https://aio.panphol.com/assets/images/community/13069_DF3A3C.png

CBG กำไร Q3/25 ลดลง! หุ้น "TRADING" รอสัญญาณบวกกัมพูชา

P/E 14.61 YIELD 3.01 ราคา 43.25 (0.00%)

text-primary หยวนต้าปรับลดประมาณการกำไรปี 2025-2026 คงคำแนะนำ “TRADING” ราคาเป้าหมายใหม่ 47.50 บาท

text-primary ไฮไลท์สำคัญ

บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด (YUANTA) วิเคราะห์หุ้น บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG โดยคาดการณ์กำไรปกติในไตรมาส 3/2568 จะชะลอตัวลงทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และปีก่อนหน้า (YoY) ต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ แม้ว่าธุรกิจในประเทศจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด แต่ผลกระทบจากการชะลอตัวของยอดขายในกัมพูชาส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ

text-primary ผลกระทบจากยอดขายกัมพูชาที่ชะลอตัว

หยวนต้าคาดการณ์กำไรปกติในไตรมาส 3/2568 ของ CBG จะอยู่ที่ 619 ล้านบาท ลดลง 22.7% QoQ และ 16.5% YoY โดยคาดว่ารายได้จะอยู่ที่ 5,510 ล้านบาท ลดลง 1.2% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 8.1% YoY แม้ว่ารายได้จากธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศจะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 2.2 พันล้านบาท และรายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายจะอยู่ที่ 2.4 พันล้านบาท แต่บริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากกระแสการแบนสินค้าไทยในกัมพูชา ทำให้ยอดขายในกลุ่มประเทศ CLMV ลดลงถึง 40% YoY เหลือเพียง 576 ล้านบาท นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) คาดว่าจะหดตัวลงเป็น 25.4% เนื่องจากธุรกิจต่างประเทศมี GPM ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย

text-primary แนวโน้มและปัจจัยที่ต้องติดตาม

สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 4/2568 หยวนต้ายังคงมุมมองที่ระมัดระวังต่อธุรกิจในกัมพูชา โดยยอดขายยังฟื้นตัวได้อย่างจำกัด และต้องติดตามกลยุทธ์การปรับตัวของบริษัทฯ อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลและโครงการคนละครึ่งพลัสจะเป็นปัจจัยบวกต่อการบริโภคและยอดขายในประเทศ นอกจากนี้ ราคาสินค้าอลูมิเนียมในตลาดโลกที่สูงขึ้นเป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตาม แม้ว่าบริษัทฯ จะได้ล็อคราคาไว้ถึงสิ้นปี และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจะช่วยชดเชยได้ในปัจจุบัน

text-primary ปรับลดประมาณการและคำแนะนำ

หยวนต้าได้ปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2025-2026 ลง 12.7% และ 14.4% ตามลำดับ เป็น 2,838 ล้านบาท (-0.2% YoY) และ 3,001 ล้านบาท (+5.8% YoY) สะท้อนการปรับลดสมมติฐานรายได้จากกัมพูชา แต่ยังคงคาดหวังการเติบโตของกำไรในปี 2026 จากธุรกิจในประเทศและการกลับไปเจาะตลาดจีน ทั้งนี้ ราคาเหมาะสมใหม่ ณ สิ้นปี 2026 อยู่ที่ 47.50 บาท (PER 15.8 เท่า) แม้ว่าราคาหุ้นจะตอบรับเชิงลบไปแล้ว แต่ยังมี Upside gain เพียง 5.5% ดังนั้นจึงยังคงคำแนะนำ “TRADING” และแนะนำให้ชะลอการลงทุนจนกว่าจะเห็นพัฒนาการเชิงบวกในกัมพูชา

โพสต์ล่าสุด