เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
OGC Q2/2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 30.93 ล้านบาท รับผลกระทบต้นทุนการเงินพุ่ง
ข่าวสาร

OGC Q2/2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 30.93 ล้านบาท รับผลกระทบต้นทุนการเงินพุ่ง

OGC P/E -100.00 YIELD 0.00
เดือนที่แล้ว 08:57 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมโต 2.91% แต่ต้นทุนพุ่งดันขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 20.25% YoY

บริษัท โอเชียนกลาส จำกัด (มหาชน) หรือ OGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 448.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.91% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโต แต่บริษัทกลับมีผลขาดทุนสุทธิ 30.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

Hero: หัวใจกำไร — ต้นทุนทางการเงินพุ่งฉุดกำไรสุทธิ

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ OGC ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกจากขาดทุนน้อยกว่าในปีก่อน มาเป็นขาดทุนสุทธิ 30.93 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 20.25% YoY) มาจาก ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นถึง 59.53% YoY ประกอบกับ ค่าใช้จ่ายจากการระงับการผลิตชั่วคราวที่เพิ่มขึ้น 49.08% YoY และ ขาดทุนจากการปรับลดมูลค่าสินค้าที่เพิ่มขึ้น 39.59% YoY แม้รายได้รวมจะเติบโต 2.91% และอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้น

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น: สาเหตุหลักมาจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับการจัดหาเงินทุนที่เพิ่มขึ้นเพื่อสนับสนุนกิจกรรมดำเนินงานและการลงทุนของบริษัท
  • ค่าใช้จ่ายจากการระงับการผลิตชั่วคราว: เกิดจากการหยุดสายการผลิตเพื่อซ่อมบำรุงเตาหลอมและเครื่องจักรให้อยู่ในสภาพดี ซึ่งเป็นการดำเนินการตามแผน
  • ขาดทุนจากการปรับลดมูลค่าสินค้า: ส่วนใหญ่มาจากการปรับลดมูลค่าสินค้าสำเร็จรูปคงเหลือ วัตถุดิบ และอะไหล่ที่เสื่อมสภาพและค้างนาน

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ยังไม่ชัด ต้องติดตาม

  • ต้นทุนทางการเงิน: มีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในระดับสูง หากอัตราดอกเบี้ยยังคงทรงตัวหรือปรับเพิ่มขึ้นต่อไป
  • ค่าใช้จ่ายจากการระงับการผลิตชั่วคราว: เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามแผนการซ่อมบำรุง อาจเกิดขึ้นเป็นช่วงๆ
  • ขาดทุนจากการปรับลดมูลค่าสินค้า: อาจเกิดขึ้นต่อเนื่องหากการบริหารจัดการสินค้าคงคลังยังไม่สามารถลดปริมาณสินค้าที่เสื่อมสภาพหรือค้างนานได้

Highlight สำคัญ

  • รายได้รวม Q2/2566: 448.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.91% YoY
  • รายได้จากการขาย Q2/2566: 445.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.53% YoY
    • ขายในประเทศ: เพิ่มขึ้น 29.98% YoY จากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร
    • ขายต่างประเทศ: ลดลง 3.62% YoY จากความต้องการสินค้าในภูมิภาคอาเซียน จีน และอเมริกาที่ลดลง
  • อัตรากำไรขั้นต้น Q2/2566: ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 26.95% จาก 23.59% YoY เนื่องจากการปรับราคาขายเพื่อลดผลกระทบต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ
  • ขาดทุนสุทธิ Q2/2566: 30.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.25% YoY
  • ต้นทุนทางการเงิน Q2/2566: เพิ่มขึ้น 59.53% YoY เป็น 8.94 ล้านบาท
  • สินทรัพย์รวม ณ มิ.ย. 2566: 3,710.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.22% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น
  • หนี้สินรวม ณ มิ.ย. 2566: 1,775.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.57% จากสิ้นปี 2565 จากเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาสที่ 2 ปี 2566 OGC มีรายได้รวม 448.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.91% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายในประเทศเติบโตได้ดีถึง 29.98% จากการฟื้นตัวของภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ขณะที่รายได้จากการขายต่างประเทศปรับตัวลดลง 3.62% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายลดลงเล็กน้อย 1.01% แต่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าใช้จ่ายจากการระงับการผลิตชั่วคราว (เพิ่มขึ้น 49.08%), ขาดทุนจากการปรับลดมูลค่าสินค้า (เพิ่มขึ้น 39.59%), และค่าใช้จ่ายในการขาย (เพิ่มขึ้น 7.37%) ได้ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้น ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้น 59.53% ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 30.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.25% เมื่อเทียบกับปีก่อน

สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 921.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.83% YoY โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 15.76% YoY อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 30.03% เพิ่มขึ้นจาก 26.35% ในงวดเดียวกันของปีก่อน แต่ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 46.52% และค่าใช้จ่ายจากการระงับการผลิตชั่วคราวที่ลดลง (แต่ยังคงมีอยู่) รวมถึงขาดทุนจากการปรับลดมูลค่าสินค้าที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวดหกเดือนอยู่ที่ 14.20 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 44.37 ล้านบาทในปีก่อน

โอกาส

  • การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการ: การทยอยเปิดโครงการใหม่ๆ ของโรงแรมและร้านอาหาร โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยว เป็นปัจจัยหนุนการขายในประเทศ
  • การขยายช่องทางการขายออนไลน์: การมุ่งเน้นขยายตลาดผ่านช่องทางออนไลน์และการกระจายสินค้าคริสตัลลีนมากขึ้น
  • การรับจ้างผลิต: การรับจ้างผลิตสินค้ายังคงเป็นอีกช่องทางในการสร้างรายได้

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและภูมิภาค: ส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้าในตลาดต่างประเทศ
  • ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน: แม้จะมีการปรับราคาขาย แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
  • อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น: ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท
  • การแข่งขันในอุตสาหกรรม: การแข่งขันด้านราคาและผลิตภัณฑ์ในตลาดเครื่องแก้ว
  • การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง: ความเสี่ยงจากการปรับลดมูลค่าสินค้าที่เสื่อมสภาพหรือค้างนาน

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน จีน และอเมริกา
  • ผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยต่อต้นทุนทางการเงินและแผนการลงทุนในอนาคต
  • ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน
  • ประสิทธิภาพของการขยายช่องทางขายออนไลน์และกลยุทธ์การส่งเสริมการขาย
  • การบริหารจัดการสินค้าคงคลังเพื่อลดการขาดทุนจากการปรับลดมูลค่า

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)

  • Volume/SSS: เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข SSS หรือ Volume การขายโดยตรง แต่ระบุว่าการขายในประเทศเพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร ซึ่งบ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายในกลุ่มนี้
  • Market Share: ไม่มีการระบุ Market Share ในเอกสาร
  • ราคาขาย: มีการปรับปรุงราคาขายสินค้าเพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วง Q3/2565 ซึ่งส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น
  • ต้นทุนวัตถุดิบ: มีการกล่าวถึงผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดของวัตถุดิบหลัก เช่น ทรายแก้ว หรือการเปลี่ยนแปลงราคา
  • ค่าใช้จ่ายการตลาด: ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 7.37% YoY โดยส่วนหนึ่งมาจากค่าใช้จ่ายในการโฆษณาประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นยอดขาย
  • ช่องทาง Modern Trade/Online: มีการกล่าวถึงการขยายช่องทางออนไลน์และการกระจายสินค้าคริสตัลลีนมากขึ้น แต่ไม่ได้ระบุสัดส่วนรายได้จากช่องทางเหล่านี้โดยเฉพาะ

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,710.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.22% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 8.89% ส่วนใหญ่มาจากสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการผลิตและการขาย ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 4.50% จากการรับรู้ผลกำไรจากการตีราคาที่ดินใหม่

หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,775.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.57% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวที่เพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในกิจกรรมดำเนินงานและการลงทุน รวมถึงหนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีจากการตีราคาที่ดินใหม่

ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,935.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.33% จากการรับรู้ผลขาดทุนสุทธิและผลกำไรจากการตีราคาที่ดินใหม่ สุทธิจากภาษีเงินได้ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.92 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.87 เท่า ณ สิ้นปี 2565 บ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของการก่อหนี้เมื่อเทียบกับส่วนทุน

อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.20 เท่า เท่ากับช่วงสิ้นปี 2565

สรุปท้าย

OGC ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบดบังผลการดำเนินงานด้านรายได้ที่เติบโตได้ดีจากการฟื้นตัวของตลาดในประเทศ แม้จะมีความพยายามในการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นผ่านการปรับราคาขาย แต่ค่าใช้จ่ายจากการระงับการผลิตชั่วคราวและการปรับลดมูลค่าสินค้าที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น YoY นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทอย่างใกล้ชิด รวมถึงการฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศเพื่อประเมินโอกาสในการกลับมามีกำไรในอนาคต

ยังไม่มีความคิดเห็น