บริษัท วินเนอร์กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
2.18
0.02 (0.91%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นในไตรมานี้เกิดจาก รายได้จากการขายฯ เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 31.0 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.4 รายได้จากการขายส่วนงานอาหารสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น 42.1 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.9 โดยเพิ่มขึ้นจากสินค้ากลุ่ม Food Ingredient และสินค้ากลุ่ม Snack & Confectionary
ในขณะที่ รายได้จากการขายส่วนงานอาหารสินค้าอุตสาหกรรมลดลง 10.7 ล้าน บาทหรือลดลงร้อยละ 5.8 โดยลดลงจากสินค้ากลุ่ม Food Specialty เป็นหลัก ส่วนรายได้จากการขายส่วนงานรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลและ บํารุงผิวฯ ลดลง 0.3 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 2.5 สาเหตุหลักเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ ปัจจุบันยังมีผลกระทบต่อธุรกิจและอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ ส่งผลกระทบให้ปริมาณความต้องการซื้อสินค้าของลูกค้าส่วนงานดังกล่าวลดลง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14150 out_tok=2865 at=2026-07-26T12:41:43 -->
# WINNER Q2/2565 กำไรสุทธิพุ่ง 96% รับแรงหนุนรายได้อาหารโตต่อเนื่อง
## รายได้รวมโต 30% หนุนกำไรสุทธิ WINNER พุ่งแรง Q2/65 ขณะที่ GPM ทรงตัวเล็กน้อย
บริษัท วินเนอร์กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ WINNER รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 30.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 96.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 30.3% ซึ่งเป็นผลมาจากอานิสงส์ของการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ที่ส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และสายการบิน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ WINNER ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 30.3%** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 24.0 ล้านบาท แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะลดลงเล็กน้อย 0.6% เป็น 22.3% แต่การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายที่มากพอได้ชดเชยผลกระทบดังกล่าว นอกจากนี้ **การลดลงของขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทย่อย** (เฉพาะกิจการ) ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของบริษัทฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 439.2%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากทุกส่วนงาน โดยเฉพาะ **ส่วนงานอาหารสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้นถึง 36.5%** จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ Snack & Confectionary และ Frozen & Chilled Food รวมถึง **ส่วนงานอาหารสินค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น 25.0%** จากกลุ่ม Food Ingredient เช่นผงโกโก้และแป้งมันฝรั่ง ปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือการที่บริษัทฯ สามารถขยายการขายไปยังลูกค้ารายใหญ่และกลุ่ม Horeca ได้มากขึ้น จากสถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลาย ทำให้ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และสายการบินกลับมาฟื้นตัว
สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเล็กน้อยนั้น เกิดจาก **ผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนวัตถุดิบที่นำเข้า
ส่วนการลดลงของขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทย่อย (เฉพาะกิจการ) เป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในปี 2564 ซึ่งในปี 2565 ไม่มีรายการนี้ ทำให้กำไรสุทธิของบริษัทฯ เติบโตสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และสายการบินฟื้นตัว ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของ WINNER ในส่วนของอาหารสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารสินค้าอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/65 เติบโตโดดเด่น:** บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 30.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96.3% YoY ขณะที่เฉพาะบริษัทฯ กำไรสุทธิพุ่ง 439.2% เป็น 36.3 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายและบริการโต 30.3%:** อยู่ที่ 506.9 ล้านบาท จากทุกส่วนงาน โดยเฉพาะอาหารสินค้าอุปโภคบริโภค (+36.5%) และอาหารสินค้าอุตสาหกรรม (+25.0%)
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทรงตัว:** รวมอยู่ที่ 22.3% (รวม) และ 22.1% (เฉพาะบริษัทฯ) ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน 0.6% และ 0.5% ตามลำดับ
* **ปัจจัยบวกจากธุรกิจ Horeca ฟื้นตัว:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 หนุนการขายให้ลูกค้ารายใหญ่และกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร สายการบิน
* **รายการพิเศษหนุนกำไรเฉพาะกิจการ:** การลดลงของขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทย่อยในปีนี้ ส่งผลให้กำไรเฉพาะบริษัทฯ เติบโตสูงมาก
* **ค่าใช้จ่ายการตลาดและโปรโมชั่นเพิ่มขึ้น:** สอดคล้องกับยอดขายที่เติบโต
## ภาพรวมผลประกอบการ
**งวด 3 เดือน สิ้นสุด 30 มิ.ย. 65:**
* **รายได้รวม:** 508.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.7% YoY
* **กำไรขั้นต้น:** 113.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.9% YoY (GPM 22.3% ลดลง 0.6 ppt)
* **กำไรสุทธิ:** 30.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96.3% YoY (Net Margin 5.9% เพิ่มขึ้น 2.0 ppt)
**งวด 6 เดือน สิ้นสุด 30 มิ.ย. 65:**
* **รายได้รวม:** 960.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.2% YoY
* **กำไรขั้นต้น:** 217.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.0% YoY (GPM 22.8% ลดลง 0.2 ppt)
* **กำไรสุทธิ:** 56.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.9% YoY (Net Margin 5.8% เพิ่มขึ้น 1.5 ppt)
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคบริการ:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 หนุนการเติบโตของธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และสายการบิน ซึ่งเป็นตลาดหลักของผลิตภัณฑ์อาหาร
* **การขยายฐานลูกค้า:** บริษัทฯ สามารถเพิ่มยอดขายให้กับลูกค้ารายใหญ่และกลุ่ม Horeca ได้อย่างต่อเนื่อง
* **การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์:** ผลิตภัณฑ์ Food Ingredient (ผงโกโก้, แป้งมันฝรั่ง) และ Food Specialty รวมถึง Snack & Confectionary และ Frozen & Chilled Food มีแนวโน้มเติบโตที่ดี
* **การบริหารต้นทุน:** การชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงิน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบและอัตรากำไรขั้นต้น
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ความผันผวนของราคาวัตถุดิบทางการเกษตรอาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายและการจัดโปรโมชั่น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของกลุ่ม Horeca:** การเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และสายการบิน
* **ผลกระทบจากค่าเงินบาท:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนและผลกระทบต่อ GPM
* **การบริหารจัดการสต็อก:** ระดับสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น 86.7 ล้านบาท (รวม) และ 87.9 ล้านบาท (เฉพาะกิจการ)
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
* **การลงทุนในบริษัทร่วม:** การซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนในบริษัทร่วม (เฉพาะกิจการ) สัดส่วน 45%
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** มีผลกระทบต่อ GPM โดยเฉพาะผลจากค่าเงินบาทอ่อนค่าที่ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าสูงขึ้น
* **Volume:** ยอดขายรวมเพิ่มขึ้น 30.3% (Q2) และ 18.4% (6M) สะท้อนการฟื้นตัวของอุปสงค์
* **GPM:** ลดลงเล็กน้อย 0.2-0.6 ppt เป็น 22.1-22.8% เนื่องจากผลกระทบค่าเงินบาท
* **ช่องทางขาย:** การขยายการขายไปยังลูกค้ารายใหญ่และกลุ่ม Horeca เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 86.7 ล้านบาท (รวม) และ 87.9 ล้านบาท (เฉพาะกิจการ) ซึ่งอาจสะท้อนการเตรียมพร้อมรับออเดอร์ที่เพิ่มขึ้น หรือการบริหารสต็อกเพื่อรองรับความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าเป็นปัจจัยกดดัน GPM
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารสินค้าอุตสาหกรรมบ่งชี้ถึงความต้องการที่สม่ำเสมอ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 1,364.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% จากสิ้นปี 2564
* **สินทรัพย์หมุนเวียน:** 881.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.5% โดยหลักจากสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น 86.7 ล้านบาท
* **สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน:** 482.6 ล้านบาท ลดลง 1.5%
* **หนี้สินรวม:** 697.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.7% จากสิ้นปี 2564
* **หนี้สินหมุนเวียน:** 659.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.1% โดยหลักจากเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น 89.4 ล้านบาท
* **หนี้สินไม่หมุนเวียน:** 38.6 ล้านบาท ลดลง 2.9%
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 666.4 ล้านบาท ลดลง 2.3% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากมีการจ่ายปันผล 72.0 ล้านบาท มากกว่ากำไรสุทธิ 6 เดือนแรก
* **กระแสเงินสด:**
* **กิจกรรมดำเนินงาน:** เป็นบวก 21.7 ล้านบาท (รวม) และ 31.0 ล้านบาท (เฉพาะกิจการ)
* **กิจกรรมลงทุน:** ใช้ไป 10.2 ล้านบาท (รวม) และ 23.9 ล้านบาท (เฉพาะกิจการ) ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายเงินล่วงหน้าค่าหุ้นและซื้ออุปกรณ์
* **กิจกรรมจัดหาเงิน:** ใช้ไป 3.3 ล้านบาท (รวม) และได้มา 1.9 ล้านบาท (เฉพาะกิจการ) โดยมีการจ่ายปันผลและชำระคืนเงินกู้ยืม แต่มีการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้น
## สรุปท้าย
WINNER โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 96.3% จากการฟื้นตัวของรายได้ในกลุ่มอาหารสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งได้อานิสงส์จากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการกลับมาของธุรกิจ Horeca แม้ GPM จะได้รับแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง แต่ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นสามารถชดเชยได้ นอกจากนี้ การไม่มีรายการขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทย่อยในปีนี้ยังเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อกำไรเฉพาะบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของค่าเงินบาทและแนวโน้มการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ WINNER ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
607.44
ล้านบาท
↓ 0.8% YoY
กำไรขั้นต้น
131.71
ล้านบาท
↓ 4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.68
%
กำไรสุทธิ
41.60
ล้านบาท
↑ 21.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.85
%
D/E Ratio
0.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
607
↓ -0.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
132
↓ -4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
42
↑ + 21.4%
YoY
D/E Ratio
0.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — WINNER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.90
ROE (%)
21.91
ROA (%)
14.22
Book Value/หุ้น
1.23
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — WINNER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+19
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — WINNER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
19.31
-126.75%
|
-72.19
-74.87%
|
-287.30
+5,727.59%
|
-4.93
-194.81%
|
5.20
-96.66%
|
155.49
+26.68%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.76
-57.37%
|
8.82
-52.53%
|
18.58
-187.68%
|
-21.19
+34.20%
|
-15.79
-18.02%
|
-19.26
+45.80%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-9.05
-115.44%
|
58.60
-75.41%
|
238.31
+975.41%
|
22.16
+371.49%
|
4.70
-103.62%
|
-129.74
+13.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
14.02
-393.92%
|
-4.77
-84.31%
|
-30.40
+667.68%
|
-3.96
-32.77%
|
-5.89
-190.76%
|
6.49
-245.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
44.27
+30.78%
|
33.85
-0.32%
|
33.96
-10.44%
|
37.92
-13.44%
|
43.81
+17.36%
|
37.33
-10.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
33.84
-23.56%
|
44.27
+31.29%
|
33.72
-0.71%
|
33.96
-10.44%
|
37.92
-13.44%
|
43.81
+17.36%
|