NTF โชว์กำไร Q2/2569 พุ่ง 60% รับดีมานด์ทุเรียนพรีเมียมจีนทะลัก
รายได้-กำไรโตแรงตามปริมาณส่งออกทุเรียนพรีเมียมสด ขณะที่ GPM ขยับรับกลยุทธ์ตั้งราคา
บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ NTF รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 244.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 59.86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การเติบโตนี้เป็นผลมาจากรายได้จากการขายที่พุ่งสูงขึ้นถึง 53.38% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการส่งออกทุเรียนพรีเมียมสดไปยังประเทศจีนที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ NTF ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของปริมาณการส่งออกทุเรียนพรีเมียมสด ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นถึง 53.38% (YoY) และกำไรสุทธิเติบโตตามมาถึง 59.86% (YoY) โดยอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ก็ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 19.60% เป็น 20.17% ในไตรมาส 2/2569
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของปริมาณส่งออกทุเรียนพรีเมียมสดมาจากความต้องการบริโภคที่สูงในตลาดประเทศจีน ซึ่งทุเรียนพรีเมียมสดของบริษัทฯ ได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพและมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทฯ สามารถขยายปริมาณการส่งออกได้ถึง 67.64% ในไตรมาส 2/2569 เมื่อเทียบกับปีก่อน การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นนั้น มาจากหลายปัจจัยที่ฝ่ายจัดการระบุ ได้แก่:
- ศักยภาพในการรักษามาตรฐานและคุณภาพผลไม้พรีเมียม: ทำให้ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- การคัดเลือกและควบคุมคุณภาพวัตถุดิบที่ดีขึ้น: ทำให้ได้สินค้าคุณภาพเกรดพรีเมียม
- การกำหนดหลักเกณฑ์ในการกำหนดราคาขายอย่างเป็นระบบ: โดยมีการกำหนดอัตรากำไรขั้นต้นขั้นต่ำ
- กลยุทธ์การเน้นการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง: โดยเฉพาะทุเรียนพรีเมียมสด
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการระบุว่าการเติบโตของรายได้ในงวดนี้สะท้อนถึงความสามารถของบริษัทในการรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ ผ่านการบริหารเครือข่ายโรงคัดบรรจุ การควบคุมคุณภาพสินค้า และการบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้บริษัทสามารถขยายปริมาณการส่งออก และเพิ่มความสามารถในการทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q2/2569 พุ่ง 59.86% YoY แตะ 244.20 ล้านบาท จาก 152.76 ล้านบาท
- รายได้จากการขาย Q2/2569 โต 53.38% YoY สู่ 2,178.29 ล้านบาท จาก 1,420.19 ล้านบาท
- ปริมาณส่งออกทุเรียนพรีเมียมสดเติบโต 67.64% YoY ใน Q2/2569 เป็น 13,445 ตัน
- อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น เป็น 20.17% ใน Q2/2569 จาก 19.60% ใน Q2/2568
- กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 217.5% ใน Q2/2569 สู่ 30.8 ล้านบาท
- สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 83.74% สู่ 1,292.25 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย
ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 2,178.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.38% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการส่งออกทุเรียนพรีเมียมสดที่ได้รับความนิยมในประเทศจีน ซึ่งคิดเป็น 97.01% ของรายได้รวม ปริมาณการส่งออกเติบโตขึ้น 67.64% สู่ 13,445 ตัน
ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 52.30% สอดคล้องกับรายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 57.83% สู่ 439.27 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้นเล็กน้อยเป็น 20.17% จาก 19.60%
ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ ทำให้กำไรจากการดำเนินงานเติบโต 60.38% สู่ 313.23 ล้านบาท เมื่อรวมกับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก และหักต้นทุนทางการเงิน กำไรสุทธิสำหรับงวดนี้อยู่ที่ 244.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.86%
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 รายได้จากการขายอยู่ที่ 2,655.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.90% และกำไรสุทธิอยู่ที่ 276.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66.73% โดยอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 19.73% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 10.24%
โอกาส
- ความต้องการทุเรียนพรีเมียมสดในตลาดจีนที่ยังคงสูง: เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของปริมาณส่งออกอย่างต่อเนื่อง
- ศักยภาพในการรักษามาตรฐานและคุณภาพผลไม้: ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและคำสั่งซื้อระยะยาว
- การบริหารจัดการคุณภาพวัตถุดิบและราคาขายอย่างเป็นระบบ: ช่วยรักษาและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
- การขยายเครือข่ายโรงคัดบรรจุและการบริหารห่วงโซ่อุปทาน: รองรับการเติบโตของคำสั่งซื้อในอนาคต
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ: แม้ปัจจุบันจะมีการกำหนดราคาขายอย่างเป็นระบบ แต่ราคาวัตถุดิบหลักอาจมีความผันผวนได้
- ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน: แม้ปัจจุบันจะสร้างกำไร แต่ความผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้
- การพึ่งพิงตลาดส่งออกหลัก (จีน): การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎระเบียบทางการค้าของจีนอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกได้
- ฤดูกาลผลิต: ธุรกิจเกษตรมักมีลักษณะตามฤดูกาล ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณและราคาผลผลิต
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มความต้องการทุเรียนพรีเมียมสดในตลาดจีน: จะยังคงเติบโตต่อเนื่องหรือไม่
- ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ: ท่ามกลางความต้องการที่เพิ่มขึ้น
- การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน: เพื่อรักษาผลกำไร
- การขยายตลาดใหม่ๆ: เพื่อลดการพึ่งพิงตลาดหลัก
- การลงทุนในส่วนปรับปรุงอาคารและอุปกรณ์: เพื่อรองรับการผลิตที่เพิ่มขึ้น
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
NTF แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการธุรกิจเกษตร โดยเฉพาะการส่งออกทุเรียนพรีเมียมสด ซึ่งเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง การที่บริษัทฯ สามารถเพิ่มปริมาณการส่งออกได้ถึง 67.64% ในไตรมาสนี้ สะท้อนถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
การที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย เป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการตั้งราคาขายและการบริหารต้นทุนวัตถุดิบที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการเน้นขายสินค้าพรีเมียมที่มีมาร์จิ้นสูง การควบคุมคุณภาพวัตถุดิบและการกำหนดหลักเกณฑ์ราคาขายอย่างเป็นระบบ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุน GPM
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าจำนวนมากถึง 621.63 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของยอดขาย เป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่ายังคงอยู่ภายใต้เงื่อนไขเครดิตทางการค้าปกติและไม่มีความเสี่ยงด้านการเก็บเงิน
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,292.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 83.74% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า 621.63 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของยอดขาย และการเพิ่มขึ้นของเงินสดจ่ายล่วงหน้าค่าสินค้า 26.47 ล้านบาท ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 87.93 ล้านบาท
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 134.30% สู่ 585.22 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่น 100.95 ล้านบาท, เงินกู้ยืมระยะสั้น หุ้นกู้ และเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินรวม 170.68 ล้านบาท เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ และภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่าย 41.38 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 55.89% สู่ 707.03 ล้านบาท จากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น หักด้วยเงินปันผลจ่าย
สรุปท้าย
NTF โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 59.86% จากการส่งออกทุเรียนพรีเมียมสดที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดจีน ปริมาณส่งออกที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับการบริหารจัดการคุณภาพและราคาขายที่ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น การเติบโตนี้มีแนวโน้มต่อเนื่อง แต่ก็ต้องจับตาความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน การพึ่งพิงตลาดหลัก และการบริหารจัดการลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย