เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SFT กำไรสุทธิ Q2/69 พุ่ง 34.8% รับอานิสงส์บรรจุภัณฑ์อ่อนตัว-บริหารต้นทุน
ข่าวสาร

SFT กำไรสุทธิ Q2/69 พุ่ง 34.8% รับอานิสงส์บรรจุภัณฑ์อ่อนตัว-บริหารต้นทุน

SFT P/E 9.37 YIELD 5.00
4 วัน 18:58 น. 0 ความเห็น

รายได้-กำไรโตตามคาด ฝ่ายจัดการเน้นยกระดับกำลังการผลิต-นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์

บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SFT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้จากการดำเนินงาน 283.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 20.2 ล้านบาท เติบโตถึง 34.8% โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของยอดขายบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัวและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้จะยังคงเผชิญกับความท้าทายจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SFT ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว ประกอบกับการ บริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 34.8% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตที่ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง (Economies of Scale) และการปรับประมาณการค่าใช้จ่ายโบนัสที่ลดลง

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • การเติบโตของบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว: ปัจจัยนี้เกิดจากการขยายตัวของกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง และ SFT สามารถตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
  • Economies of Scale: ปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการเติบโตของยอดขาย ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยของบริษัทฯ ลดลง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นจาก 20.8% ใน Q2/68 เป็น 21.2% ใน Q2/69
  • การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย: การปรับประมาณการค่าใช้จ่ายโบนัสที่ลดลง เนื่องจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนผลกำไรให้เติบโตได้ดีขึ้น

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการได้เน้นย้ำถึงการยกระดับประสิทธิภาพและการใช้กำลังการผลิตของเครื่องจักรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านการนำเครื่องพิมพ์ระบบเฟล็กโซ (Flexo) เข้ามาดำเนินการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้า SMEs และแบรนด์ที่ต้องการความแตกต่าง รวมถึงการบริหารจัดการสายการผลิตให้มีความยืดหยุ่น นอกจากนี้ การเติบโตของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนในประเทศไทย ซึ่ง SFT มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ Q2/69 เติบโต 34.8% YoY สู่ระดับ 20.2 ล้านบาท จาก 15.0 ล้านบาทใน Q2/68
  • รายได้จากการดำเนินงาน Q2/69 เพิ่มขึ้น 1.6% YoY เป็น 283.2 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว
  • อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น เป็น 21.2% จาก 20.8% YoY จากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นและการบริหารต้นทุน
  • รายได้ฉลากฟิล์มหดรัดรูป Q2/69 ลดลง 1.6% YoY แต่มีการฟื้นตัว QoQ 14.2% จากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อในกลุ่มเครื่องดื่มและอาหาร
  • รายได้บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว Q2/69 เติบโตโดดเด่น 74.8% YoY จากการขยายตัวของลูกค้าในกลุ่มเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน
  • บริษัทฯ มุ่งเน้นยกระดับศักยภาพการผลิต ด้วยเครื่องพิมพ์ Flexo เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้า SMEs และสร้างนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2569 SFT มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 283.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% YoY โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของรายได้จากการผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว ซึ่งเป็นผลจากการขยายตัวของกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน แม้ว่ารายได้จากฉลากฟิล์มหดรัดรูปจะลดลงเล็กน้อย 1.6% YoY เนื่องจากผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น การปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อต้นทุนการขนส่ง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัวได้เข้ามาช่วยชดเชยส่วนนี้ได้เป็นอย่างดี

เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2569 รายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นถึง 13.0% โดยเฉพาะจากฉลากฟิล์มหดรัดรูปและบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน

สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 533.8 ล้านบาท ลดลง 1.3% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ฉลากฟิล์มหดรัดรูปจากปัจจัยภายนอก แต่รายได้บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัวมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 66.6% YoY

ด้านกำไรขั้นต้นใน Q2/69 อยู่ที่ 60.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% YoY และ 28.9% QoQ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 21.2% เพิ่มขึ้นจาก 20.8% ใน Q2/68 ซึ่งเป็นผลจาก Economies of Scale และการปรับลดค่าใช้จ่ายโบนัส สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 กำไรขั้นต้นลดลง 6.4% YoY เป็น 106.8 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเป็น 20.0% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการรับรู้ค่าเสื่อมราคาเครื่องพิมพ์ Flexo

กำไรสุทธิใน Q2/69 อยู่ที่ 20.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.8% YoY และ 56.2% QoQ โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 7.0% ซึ่งปรับตัวดีขึ้นจาก 5.4% ใน Q2/68 สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 กำไรสุทธิอยู่ที่ 33.2 ล้านบาท ลดลง 3.7% YoY โดยมีปัจจัยกดดันจากการลดลงของรายได้ฉลากฟิล์มหดรัดรูป ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และค่าเสื่อมราคาเครื่องพิมพ์ Flexo

โอกาส

  • การเติบโตของตลาดบรรจุภัณฑ์: อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นตลาดหลักของ SFT
  • การขยายฐานลูกค้า SMEs: การนำเครื่องพิมพ์ Flexo เข้ามาดำเนินการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ ช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับลูกค้ากลุ่ม SMEs และแบรนด์ที่ต้องการความแตกต่าง
  • นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: SFT มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน
  • การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ: การเข้าร่วมงาน THAIFEX, COSMOPROF CBE ASEAN และ ProPak Asia ช่วยสร้างโอกาสในการขยายฐานลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ

ความเสี่ยง

  • ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์: ยังคงส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบ (โดยเฉพาะน้ำมัน) และค่าขนส่ง ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไร
  • ปัจจัยภายนอกกระทบการส่งออก: การปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลกระทบต่อยอดขายฉลากฟิล์มหดรัดรูปในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม
  • การแข่งขันในอุตสาหกรรม: การแข่งขันด้านราคาและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
  • ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: แม้ในงวด 6 เดือนแรกปี 2569 จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มยอดขายบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว: การเติบโตต่อเนื่องของกลุ่มลูกค้าเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน
  • ผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์: การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันและต้นทุนการขนส่ง
  • ประสิทธิภาพการใช้กำลังการผลิตเครื่องพิมพ์ Flexo: การรองรับลูกค้า SMEs และการสร้างรายได้เพิ่ม
  • การพัฒนาและนำเสนอบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: การตอบรับจากตลาดและผลตอบแทนเชิงพาณิชย์
  • การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ: การจัดการความเสี่ยงด้านราคาและความไม่แน่นอนของการจัดหา

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)

  • Utilization: ฝ่ายจัดการมุ่งเน้นยกระดับการใช้กำลังการผลิตของเครื่องจักรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะการนำเครื่องพิมพ์ Flexo เข้ามาดำเนินการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิตและรองรับคำสั่งซื้อที่หลากหลายได้ดียิ่งขึ้น
  • Order Book: แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว และการฟื้นตัวของรายได้ฉลากฟิล์มหดรัดรูป QoQ บ่งชี้ถึงคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น
  • ราคาวัตถุดิบ: มีการระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบถัวเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น
  • GPM: อัตรากำไรขั้นต้นใน Q2/69 อยู่ที่ 21.2% เพิ่มขึ้นจาก 20.8% YoY โดยมีปัจจัยหลักจาก Economies of Scale และการปรับลดค่าใช้จ่ายโบนัส
  • ส่งออก: ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น การปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา และข้อจำกัดด้านการส่งออกในตะวันออกกลาง
  • ค่าเงิน: มีการรับรู้มูลค่าสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า ซึ่งได้รับผลบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาท ณ วันสิ้นงวด
  • สินค้าคงคลัง: มีมูลค่า 292.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.67 ล้านบาท จากปริมาณวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความเสี่ยงด้านต้นทุนและความไม่แน่นอนของการจัดหา

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,224.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.6% จากสิ้นปี 2568 โดยมีรายการสำคัญคือ ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 30.72 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 31.67 ล้านบาท เพื่อรองรับความเสี่ยงด้านวัตถุดิบ

หนี้สินรวมอยู่ที่ 412.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.1% จากสิ้นปี 2568 โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 75.54 ล้านบาท จากการนำเข้าวัตถุดิบฟิล์มใสที่เพิ่มขึ้น

ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 811.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิ 33.20 ล้านบาท และลดลงจากการจ่ายเงินปันผล 30.80 ล้านบาท

อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.51 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้

สรุปท้าย

SFT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโตถึง 34.8% YoY เป็นผลมาจากปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือการเติบโตอย่างโดดเด่นของรายได้จากบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพผ่าน Economies of Scale และการปรับลดค่าใช้จ่ายโบนัส แม้จะยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอกและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่การลงทุนในเครื่องพิมพ์ Flexo และการมุ่งเน้นนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยมีอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนเป็นตลาดสนับสนุนที่สำคัญ

ยังไม่มีความคิดเห็น