บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
CMC กลับมาทำกำไรได้ครั้งแรกในรอบ 3 ปี ด้วยกำไร 178 ล้านบาท แม้รายได้ลดลง 38.7% เหลือเพียง 1,190 ล้านบาท
P/E 25.68 YIELD 0.00 ราคา 0.43 (0.00%)
CMC กลับมาทำกำไรได้ครั้งแรกในรอบ 3 ปี ด้วยกำไร 178 ล้านบาท แม้รายได้ลดลง 38.7% เหลือเพียง 1,190 ล้านบาท
บริษัทเจ้าพระยามหานครจำกัด (มหาชน) หรือ CMC สร้างความประหลาดใจให้ตลาดเมื่อรายงานผลประกอบการปีงบประมาณ 2568 ด้วยกำไรสุทธิ 178 ล้านบาท กลับมาเป็นผู้ทำกำไรทางบัญชีได้ครั้งแรกในรอบสามปี ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงสูงและผู้บริโภคชะลอการซื้ออสังหาริมทรัพย์ ทำให้รายได้รวมลดลงถึง 38.7% จากปีก่อนหน้าที่ 2,167 ล้านบาท เหลือเพียง 1,190 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญมาจากการปรับมูลค่าประเมินอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (Land Bank) สูงขึ้นอย่างเป็นธรรม และได้รับรู้กำไรจากโอนที่ดินเชิงกลยุทธ์จำนวน 976 ล้านบาท ซึ่งกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้บริษัทพลิกฟื้นจากขาดทุน 213 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
"การกลับมาทำกำไรได้ครั้งแรกในรอบสามปีไม่ใช่แค่เรื่องบัญชี แต่คือสัญญาณว่าโครงสร้างธุรกิจของ CMC เริ่มปรับตัวได้จริง"
แม้กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) จะยังคงติดลบอยู่ที่ -436.8 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงภาระค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างและบริหารโครงการที่ยังสูงกว่ารายได้จากการขาย แต่การระบายสต็อกโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายการช่วยลดภาระหนี้สิน และปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ขณะเดียวกัน ธุรกิจบริการที่เน้นรายได้คงที่ เช่น โอ้ สวีต ติวานนท์ และบริการทำความสะอาด มีรายได้รวม 292 ล้านบาท หรือคิดเป็น 24.5% ของรายได้รวม โดยเพิ่มขึ้นถึง 30% ในไตรมาสที่ 4 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 สะท้อนความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจแบบผสมผสาน
"รายได้จากบริการไม่ใช่แค่ตัวช่วย แต่คือพื้นฐานที่ทำให้ CMC ยังสามารถดำรงอยู่ได้ในภาวะขาลง"
โครงสร้างรายได้ของ CMC ในปี 2568 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์อย่างชัดเจน โดยธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย ยังคงเป็นธุรกิจหลัก คิดเป็น 73.5% ของรายได้รวม หรือ 875 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียมแนวสูงและแนวราบ ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ เช่น เขตเกษตรแคมปัส และนวมินทร์ ที่ตอบโจทย์กลุ่มนักศึกษาและแรงงานระดับกลาง โดยเฉพาะโครงการ "มนตราเจ้าพระยาเจริญกรุง" ที่เปิดตัวในทำเลตรงข้ามถนนสี่พญาเจริญกรุง ออกแบบเป็น Mixed-Use ผสมผสานที่อยู่อาศัยกับบริการด้านสุขภาพและผู้สูงอายุ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแผนกลยุทธ์ระยะยาวที่มุ่งเน้นการขยายธุรกิจบริการด้านสุขภาพให้กลายเป็นรายได้หลักในอนาคต
"CMC ไม่ได้ขายห้องชุดอีกต่อไป แต่ขายไลฟ์สไตล์ที่ผสมผสานที่อยู่อาศัย บริการ และสุขภาพ"
ในแง่โครงสร้างสินทรัพย์ บริษัทมี Land Bank มูลค่าคงที่ที่ 1,740 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนความมั่นคงของฐานะทางการเงิน และมีมูลค่าพอร์ตโฟลิโอที่ยังไม่ขาย (Inventory/Unsold) อยู่ที่ 875 ล้านบาท หรือคิดเป็น 73.5% ของรายได้รวม แสดงถึงการบริหารจัดการสินค้าคงคลังอย่างระมัดระวัง ขณะเดียวกัน การใช้เทคโนโลยี เช่น AI และ Automation มาประยุกต์ในกระบวนการบริหารงาน ข้อมูลลูกค้า และการจัดการโครงการ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในระยะยาว สะท้อนความพร้อมในการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากขาดทุน 213 ล้านบาท มาเป็นกำไร 178 ล้านบาท ได้อย่างไร? เนื่องจากการปรับมูลค่าประเมินอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนสูงขึ้นอย่างเป็นธรรม และได้รับรู้กำไรจากโอนที่ดินเชิงกลยุทธ์ 976 ล้านบาท
- รายได้ลดลง 38.7% มาจากอะไร? จากการระบายสต็อกโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายการ และภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังไม่ฟื้นตัว โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้ออสังหาริมทรัพย์
- ธุรกิจบริการมีบทบาทอย่างไร? สร้างรายได้คงที่ 292 ล้านบาท (24.5% ของรายได้รวม) โดยเฉพาะจากโอ้ สวีต ติวานนท์ และบริการทำความสะอาด รายได้เพิ่มขึ้น 30% ในไตรมาสที่ 4
- โครงการใหม่ที่เปิดตัวคืออะไร? "มนตราเจ้าพระยาเจริญกรุง" โครงการ Mixed-Use บนทำเลศักยภาพตรงข้ามถนนสี่พญาเจริญกรุง ออกแบบรวมทั้งที่อยู่อาศัยและบริการด้านสุขภาพ
- เป้าหมายระยะยาวคืออะไร? พัฒนาธุรกิจบริการด้านสุขภาพให้เติบโตเป็นรายได้หลัก ขยายโครงการแนวราบในทำเลศักยภาพ เช่น เขตเกษตรแคมปัส และนวมินทร์ เพื่อดึงดูดกลุ่มนักศึกษาและแรงงานระดับกลาง
ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า CMC ไม่ได้เพียงพลิกฟื้นจากภาวะขาดทุน แต่กำลังก้าวสู่โมเดลธุรกิจใหม่ที่ยั่งยืน โดยเน้นการผสมผสานที่อยู่อาศัย บริการ และสุขภาพ พร้อมควบคุมต้นทุนและปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโออย่างมีวินัย แม้จะยังต้องจับตาดูภาระ EBIT ที่ยังติดลบ และความผันผวนของเศรษฐกิจในช่วงปลายปี แต่สัญญาณบวกจากกำไรสุทธิและรายได้จากบริการ ทำให้ CMC มีโอกาสเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว