เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
ASIAN กำไร Q2/2569 ลดลง YoY แต่ฟื้นตัว QoQ รับ GPM ดีขึ้น
ข่าวสาร

ASIAN กำไร Q2/2569 ลดลง YoY แต่ฟื้นตัว QoQ รับ GPM ดีขึ้น

ASIAN P/E 10.28 YIELD 9.12
1 อาทิตย์ 17:28 น. 0 ความเห็น

รายได้และกำไรสุทธิ Q2/2569 ปรับตัวลง YoY แต่ฟื้นตัว QoQ จากการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น

บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวม 2,353 ล้านบาท ลดลง 8.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 196 ล้านบาท ลดลง 11.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 17.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจหลักที่อธิบายผลประกอบการของ ASIAN ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้รวมจะยังคงลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าก็ตาม โดย GPM ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 14.1% เพิ่มขึ้นจาก 13.8% ใน Q2/2568 และ 10.7% ใน Q1/2569 ซึ่งการฟื้นตัวนี้ช่วยชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลง ทำให้กำไรสุทธิสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

การที่ GPM ปรับตัวดีขึ้นมาจาก การลดลงของต้นทุนขายและบริการที่มากกว่าการลดลงของรายได้ โดยต้นทุนขายและบริการลดลง 9.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 6.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทฯ แม้ว่ารายได้รวมจะลดลง 8.7% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็งและอาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึกที่มียอดขายลดลง ขณะที่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารสัตว์น้ำยังคงเติบโตได้ดีในเชิงปริมาณ

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการระบุว่าอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 2 เป็นผลมาจากการที่ต้นทุนขายและบริการลดลง ซึ่งหากบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงจากตลาดสหรัฐอเมริกาและแคนาดา รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็ง จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของ GPM ในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาปัจจัยภายนอก เช่น ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและราคาขาย

Highlight สำคัญ

  • รายได้รวม Q2/2569 อยู่ที่ 2,353 ล้านบาท ลดลง 8.7% YoY แต่เพิ่มขึ้น 2.3% QoQ
  • กำไรสุทธิ Q2/2569 อยู่ที่ 196 ล้านบาท ลดลง 11.4% YoY แต่เพิ่มขึ้น 17.3% QoQ
  • อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q2/2569 อยู่ที่ 14.1% เพิ่มขึ้นจาก 13.8% ใน Q2/2568 และ 10.7% ใน Q1/2569
  • งวด 6 เดือนแรก ปี 2569 รายได้รวม 4,761 ล้านบาท ลดลง 9.6% YoY และ กำไรสุทธิ 362 ล้านบาท ลดลง 27.8% YoY
  • ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง มีปริมาณขายเพิ่มขึ้น 8.8% YoY แต่รายได้ลดลง 2.2% YoY เนื่องจากผลกระทบจากค่าเงินและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
  • ธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็ง ปริมาณขายลดลง 17.3% YoY และรายได้ลดลง 15.2% YoY โดยเฉพาะยอดขายผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า (VAP)
  • ธุรกิจอาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึก มียอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 29.8% YoY จากการชะลอคำสั่งซื้อของลูกค้าในตะวันออกกลาง

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2569 ASIAN มีรายได้จากการขายและบริการ 2,353 ล้านบาท ลดลง 8.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 331 ล้านบาท ลดลง 6.8% YoY แต่เพิ่มขึ้น 28.4% QoQ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 14.1% ซึ่งดีขึ้นทั้ง YoY และ QoQ กำไรสุทธิอยู่ที่ 196 ล้านบาท ลดลง 11.4% YoY แต่เพิ่มขึ้น 17.3% QoQ

สำหรับงวด 6 เดือนแรก ปี 2569 รายได้รวมอยู่ที่ 4,761 ล้านบาท ลดลง 9.6% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 362 ล้านบาท ลดลง 27.8% YoY โดย GPM เฉลี่ยอยู่ที่ 12.4% ลดลงจาก 14.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

โอกาส

  • การฟื้นตัวของคำสั่งซื้อธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะจากตลาดสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการผลักดันยอดขายผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า (VAP) ในธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็ง
  • แผนขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์น้ำ และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในประเทศ
  • การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และคำสั่งซื้อ
  • การลดลงของยอดขายในธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็งและอาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึก
  • การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ที่เพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในไตรมาสถัดไป ว่าจะสามารถรักษาการฟื้นตัวได้ต่อเนื่องหรือไม่
  • การฟื้นตัวของยอดขายในธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็งและอาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึก
  • ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น อัตราแลกเปลี่ยนและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ต่อต้นทุนและรายได้
  • การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง ซึ่งมีจำนวนวันเพิ่มขึ้นจาก 98 วัน เป็น 111 วัน YoY

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)

  • ปริมาณขายรวม Q2/2569 เพิ่มขึ้น 1.0% YoY โดยธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น 8.8% YoY ชดเชยการลดลงของธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็ง (-17.3% YoY) และอาหารพร้อมทาน (-29.1% YoY)
  • รายได้ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง แม้ปริมาณขายเพิ่ม แต่รายได้ลดลง 2.2% YoY เนื่องจากผลกระทบจากค่าเงินและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
  • ธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็ง ได้รับผลกระทบหลักจากการลดลงของยอดขายผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า (VAP)
  • ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ ปริมาณขายลดลงเล็กน้อย 1.2% YoY แต่รายได้เพิ่มขึ้น 6.8% QoQ
  • ธุรกิจอาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึก มียอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญทั้งปริมาณและมูลค่า จากการชะลอคำสั่งซื้อในตะวันออกกลาง

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

  • สินทรัพย์รวม ณ สิ้น Q2/2569 อยู่ที่ 9,097 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% จากสิ้นปี 2568 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 3.0% จากเงินสดที่เพิ่มขึ้นและการลดลงของลูกหนี้การค้า แต่สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น
  • หนี้สินรวม ณ สิ้น Q2/2569 อยู่ที่ 1,245 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.6% จากสิ้นปี 2568 โดยส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น
  • ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้น Q2/2569 อยู่ที่ 7,852 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.0% จากสิ้นปี 2568
  • กระแสเงินสดรับจากกิจกรรมดำเนินงาน 6 เดือนแรก ปี 2569 อยู่ที่ 775 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 201 ล้านบาท YoY แม้กำไรก่อนภาษีลดลง แต่การเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียนช่วยสนับสนุน
  • บริษัทมี Net Debt to Equity Ratio ติดลบ (-0.1 เท่า) สะท้อนฐานะสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง

สรุปท้าย

ASIAN ในไตรมาส 2 ปี 2569 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวได้ดี แม้รายได้รวมจะยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกและธุรกิจบางประเภท อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของ GPM และการเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ต้องติดตาม ขณะที่ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น