บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
SCC เจอศึกหนัก! ปิโตรเคมีขาลง ฉุดกำไร Q3 ดิ่งเหว เอเซียพลัสหั่นเป้าเหลือ 210 บาท
P/E 14.33 YIELD 2.43 ราคา 206.00 (0.00%)
เอเซียพลัส (ASPS) มอง SCC เจอบททดสอบหนักบนเส้นทางฟื้นตัว โรงงาน LSP ฉุดกำไร Q3 ดิ่งเหว แม้ธุรกิจอื่นช่วยประคอง แต่ภาพรวมยังไม่สดใส หั่นคำแนะนำเป็น Underperform พร้อมลดราคาเป้าหมายเหลือ 210 บาท
LSP กลับมา แต่ยังขาดทุนอ่วม
โรงงาน Long Son Petrochemical (LSP) ในเวียดนามกลับมาเดินเครื่อง 20 ส.ค. 68 แต่ Spread PE-Naphtha ยังต่ำกว่าต้นทุน ทำให้ Q3/68 ขาดทุนเพิ่มขึ้น คาดการณ์ 3.8-4.0 พันล้านบาท จาก 2Q/68 ที่ขาดทุน 3,080 ล้านบาท
ASPS ประเมินว่า LSP จะใช้กำลังการผลิต 90% ผลิตเม็ดพลาสติก 1 แสนตัน/เดือน ขายในประเทศ 50% ส่งออก 50% แต่ Spread ต่ำกว่าเฉลี่ยในภูมิภาค ทำให้ ขาดทุน 70-80 USD/ton
ปิโตรเคมีขาลงยาวนาน กดดันผลประกอบการ
ธุรกิจปิโตรเคมีอยู่ในช่วงขาลงตั้งแต่ปี 2020 และอาจยาวถึงปี 2027 เนื่องจาก อุปทานล้นตลาดจากจีน แม้โรงงาน Olefin ในยุโรปและเอเชียใต้ปิดตัว แต่ Spread ก็ยังไม่ฟื้นตัว
ธุรกิจปิโตรเคมีของ SCC ในไทยยังทำกำไรได้จากสินค้า High Value Added แต่ผลขาดทุนจาก LSP ฉุดรั้งภาพรวม
ธุรกิจอื่นช่วยพยุง แต่ไม่พอชดเชย
ธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง และ Packaging ช่วยประคองผลประกอบการ ซีเมนต์ได้ ผลบวกจากการขึ้นราคาปูน Packaging ได้ แรงหนุนจากเศรษฐกิจเวียดนาม และการฟื้นตัวของ Fajar ในอินโดนีเซีย
ราคาปูนซีเมนต์ที่เพิ่มขึ้นทุก 100 บาท/ตัน จะทำให้ SCC มี EBITDA เพิ่มขึ้นราว 1,200 ล้านบาท/ปี SCGP ตั้งเป้าให้ Fajar มี Net Profit เป็นบวกใน 4Q25
ASPS หั่นเป้าหมาย ลดน้ำหนักลงทุน
ราคาหุ้น SCC ปรับขึ้น 46% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จากความหวังเชิงบวก แต่ ผลประกอบการ Q3/68 ไม่สดใส ASPS จึงลดน้ำหนักการลงทุนจาก Neutral เป็น Underperform พร้อมประเมินราคาเหมาะสมด้วยวิธี DCF ที่ 210 บาท
ASPS มองว่า SCC ยังมีอุปสรรคต้องฝ่าฟัน โดยเฉพาะผลขาดทุนจาก LSP ที่ยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญ