เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
GJS พลิกขาดทุนขั้นต้นเป็นกำไร รับอานิสงส์ราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น Q2/69
ข่าวสาร

GJS พลิกขาดทุนขั้นต้นเป็นกำไร รับอานิสงส์ราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น Q2/69

GJS P/E -100.00 YIELD 0.00
1 อาทิตย์ 17:37 น. 0 ความเห็น

รายได้จากการขายโต 38% ขณะที่ขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายบริหารชี้การปรับปรุงต้นทุนและการผลิตหนุนผลงาน

บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ GJS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกจากขาดทุนขั้นต้นกลับมามีกำไร 88 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 182 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายเติบโตถึง 38% มาอยู่ที่ 4,057 ล้านบาท ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมากเหลือ 90 ล้านบาท จาก 311 ล้านบาทในปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ GJS ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การพลิกกลับมามีกำไรขั้นต้นจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ย (ASP) ประกอบกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นกลับมาเป็นบวก 88 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 182 ล้านบาทในปีก่อน และทำให้ขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 311 ล้านบาท เหลือ 90 ล้านบาท

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 38% มาอยู่ที่ 4,057 ล้านบาทนั้น ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายและราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น การที่บริษัทสามารถปรับราคาขายให้สูงขึ้นได้ สะท้อนถึงสภาวะตลาดที่ดีขึ้น หรือความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของบริษัท นอกจากนี้ ความพยายามในการปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนและการเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านการผลิตและการตลาด ยังส่งผลให้ต้นทุนขายลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ ทำให้สามารถพลิกจากภาวะขาดทุนขั้นต้นมาเป็นกำไรขั้นต้นได้

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบและสภาวะตลาด การที่บริษัทสามารถเพิ่มราคาขายเฉลี่ยได้ บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ดีในตลาดผลิตภัณฑ์เหล็ก อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ระบุถึงปริมาณการขายที่ชัดเจน หรือข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book ที่จะยืนยันความต่อเนื่องของปริมาณการขายในอนาคต การบริหารต้นทุนที่ต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษา GPM ให้ดีขึ้น หากราคาวัตถุดิบยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และความต้องการผลิตภัณฑ์เหล็กยังคงมีอยู่ ผลประกอบการในระยะข้างหน้ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น

Highlight สำคัญ

  • รายได้จากการขายโต 38% YoY: เพิ่มขึ้นจาก 2,941 ล้านบาท เป็น 4,057 ล้านบาท
  • พลิกกำไรขั้นต้น: จากขาดทุน 182 ล้านบาท เป็นกำไร 88 ล้านบาท
  • ขาดทุนสุทธิลดลง 71% YoY: ลดลงจาก 311 ล้านบาท เหลือ 90 ล้านบาท
  • ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่ม 52%: สอดคล้องกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น
  • สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 893 ล้านบาท: เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขาย 4,057 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (2,941 ล้านบาท) การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากทั้งปริมาณการขายที่สูงขึ้นและราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้น บริษัทสามารถพลิกจากภาวะขาดทุนขั้นต้น 182 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2568 มาเป็นกำไรขั้นต้น 88 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2569 ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 311 ล้านบาท เหลือ 90 ล้านบาท

โอกาส

  • ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น: บ่งชี้ถึงสภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย หรือความสามารถในการแข่งขันของบริษัทที่เพิ่มขึ้น
  • การบริหารต้นทุน: ความพยายามในการปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนและการผลิตอย่างต่อเนื่อง
  • การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย: เป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ที่สำคัญ

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ: แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุถึงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตในอุตสาหกรรมเหล็ก
  • สภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม: ความต้องการผลิตภัณฑ์เหล็กอาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวม
  • การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ: การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ 893 ล้านบาท อาจสะท้อนถึงการผลิตที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคำสั่งซื้อ หรือการสต็อกเพื่อเก็งกำไร/ป้องกันความเสี่ยง ซึ่งต้องติดตามการระบายสินค้า

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มราคาขายเฉลี่ย (ASP): จะสามารถรักษาหรือปรับเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่องหรือไม่
  • การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ: ความสามารถในการควบคุมต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของราคา
  • ปริมาณการขาย: การเติบโตของปริมาณการขายในไตรมาสถัดไป
  • การระบายสินค้าคงเหลือ: ระดับสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อสภาพคล่องและการบริหารจัดการหรือไม่
  • ค่าใช้จ่ายในการขาย: การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายที่สอดคล้องกับปริมาณการขาย

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)

  • Utilization: เอกสารไม่ได้ระบุระดับ Utilization Rate โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายบ่งชี้ว่าโรงงานมีการทำงานที่เพิ่มขึ้น
  • Order Book: ไม่ได้มีการกล่าวถึง Order Book โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายอาจสะท้อนถึงคำสั่งซื้อที่เข้ามา
  • ราคาวัตถุดิบ: ไม่ได้มีการระบุราคาวัตถุดิบในเอกสาร
  • GPM: พลิกจากติดลบมาเป็นบวก 88 ล้านบาท (คิดเป็นประมาณ 2.17% ของรายได้) จากเดิมที่ติดลบ (ประมาณ -6.19% ของรายได้)
  • ส่งออก: ไม่ได้มีการระบุสัดส่วนการส่งออก
  • ค่าเงิน: ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
  • สินค้าคงคลัง: เพิ่มขึ้น 893 ล้านบาท เป็น 4,511 ล้านบาท (จาก 3,618 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568)

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 12,179 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46 ล้านบาทจากสิ้นปี 2568 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียน 4,511 ล้านบาท และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 7,668 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในสินทรัพย์หมุนเวียนคือ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ลดลง 702 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น 893 ล้านบาท

หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,194 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 211 ล้านบาท (11%) จากสิ้นปี 2568 โดยหนี้สินหมุนเวียน 1,991 ล้านบาท และหนี้สินไม่หมุนเวียน 203 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของหนี้สินหมุนเวียนส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น 871 ล้านบาท ขณะที่เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้าลดลง 733 ล้านบาท

ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 9,985 ล้านบาท ลดลง 165 ล้านบาท (2%) จากสิ้นปี 2568 ซึ่งเป็นผลมาจากผลขาดทุนสุทธิของงวดนี้

สรุปท้าย

GJS ในไตรมาส 2 ปี 2569 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีหัวใจกำไรมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยและการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น ทำให้พลิกจากขาดทุนขั้นต้นมามีกำไร และลดขาดทุนสุทธิลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและการบริหารจัดการหนี้สินที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเจ้าหนี้การค้า เป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความต่อเนื่องของผลประกอบการในอนาคต ท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสภาวะตลาดอุตสาหกรรมเหล็ก

ยังไม่มีความคิดเห็น