เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SGF กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 88% รับรายได้ขายวูบ-ต้นทุนพุ่ง
ข่าวสาร

SGF กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 88% รับรายได้ขายวูบ-ต้นทุนพุ่ง

SGF P/E -100.00 YIELD 0.00
7 วัน 04:21 น. 0 ความเห็น

รายได้ SGF Q2/66 หด 36% กดดันกำไรสุทธิวูบ 88%

บริษัท เอสจีเอฟ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGF รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 17.34 ล้านบาท ลดลง 88.27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้น

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SGF ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมากถึง 88.27% มาจาก รายได้จากการขายที่ลดลงถึง 36.14% และ ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 30.74% ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 12.39% ในปีก่อน เหลือเพียง 4.99% ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยจาก กำไรจากตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง และ รายได้อื่นที่ลดลง เป็นส่วนเสริม

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

รายได้จากการขายที่ลดลง เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้ปริมาณสินค้าคงคลังในระบบสูง ทำให้ปริมาณการขายลดลงตามไปด้วย

ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น เกิดจากปริมาณการผลิตที่ลดลง ประกอบกับราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น

กำไรจากตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง เกิดจากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงไตรมาสนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

รายได้อื่นที่ลดลง เป็นผลมาจากการขายสินค้าคงเหลือที่ลดลง

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร มีโอกาสที่ปัจจัยลบเหล่านี้จะส่งผลต่อเนื่อง เนื่องจากสาเหตุหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก และการที่บริษัทมีปริมาณสินค้าคงคลังในระบบสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ Guidance ที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มในอนาคต จึงยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิลดลง 88.27% YoY อยู่ที่ 17.34 ล้านบาท
  • รายได้จากการขายลดลง 36.14% YoY อยู่ที่ 1,019.10 ล้านบาท
  • ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 30.74% YoY อยู่ที่ 968.27 ล้านบาท
  • อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว จาก 12.39% เหลือ 4.99%
  • สินทรัพย์รวมลดลง 9.32% YoY อยู่ที่ 2,943.57 ล้านบาท
  • หนี้สินรวมลดลง 14.67% YoY อยู่ที่ 626.19 ล้านบาท

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2566 SGF มีรายได้รวม 1,041.00 ล้านบาท ลดลง 585.24 ล้านบาท หรือ 35.99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง 576.64 ล้านบาท หรือ 36.14% เนื่องจากปริมาณการขายลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลกและปริมาณสินค้าคงคลังในระบบที่สูง ขณะที่ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 1,021.41 ล้านบาท ลดลง 453.64 ล้านบาท หรือ 30.75% เนื่องจากปริมาณการผลิตที่ลดลง อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 12.39% เป็น 4.99% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 146.92 ล้านบาท กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 17.34 ล้านบาท ลดลง 88.27% เมื่อเทียบกับปีก่อน

โอกาส

  • ฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุโอกาสในการเติบโตที่ชัดเจนในเอกสาร MD&A ฉบับนี้

ความเสี่ยง

  • ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว: ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายสินค้า
  • ความเสี่ยงด้านราคาวัตถุดิบ: การปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
  • ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน: การแข็งค่าของเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อกำไรจากตราแลกเปลี่ยน

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มปริมาณการขายและราคาวัตถุดิบในไตรมาสถัดไป
  • การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและต้นทุนขาย
  • ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
  • การปรับตัวของสินค้าคงคลังและการระบายสินค้า

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)

เอกสาร MD&A ของ SGF ในไตรมาส 2 ปี 2566 นี้ ไม่ได้มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจการเงิน โดยตรง แต่เป็นข้อมูลของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตและจำหน่ายสินค้า (Tropical Canning) ซึ่งเป็นธุรกิจอาหารแปรรูป

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,943.57 ล้านบาท ลดลง 9.32% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 13.50% เป็น 2,056.62 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของเงินสดและรายการที่เกี่ยวกับลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียน สินค้าคงเหลือลดลง 10.01% เป็น 1,147.35 ล้านบาท

หนี้สินรวมอยู่ที่ 626.19 ล้านบาท ลดลง 14.67% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 20.55% เป็น 373.45 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น

ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,317.38 ล้านบาท ลดลง 7.76% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการจ่ายเงินปันผล

กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 162.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ติดลบ 152.79 ล้านบาท ส่วนกระแสเงินสดจากการลงทุนอยู่ที่ (71.17) ล้านบาท และกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ (178.89) ล้านบาท

สรุปท้าย

SGF เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 2 ปี 2566 จากรายได้จากการขายที่หดตัวกว่า 36% และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และกดดันกำไรสุทธิให้ลดลงถึง 88% แม้ว่าบริษัทจะมีการบริหารจัดการหนี้สินและสินทรัพย์ได้ดีขึ้น แต่แนวโน้มผลประกอบการในอนาคตยังคงต้องจับตาปัจจัยภายนอกอย่างภาวะเศรษฐกิจโลกและราคาวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด

ยังไม่มีความคิดเห็น