THANI โชว์กำไร Q2/69 แกร่งเกินคาด พร้อมเดินหน้าสู่รอบการเติบโตใหม่
ผลประกอบการไตรมาส 2/69 และภาพรวมครึ่งปีแรก
บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ THANI รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 360 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% จากไตรมาสก่อน และ 29.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยได้รับปัจจัยบวกจากค่าใช้จ่ายสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับผลประกอบการรวมครึ่งปีแรก (1H26) บริษัทมีกำไรสุทธิ 700 ล้านบาท คิดเป็น 50% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2569 ของโบรกเกอร์ FSSIA
วิเคราะห์เจาะลึกการดำเนินงานและคุณภาพสินทรัพย์
แม้ผลกำไรจะออกมาดี แต่การดำเนินงานหลักยังคงมีความท้าทายจากสินเชื่อที่หดตัวลง 2.4% ในไตรมาส 2/69 เนื่องด้วยปัจจัยฤดูกาลและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม คุณภาพสินทรัพย์ยังคงถูกควบคุมได้ดี โดยมีต้นทุนสินเชื่อ (Credit Cost) ลดลงเหลือ 86 bps จาก 112 bps ในไตรมาสก่อนหน้า แม้ว่าอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) จะขยับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.35% แต่ยังคงต่ำกว่าเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ที่ 2.60% นอกจากนี้ บริษัทยังมีอัตราส่วนสำรองต่อหนี้เสีย (Coverage Ratio) ที่แข็งแกร่งถึง 143.6%
ข้อสังเกตและแนวโน้มการเติบโตในอนาคต
โบรกเกอร์ FSSIA คาดการณ์ว่าโมเมนตัมกำไรในช่วงปี 2569-2571 จะแข็งแกร่งขึ้น โดยคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ที่ 11.6% ต่อปี แรงหนุนสำคัญมาจากการฟื้นตัวของสินเชื่อ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Spread) ที่กว้างขึ้นจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และคุณภาพสินทรัพย์ที่มั่นคงจากการคัดกรองสินเชื่อที่เข้มงวดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ต้องจับตาความเสี่ยงเรื่องความต้องการรถบรรทุกที่อาจชะลอตัวหากเศรษฐกิจฟื้นตัวช้าหรือราคาน้ำมันดีเซลยังคงอยู่ในระดับสูง
สรุปคำแนะนำการลงทุน
โบรกเกอร์ FSSIA คงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น THANI โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 2.75 บาท ซึ่งประเมินด้วยวิธี GGM (P/BV 1.17x) โดยมองว่าหุ้น THANI มีความน่าสนใจทั้งในแง่ของโอกาสการเติบโตในรอบใหม่ และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่คาดว่าจะอยู่ในระดับสูงถึง 5-6% ต่อปีในช่วงปี 2569-2571