 ล้านบาทเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2568

โอกาส

  • การเติบโตของตลาดในประเทศ: โดยเฉพาะช่องทาง Modern Trade และ Online ที่มีแนวโน้มดีจากการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายและการปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์
  • การขยายช่องทาง Modern Trade และ Traditional Trade: เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง
  • การขยายตลาดต่างประเทศ: โดยเฉพาะตลาดจีนที่มีศักยภาพ และการร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรค้าปลีกรายใหญ่ คาดว่าจะทยอยแล้วเสร็จในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์ Better-for-You Snack: เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย
  • การขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปผ่านช่องทางออนไลน์: เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่

ความเสี่ยง

  • ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ: กำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และปัจจัยกดดันจากต่างประเทศ เช่น ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
  • ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ผันผวน: จากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
  • การแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหาร: ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
  • การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค: ที่อาจส่งผลต่อความต้องการสินค้า

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง: และมาตรการบริหารจัดการของบริษัทฯ
  • ผลตอบรับจากการลงทุนด้านการตลาดและการขาย: โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ข้าวตัง
  • ความคืบหน้าในการขยายตลาดต่างประเทศ: โดยเฉพาะจีน และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่
  • การบริหารจัดการสต็อกสินค้า: เพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลง
  • การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต: และประสิทธิภาพการดำเนินงาน

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)

  • ราคาวัตถุดิบ: มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบโดยรวม รวมถึงต้นทุนน้ำมันและค่าขนส่ง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
  • Volume การขาย: รายได้จากการดำเนินงานในประเทศเติบโต 9.3% QoQ จากความสำเร็จของกิจกรรมส่งเสริมการขายในกลุ่มข้าวตังและช่องทางออนไลน์ อย่างไรก็ตาม รายได้จากต่างประเทศลดลง โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและจีน
  • GPM: อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 36.3% ลดลงเล็กน้อย QoQ แต่ดีขึ้น YoY โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับกลยุทธ์การขายผ่านช่องทางออนไลน์และการบริหาร Product Mix รวมถึงการบริหารต้นทุนบรรจุภัณฑ์
  • ช่องทางขาย: ให้ความสำคัญกับการขยายช่องทาง Modern Trade และ Online ในประเทศ ควบคู่กับการขยายตลาดต่างประเทศ เช่น จีน
  • สต็อก: ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับสต็อกสินค้าในเอกสาร
  • อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก: รายได้จากต่างประเทศลดลง QoQ และ YoY โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และช่วงสิ้นสุดโครงการเดิม
  • ฤดูกาลผลิต: ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับฤดูกาลผลิตในเอกสาร

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,295.3 ล้านบาท ลดลง 8.9% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น รวมถึงเงินลงทุนชั่วคราว ขณะที่ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจากการลงทุนก่อสร้างเพื่อขยายกำลังการผลิต

หนี้สินรวมอยู่ที่ 313.5 ล้านบาท ลดลง 16.3% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักมาจากการจ่ายชำระค่าก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่และเจ้าหนี้วัตถุดิบที่ลดลงตามปริมาณการผลิต

ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 981.8 ล้านบาท ลดลง 6.2% จากสิ้นปี 2568 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น

อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.30 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง

สรุปท้าย

CHAO ในไตรมาส 2/2569 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งวัตถุดิบและค่าขนส่ง ประกอบกับการเพิ่มการลงทุนด้านการตลาด ส่งผลให้กำไรสุทธิพลิกเป็นขาดทุน แม้ว่ารายได้ในประเทศจะยังคงเติบโตได้ดีจากกลยุทธ์การขายที่มุ่งเน้นกิจกรรมส่งเสริมการขายและช่องทางออนไลน์ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีโอกาสจากการขยายตลาดในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ ซึ่งต้องติดตามการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว

ยังไม่มีความคิดเห็น