บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
ICH ปี 2568: รายได้หด แต่กำไรพุ่ง 16.4% แม้ตลาดเครื่องดื่มชะลอตัว
P/E 14.10 YIELD 7.64 ราคา 14.40 (0.00%)
ICH ปี 2568: รายได้หด แต่กำไรพุ่ง 16.4% แม้ตลาดเครื่องดื่มชะลอตัว
บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICH รายงานผลประกอบการงวดปี พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) ด้วยภาพรวมที่น่าจับตา: รายได้รวมลดลง 5.9% จาก 8,239.9 ล้านบาท เหลือเพียง 8,086.2 ล้านบาท แม้จะเป็นปีที่ตลาดเครื่องดื่มทั่วไปชะลอตัวอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะน้ำอัดลมและน้ำผลไม้แปรรูปที่ติดลบถึง 6.6% และ 5.3% ตามลำดับ แต่บริษัทกลับสามารถรักษาระดับกำไรสุทธิไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง ทะยานขึ้นมาอยู่ที่ 3,169.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ 2,630.0 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 20.5% และอัตรากำไรสุทธิพุ่งแตะระดับ 16.4% สูงกว่าปีก่อนที่ 15.2% อย่างชัดเจน
"แม้ยอดขายรวมจะหดตัว แต่เราเปลี่ยนโฟกัสจากปริมาณมาสู่คุณภาพของกำไร — การทำกำไรที่มีประสิทธิภาพคือหัวใจของการเติบโตในยุคเศรษฐกิจไม่แน่นอน"
ตัวเลขด้านต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานสะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์ใหม่ที่เน้นการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการล็อกราคาและปริมาณสินค้าคงคลัง (Packmat) ไว้จนถึงไตรมาส 2/2568 เพื่อลดความเสี่ยงจากอัตราค่าพลังงานที่ผันผวน และการลดอัตราการใช้จ่ายโฆษณาลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 4.8% เหลือเพียง 2.4% ของรายได้ ซึ่งช่วยรักษา EBITDA Margin ไว้ที่ระดับ 24.3% แม้กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) จะลดลงเล็กน้อยจาก 2,284.5 ล้านบาท เป็น 1,960.7 ล้านบาท
"การลดโฆษณาไม่ใช่การลดความพยายาม แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิด — เราเลือกตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น EPOP และภาคอีสาน-เหนือ ที่ให้ ROI สูงกว่า"
จุดเปลี่ยนสำคัญของปีนี้คือการปรับโครงสร้างกลยุทธ์จาก “ยอดขาย” มาเป็น “ความสามารถในการทำกำไร” โดยเฉพาะในกลุ่มชาพร้อมดื่มและน้ำสมุนไพร ซึ่งบริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายในกลุ่มนี้จาก 14% เป็น 17.5% ภายในปีเดียวกัน โดยเฉพาะแบรนด์ “เย็นเย็น” และ “ชาเขียวพร้อมดื่ม อิชิตัน กรีนที” ที่ยังคงเติบโตอย่างมั่นคง ขณะเดียวกัน การร่วมผลิตสินค้าภายใต้ชื่อแบรนด์ร่วม (OEM) กับบริษัทท้องถิ่นในลาวและอินโดนีเซีย รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ชาดำสไตล์ครัวบูล และน้ำสมุนไพรมะพร้าวแท้ร่วมกับไทโคโค่ ก็ช่วยเสริมรายได้จาก Non-Core Revenue อย่างมีนัยสำคัญ
"ลาวและอินโดนีเซียไม่ใช่แค่ตลาดส่งออก แต่คือฐานการผลิตที่ลดความเสี่ยงจากภัยแล้งและห่วงโซ่อุปทานที่ไม่มั่นคง"
รายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 3.9% จากปีก่อนที่ 3.1% โดยเฉพาะในอินโดนีเซียที่มีเป้าหมายเติบโต 8% ในปีนี้ และมีแผนขยายตลาดไปยังมาเลเซีย แคนาดา และจีน โดยเน้นสินค้าแอลกอฮอล์ฟรีและน้ำตาลธรรมชาติ ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนปรับปรุงกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องด้วยงบประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี ฝังอยู่ในต้นทุน COGS เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดใหม่
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- เงินปันผลปี 2568 คือเท่าไร? ปรับลดลงเหลือ 1.10 สตางค์ จากระดับเป้าหมายเดิม เพื่อให้สอดคล้องกับเกณฑ์บัญชีและหลักเกณฑ์สำรองทุนตามกฎหมายบริษัทจำกัด
- มีแผนลงทุนในธุรกิจใหม่หรือไม่? ยังอยู่ระหว่างการศึกษาอย่างละเอียด ไม่มีการตัดสินใจชัดเจน และจะใช้เงินหมุนเวียนของบริษัทในการลงทุนในระยะสั้น
- มีแผนขยายกำลังการผลิตหรือไม่? มีแผนปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง 200 ล้านบาทต่อปี ฝังอยู่ในต้นทุน COGS
- อินโดนีเซียเป็นตลาดสำคัญหรือไม่? เป็นตลาดสำคัญที่มีเป้าหมายเติบโต 8% ในปีนี้ โดยเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพภายในและลดความเสี่ยงจากโครงสร้างภูมิศาสตร์
- มีแผนร่วมผลิต OEM กับแบรนด์ภายนอกหรือไม่? มีแผนร่วมผลิตในกลุ่มน้ำด่างและน้ำมะพร้าวแท้ โดยเฉพาะกับบริษัทท้องถิ่นในลาวและอินโดนีเซีย
- มีเป้าหมายเพิ่ม Market Share ในกลุ่มชาพร้อมดื่มหรือไม่? มีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนยอดขายจาก 14% เป็น 17.5%
- มีแผนเพิ่มรายได้จากต่างประเทศหรือไม่? มีเป้าหมายขยายตลาดไปยังมาเลเซีย แคนาดา และจีน โดยเน้นสินค้าแอลกอฮอล์ฟรีและน้ำตาลธรรมชาติ
แม้ปีงบประมาณ 2568 จะเต็มไปด้วยแรงกดดันจากตลาดเครื่องดื่มทั่วไปและสถานการณ์ภายนอกที่ไม่แน่นอน แต่ ICH กลับแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความแม่นยำในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์จาก “ยอดขาย” สู่ “กำไร” ที่สะท้อนถึงการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคเศรษฐกิจไม่แน่นอนอย่างลึกซึ้ง