เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
MCOT ขาดทุนสุทธิ Q2/2566 พุ่ง 445% รับรายได้สื่อดั้งเดิมหด-ต้นทุนใบอนุญาตคลื่นวิทยุพุ่ง
ข่าวสาร

MCOT ขาดทุนสุทธิ Q2/2566 พุ่ง 445% รับรายได้สื่อดั้งเดิมหด-ต้นทุนใบอนุญาตคลื่นวิทยุพุ่ง

MCOT P/E -100.00 YIELD 0.00
2 อาทิตย์ 08:02 น. 0 ความเห็น

รายได้สื่อดั้งเดิมทรุด-ต้นทุนใบอนุญาตคลื่นวิทยุพุ่ง กดดันผลประกอบการ MCOT ไตรมาส 2/2566

บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 445% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้ของธุรกิจสื่อดั้งเดิม ทั้งโทรทัศน์และวิทยุที่ลดลง ประกอบกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการบันทึกค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตคลื่นความถี่วิทยุ FM ที่ประมูลได้ในปี 2565 ทำให้ภาพรวมผลการดำเนินงานยังคงเผชิญแรงกดดัน

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ MCOT ในไตรมาส 2 ปี 2566 เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางขาดทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คือ การลดลงของรายได้จากธุรกิจสื่อดั้งเดิม (โทรทัศน์และวิทยุ) ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายจากการบันทึกค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตคลื่นความถี่วิทยุ FM โดยผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 445% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q2/2565 ขาดทุน 11 ล้านบาท) และรายได้รวมลดลง 8% YoY

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • รายได้สื่อดั้งเดิมลดลง: ธุรกิจโทรทัศน์มีรายได้ 94 ล้านบาท ลดลง 7% YoY แม้จะมีสัญญาณดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ +22%) ส่วนธุรกิจวิทยุมีรายได้ 90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY แต่ก็มีสัญญาณดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ +27%) อย่างไรก็ตาม ภาพรวมรายได้รวมของบริษัทในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 328 ล้านบาท ลดลง 8% YoY ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากความสามารถในการสร้างรายได้ของสื่อดั้งเดิมลดลงมากกว่าเป้าหมาย
  • ต้นทุนเพิ่มขึ้น: ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 6% YoY มาอยู่ที่ 388 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบันทึกค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่วิทยุในระบบเอฟเอ็มสำหรับการให้บริการกระจายเสียงในประเภทกิจการทางธุรกิจ ซึ่งประมูลได้ในปี 2565 และมีอายุ 7 ปี โดยเริ่มบันทึกตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2565 เป็นต้นไป ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 6 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีค่าตัดจำหน่ายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และการ์ตูน Doraemon 10 ล้านบาท และค่าจัดกิจกรรม On ground เพื่อกระตุ้นยอดขาย 4 ล้านบาท รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ลักษณะครั้งคราว (มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน)

  • รายได้สื่อดั้งเดิม: แม้จะมีสัญญาณการฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่แนวโน้มรายได้จากสื่อดั้งเดิมยังคงเผชิญความท้าทายจากการแข่งขันของสื่อรูปแบบใหม่ และภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาที่สื่อโทรทัศน์มีสัดส่วนลดลงอย่างต่อเนื่อง (ลดลง 7.48% YoY)
  • ต้นทุนใบอนุญาตคลื่นวิทยุ: ค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตคลื่นความถี่วิทยุ FM เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตามอายุใบอนุญาต 7 ปี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนของบริษัทไปอีกระยะหนึ่ง
  • ธุรกิจ BNO: รายได้จากธุรกิจให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ระบบดิจิตอลภาคพื้นดิน (BNO) ซึ่งเคยเป็นแหล่งรายได้หลัก ลดลง 11% YoY เนื่องจากสำนักงาน กสทช. ปรับลดอัตราค่าตอบแทนการเช่าใช้โครงข่ายฯ ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อเนื่อง

โดยรวมแล้ว แม้จะมีปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของรายได้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่การลดลงของรายได้สื่อดั้งเดิมและการมีอยู่ของค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากใบอนุญาตคลื่นวิทยุ ทำให้ผลประกอบการในระยะสั้นยังคงเผชิญแรงกดดัน

Highlight สำคัญ

  • ขาดทุนสุทธิ Q2/2566 พุ่ง 445% YoY: บริษัทรายงานผลขาดทุนสุทธิ 60 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 11 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
  • รายได้รวมลดลง 8% YoY: รายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 328 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากธุรกิจสื่อดั้งเดิม
  • ต้นทุนเพิ่มขึ้น 6% YoY: ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 388 ล้านบาท จากค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตคลื่นวิทยุ FM และค่าใช้จ่ายอื่นๆ
  • ธุรกิจ BNO รายได้ลดลง 11% YoY: จากการปรับลดอัตราค่าตอบแทนของ กสทช.
  • ธุรกิจวิทยุและโทรทัศน์มีสัญญาณฟื้นตัว QoQ: รายได้ธุรกิจวิทยุเพิ่มขึ้น 27% QoQ และธุรกิจโทรทัศน์เพิ่มขึ้น 22% QoQ

ภาพรวมผลประกอบการ

สำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2566 MCOT มีผลขาดทุนสุทธิ 119 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 120% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ขาดทุน 54 ล้านบาท) โดยรายได้รวมลดลง 4% YoY อยู่ที่ 633 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 5% YoY อยู่ที่ 752 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากรายได้ธุรกิจสื่อดั้งเดิม (โทรทัศน์และวิทยุ) ที่ลดลง 5% และ 3% ตามลำดับ รวมถึงรายได้ธุรกิจ BNO ที่ลดลง 6% ประกอบกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตคลื่นวิทยุ FM และต้นทุนทางการเงิน

ในส่วนของไตรมาส 2 ปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 328 ล้านบาท ลดลง 8% YoY แต่เพิ่มขึ้น 8% QoQ โดยธุรกิจ BNO มีรายได้ 111 ล้านบาท ลดลง 11% YoY ธุรกิจโทรทัศน์มีรายได้ 94 ล้านบาท ลดลง 7% YoY แต่เพิ่มขึ้น 22% QoQ ธุรกิจวิทยุมีรายได้ 90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY และเพิ่มขึ้น 27% QoQ ธุรกิจดิจิทัลและธุรกิจใหม่มีรายได้ 27 ล้านบาท ลดลง 13% YoY แต่เพิ่มขึ้น 8% QoQ ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 388 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิ 60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 445% YoY และเพิ่มขึ้น 2% QoQ

โอกาส

  • การฟื้นตัวของรายได้ธุรกิจวิทยุและโทรทัศน์ QoQ: สัญญาณการเติบโตของรายได้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปรับกลยุทธ์และกระตุ้นยอดขาย
  • ธุรกิจดิจิทัลและธุรกิจใหม่: แม้รายได้จะลดลง YoY แต่การเพิ่มขึ้น QoQ บ่งชี้ถึงศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว
  • สินทรัพย์ที่มั่นคง: บริษัทมีสินทรัพย์ที่มั่นคง โดยเฉพาะที่ดินมูลค่า 8,112 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงฐานะที่แข็งแกร่ง

ความเสี่ยง

  • การแข่งขันในอุตสาหกรรมสื่อ: สื่อดั้งเดิมเผชิญการแข่งขันสูงจากสื่อดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์
  • การปรับลดอัตราค่าตอบแทน BNO: การที่ กสทช. ปรับลดอัตราค่าตอบแทนการเช่าใช้โครงข่ายทีวีดิจิตอล ส่งผลกระทบต่อรายได้หลักของบริษัท
  • ต้นทุนใบอนุญาตคลื่นความถี่: ค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตคลื่นวิทยุ FM จะเป็นภาระต้นทุนต่อเนื่องไปอีกหลายปี
  • ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณา: เม็ดเงินโฆษณาโดยรวมลดลงเล็กน้อย YoY โดยเฉพาะในส่วนของสื่อโทรทัศน์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มรายได้ธุรกิจสื่อดั้งเดิม: การฟื้นตัว QoQ จะสามารถต่อเนื่องเป็น YoY ได้หรือไม่
  • การบริหารจัดการต้นทุน: ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตคลื่นวิทยุ
  • การปรับตัวของธุรกิจ BNO: กลยุทธ์ในการรับมือกับการปรับลดอัตราค่าตอบแทนจาก กสทช.
  • การพัฒนา Content และธุรกิจใหม่: ความคืบหน้าในการสร้างรายได้จากธุรกิจดิจิทัลและธุรกิจใหม่
  • ทิศทางอุตสาหกรรมโฆษณา: การเปลี่ยนแปลงของเม็ดเงินโฆษณาในแต่ละประเภทสื่อ

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)

  • รายได้รวม: ลดลง 4% YoY ใน 6 เดือนแรก และ 8% YoY ในไตรมาส 2 โดยมีโครงสร้างรายได้ใน Q2/2566 ประกอบด้วย BNO (37%), โทรทัศน์ (27%), วิทยุ (25%), ดิจิทัลและธุรกิจใหม่ (8%), และอื่นๆ (2%)
  • ธุรกิจ BNO: รายได้ 111 ล้านบาท ลดลง 11% YoY เนื่องจาก กสทช. ปรับลดอัตราค่าตอบแทน
  • ธุรกิจโทรทัศน์: รายได้ 94 ล้านบาท ลดลง 7% YoY แต่เพิ่มขึ้น 22% QoQ
  • ธุรกิจวิทยุ: รายได้ 90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY และเพิ่มขึ้น 27% QoQ
  • ธุรกิจดิจิทัลและธุรกิจใหม่: รายได้ 27 ล้านบาท ลดลง 13% YoY แต่เพิ่มขึ้น 8% QoQ
  • ค่าใช้จ่ายรวม: เพิ่มขึ้น 5% YoY ใน 6 เดือนแรก และ 6% YoY ในไตรมาส 2 โดยมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายจากการขายและให้บริการ (66%), ค่าใช้จ่ายบริหาร (25%), ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย (6%), และต้นทุนทางการเงิน (3%)

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 9,989 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจากการจ่ายชำระค่าปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก และการลดลงของลูกหนี้การค้า หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุจากหนี้สินหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 6,657 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2565 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวมถึงเงินฝากประจำระยะสั้น 208 ล้านบาท และมีสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (ที่ดิน) มูลค่า 8,112 ล้านบาท

สรุปท้าย

MCOT ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญผลขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีหัวใจหลักมาจากรายได้ที่ลดลงของธุรกิจสื่อดั้งเดิม ประกอบกับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตคลื่นวิทยุ FM แม้จะมีสัญญาณการฟื้นตัวของรายได้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ความเสี่ยงจากการแข่งขันในอุตสาหกรรมสื่อและการปรับลดอัตราค่าตอบแทนจาก กสทช. ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่สินทรัพย์ที่มั่นคงของบริษัท โดยเฉพาะที่ดิน ยังคงเป็นจุดแข็งที่ช่วยประคองฐานะการเงิน

ยังไม่มีความคิดเห็น