CKP ผลงานไตรมาส 2/69 ต่ำกว่าคาด โบรกฯ ชี้เป็นจังหวะสะสมรับไฮซีซั่น
สรุปภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 2/69
บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 99 ล้านบาท ลดลง 45% จากไตรมาสก่อน และลดลง 83.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรหลักอยู่ที่ 182 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ไว้ 17% สาเหตุหลักมาจากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ลดลง เนื่องจากไม่มีกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้เหมือนในไตรมาส 1/69 ประกอบกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำงึม 2 มีปริมาณการผลิตไฟฟ้าลดลง และธุรกิจ BIC เผชิญกับต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้นกดดันอัตรากำไร
มุมมองโบรกเกอร์และคำแนะนำการลงทุน
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส (FSSIA) คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 3.90 บาท โดยใช้วิธีประเมินมูลค่าตามราคาตลาดของสินทรัพย์ (NAV) ซึ่งรวมมูลค่าโครงการหลวงพระบางไว้ที่ 1.30 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ แม้ผลประกอบการครึ่งปีแรกจะคิดเป็นเพียง 16.2% ของประมาณการทั้งปี แต่ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 1.7 พันล้านบาท เนื่องจากคาดการณ์ว่าไตรมาส 3 จะเป็นช่วงไฮซีซั่นของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ
ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม
นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าราคาหุ้นในระยะสั้นอาจเผชิญกับแรงขายทำกำไรก่อนการประกาศงบไตรมาส 3/69 เนื่องจากตลาดรับรู้ข่าวช่วงไฮซีซั่นไปมากแล้ว นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจส่งผลให้ปริมาณฝนล่าช้า ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำต่ำกว่าที่คาด และปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/69 ให้ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนได้
สรุปสถานะทางการเงินและแนวโน้ม
แม้ผลประกอบการไตรมาส 2 จะดูอ่อนแอ แต่ CKP ยังคงมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยสถานะทางการเงินมีแนวโน้มดีขึ้นจากหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Debt/Equity) ที่คาดว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่องในปี 2567-2568 การลงทุนในโครงการใหม่ๆ ยังคงดำเนินไปตามแผน และบริษัทมีการจัดการความเสี่ยงด้าน ESG ที่อยู่ในระดับดี ซึ่งช่วยสนับสนุนประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว นักลงทุนควรจับตาดูปริมาณน้ำในช่วงครึ่งปีหลังซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการเติบโตของกำไร