เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SUPER กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 73% ต้นทุนการเงินพุ่ง-ค่าใช้จ่ายบริหารบาน
ข่าวสาร

SUPER กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 73% ต้นทุนการเงินพุ่ง-ค่าใช้จ่ายบริหารบาน

SUPER P/E 6.27 YIELD 0.00
2 อาทิตย์ 06:25 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมโต 4.3% แต่กำไรสุทธิหดหนัก เหตุต้นทุนการเงินพุ่งสูง-ค่าใช้จ่ายขายบริหารเพิ่มขึ้นมาก

บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 2,488.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 73.48% เหลือเพียง 66.71 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ SUPER ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนทางการเงิน และ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่พุ่งสูงขึ้น โดยกำไรสุทธิลดลงถึง 184.87 ล้านบาท หรือ 73.48% ในไตรมาส 2/66 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/65

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น: บริษัทมีต้นทุนทางการเงินในไตรมาส 2 ปี 2566 จำนวน 914.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.07% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท
  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น: ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 330.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 78.91% เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากค่าที่ปรึกษาเกี่ยวกับการขายหุ้นใน SOLAR NT HOLDINGS PTE. LTD. ประมาณ 50.92 ล้านบาท, ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโครงการต่างๆ ในเวียดนามประมาณ 56.70 ล้านบาท และผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 31 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับการประเมินผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสำหรับเงินทดรองจ่ายและลูกหนี้อื่นในโครงการที่เวียดนาม รวมถึงโครงการพลังงานลมที่อยู่ระหว่างรอ COD และก่อสร้าง

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของต้นทุนทางการเงิน เนื่องจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกยังคงอยู่ในระดับสูง และบริษัทมีภาระหนี้สินสกุลเงินต่างประเทศที่ต้องบริหารจัดการ ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้มีรายการพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการขายหุ้นและการด้อยค่าสินทรัพย์ ซึ่งอาจไม่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่า EBITDA Margin ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 80% ซึ่งสะท้อนความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานที่ยังแข็งแกร่ง

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิลดลง 73.48%: ไตรมาส 2/66 มีกำไรสุทธิ 66.71 ล้านบาท เทียบกับ 251.58 ล้านบาทในไตรมาส 2/65
  • รายได้รวมเติบโต 4.79%: อยู่ที่ 2,488.89 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในไทยและเวียดนาม รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ
  • ต้นทุนทางการเงินพุ่ง 37.07%: จากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
  • ค่าใช้จ่ายขายบริหารเพิ่ม 78.91%: จากค่าที่ปรึกษาการขายหุ้น, ค่าใช้จ่ายดำเนินงานในเวียดนาม และผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์
  • ได้รับคัดเลือกโครงการ FiT ใหม่ 19 โครงการ: กำลังผลิตติดตั้งรวม 361.196 เมกะวัตต์
  • การขายหุ้นในเวียดนามคืบหน้า: ได้รับเงินส่วนแรก 51 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปีนี้

ภาพรวมผลประกอบการ

สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 SUPER มีรายได้รวมจากการขายและการให้บริการ 2,413.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ ที่เริ่มจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ เช่น โครงการ SPP Hybrid ที่จังหวัดสระแก้ว และโครงการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน จังหวัดหนองคาย รวมถึงรายได้จากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้น 5.95% และในเวียดนามเพิ่มขึ้น 0.98% รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะเพิ่มขึ้น 14.38% และโครงการพลังงานลมเพิ่มขึ้น 14.89% อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 2.01% เป็น 1,190.06 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นตามรายได้และโครงการใหม่ๆ

แต่เมื่อหักลบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 78.91% และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น 37.07% ทำให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง 12.46% และส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลงอย่างมากถึง 73.48% เหลือ 66.71 ล้านบาท

สำหรับครึ่งปีแรกปี 2566 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 6.56% เป็น 5,083.04 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 6.43% เป็น 2,655.29 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิลดลง 27.63% เป็น 582.12 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับไตรมาส 2

โอกาส

  • โครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่: การได้รับการคัดเลือกโครงการ FiT จำนวน 19 โครงการ กำลังผลิตติดตั้งรวม 361.196 เมกะวัตต์ เป็นโอกาสในการขยายกำลังการผลิตและสร้างรายได้ในอนาคต
  • การลงทุนในเวียดนาม: การซื้อหุ้นเพิ่มใน EQT และ SEE6 จะทำให้บริษัทถือหุ้น 100% ซึ่งจะช่วยเพิ่มอำนาจในการบริหารจัดการและรับรู้ผลประกอบการเต็มที่
  • การขายธุรกิจในเวียดนาม: การดำเนินการขายหุ้นใน SOLAR NT HOLDINGS PTE. LTD. ส่วนแรกแล้วเสร็จ จะช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงิน
  • การเติบโตของธุรกิจพลังงานทดแทน: แนวโน้มความต้องการพลังงานสะอาดทั่วโลกยังคงสูง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจของบริษัท

ความเสี่ยง

  • อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น: การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท ซึ่งมีภาระหนี้สินจำนวนมาก
  • ความล่าช้าในการจ่ายเงินจากเวียดนาม: การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในเวียดนามส่งผลให้การจ่ายชำระเงินล่าช้า ซึ่งกระทบต่อลูกหนี้การค้า
  • ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและนโยบาย: การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านพลังงานหรือกฎระเบียบต่างๆ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและผลตอบแทน
  • ผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์: การรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ในโครงการที่เวียดนามสะท้อนถึงความเสี่ยงในการดำเนินงานในต่างประเทศ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • ความคืบหน้าโครงการ FiT ใหม่: การพัฒนาและก่อสร้างโครงการที่ได้รับการคัดเลือก 19 โครงการ จะส่งผลต่อรายได้ในอนาคต
  • การรับรู้รายได้จากโครงการในเวียดนาม: การบริหารจัดการลูกหนี้การค้าที่ล่าช้า และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล
  • ต้นทุนทางการเงิน: ทิศทางอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อภาระดอกเบี้ยของบริษัท
  • การดำเนินการขายหุ้นในเวียดนามส่วนที่เหลือ: ความคืบหน้าและผลกระทบต่อโครงสร้างทางการเงิน
  • การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร: โดยเฉพาะรายการที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์พิเศษ

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)

กำลังการผลิตและโครงการ: ณ สิ้นไตรมาส 2/66 SUPER มีกำลังการผลิตตามปริมาณเสนอขายตาม PPA รวม 2,313.82 เมกะวัตต์ เปิดดำเนินการแล้ว 1,608.32 เมกะวัตต์ โดยมีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา 155.50 เมกะวัตต์ และโครงการที่รอลงนามสัญญา PPA อีกจำนวนหนึ่ง การได้รับการคัดเลือกโครงการ FiT ใหม่ 19 โครงการ กำลังผลิตติดตั้งรวม 361.196 เมกะวัตต์ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเติบโตในระยะต่อไป

รายได้จากโครงการ: รายได้หลักยังคงมาจากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย (49%) และเวียดนาม (34%) ซึ่งมีการเติบโตเล็กน้อยจากปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการ SPP Hybrid และการปรับขึ้นของค่า FT รวมถึงค่าความเข้มแสงที่เพิ่มขึ้นในเวียดนาม รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะเติบโตโดดเด่น 32.28% ในครึ่งปีแรก จากโครงการใหม่ที่หนองคาย และการปรับขึ้นของค่า FT

อัตรากำไรขั้นต้น: โดยรวมยังอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 52% ซึ่งสะท้อนความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานที่ดี อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 20.49% ในปีก่อนเหลือ 15.13% ในไตรมาส 2/66 ซึ่งอาจเกิดจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น หรือการปรับปรุงการรับรู้รายได้

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 84,782.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.11% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 9.74% ส่วนใหญ่จากลูกหนี้การค้าที่ล่าช้าในเวียดนาม ขณะที่หนี้สินรวมลดลง 2.30% เป็น 60,919.25 ล้านบาท เนื่องจากการนำเงินที่ได้จากการขายหุ้นในเวียดนามไปชำระคืนเงินกู้ต่างประเทศ ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 2.55 เท่า ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 10.99% เป็น 23,863.11 ล้านบาท จากการรับรู้กำไรและการเพิ่มขึ้นของส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมจากการขายหุ้นในเวียดนาม

สรุปท้าย

SUPER ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่พุ่งสูง ซึ่งบั่นทอนผลกำไรสุทธิอย่างหนัก แม้ว่ารายได้รวมจะยังคงเติบโตได้จากโครงการพลังงานหมุนเวียนต่างๆ และการได้มาซึ่งโครงการใหม่ๆ จะเป็นโอกาสในการเติบโตในอนาคต แต่ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการต้นทุนและภาระหนี้สินจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูอัตรากำไรให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง

ยังไม่มีความคิดเห็น