WINNER
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
WINNER
บริษัท วินเนอร์กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
2.18
0.02 (0.91%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 1 ปี 2566

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นในไตรมานี้เกิดจาก รายได้จากการขายฯ เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 31.0 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.4 รายได้จากการขายส่วนงานอาหารสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น 42.1 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.9 โดยเพิ่มขึ้นจากสินค้ากลุ่ม Food Ingredient และสินค้ากลุ่ม Snack & Confectionary ในขณะที่ รายได้จากการขายส่วนงานอาหารสินค้าอุตสาหกรรมลดลง 10.7 ล้าน บาทหรือลดลงร้อยละ 5.8 โดยลดลงจากสินค้ากลุ่ม Food Specialty เป็นหลัก ส่วนรายได้จากการขายส่วนงานรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลและ บํารุงผิวฯ ลดลง 0.3 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 2.5 สาเหตุหลักเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ ปัจจุบันยังมีผลกระทบต่อธุรกิจและอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ ส่งผลกระทบให้ปริมาณความต้องการซื้อสินค้าของลูกค้าส่วนงานดังกล่าวลดลง

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9473 out_tok=2949 at=2026-07-26T12:51:50 --> # WINNER Q1/2566 กำไรสุทธิพุ่ง 31% รับรายได้อาหารโตแกร่ง – ต้นทุนบาทอ่อนกดดัน GPM ## รายได้รวมโต 14.5% หนุนกำไรสุทธิพุ่ง 31% ขณะที่ GPM ลดลงเล็กน้อยจากผลกระทบค่าเงินบาท บริษัท วินเนอร์กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ WINNER รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 517.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.5% และมีกำไรสุทธิ 33.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 31.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการเติบโตของรายได้หลักมาจากกลุ่มอาหารสินค้าอุตสาหกรรมและอาหารสินค้าอุปโภคบริโภคที่ได้รับอานิสงส์จากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากผลกระทบค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ WINNER ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 13.9%** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิรวมปรับตัวสูงขึ้นถึง 31.0% อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) คือ **ผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **การเติบโตของรายได้:** รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจาก 2 ส่วนงานหลัก ได้แก่ * **ส่วนงานอาหารสินค้าอุตสาหกรรม:** เพิ่มขึ้น 14.8% จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ Food Additive (เช่น สารให้ความคงตัว, สารให้ความเหนียว) และ Food Ingredient (เช่น Margarine, Shortening, Chocolate Compound) * **ส่วนงานอาหารสินค้าอุปโภคบริโภค:** เพิ่มขึ้น 14.6% จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ Frozen & Chilled Food (เช่น เฟรนช์ฟรายส์, ปลาดอรี่แช่แข็ง) และ Food Ingredient (เช่น วิปปิ้งครีม, ลูกเกด, น้ำตาลไอซิ่ง) สาเหตุหลักของการเติบโตนี้มาจาก **การผ่อนคลายสถานการณ์โควิด-19** ทำให้ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร สายการบินกลับมาเปิดให้บริการมากขึ้น รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถขายสินค้าให้ลูกค้าได้มากขึ้น * **แรงกดดันต่อ GPM:** แม้รายได้จะเติบโต แต่ GPM รวมลดลง 1.1% (อยู่ที่ 22.2%) และ GPM เฉพาะกิจการลดลง 0.8% (อยู่ที่ 22.3%) สาเหตุหลักมาจาก **ผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในไตรมาส 1 ปี 2566 ค่าเงินบาทต่อสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ในช่วง 32.85-35.32 เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่อยู่ระหว่าง 32.30-33.90 ซึ่งการอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลต่อต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าบางส่วน ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** การเติบโตของรายได้ที่มาจากปัจจัยภายนอก เช่น การฟื้นตัวของภาคบริการและการท่องเที่ยว มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนรายได้ในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากค่าเงินบาทเป็นปัจจัยที่ผันผวนและยากต่อการคาดการณ์ ซึ่งอาจส่งผลต่อ GPM ในแต่ละไตรมาสได้ ฝ่ายบริหารระบุว่ากำลังบริหารจัดการดำเนินงานเพื่อให้ส่วนงานรับจ้างผลิตมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในอนาคต ซึ่งต้องรอดูผลของการบริหารจัดการดังกล่าว ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม Q1/2566:** 517.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.5% YoY * **กำไรสุทธิ Q1/2566:** 33.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.0% YoY * **GPM รวม Q1/2566:** 22.2% ลดลง 1.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน * **รายได้หลักเติบโต:** ส่วนงานอาหารสินค้าอุตสาหกรรม (+14.8%) และอาหารสินค้าอุปโภคบริโภค (+14.6%) * **ปัจจัยหนุนรายได้:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19, การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร สายการบิน และจำนวนนักท่องเที่ยว * **ปัจจัยกดดัน GPM:** ผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 517.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.4 ล้านบาท หรือ 14.5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 62.5 ล้านบาท หรือ 13.9% มาจากส่วนงานอาหารสินค้าอุตสาหกรรมและส่วนงานอาหารสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นหลัก เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่อนคลายลง ทำให้ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร สายการบิน และการท่องเที่ยวฟื้นตัว ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถขายสินค้าได้มากขึ้น กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 113.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2 ล้านบาท หรือ 8.8% แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 23.3% เป็น 22.2% โดยมีสาเหตุหลักจากผลกระทบค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 3.4 ล้านบาท หรือ 12.9% ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายและกิจกรรมส่งเสริมการขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 1.2 ล้านบาท หรือ 2.5% เนื่องจากสำรองผลขาดทุนจากสินค้าด้อยคุณภาพลดลง และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง (มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในงวดนี้) แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและค่าเช่าคลังสินค้าเพิ่มขึ้น ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 1.9 ล้านบาท เนื่องจากยอดขายของบริษัทร่วมลดลง ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 0.8 ล้านบาท จากดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 33.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.0 ล้านบาท หรือ 31.0% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของภาคบริการและการท่องเที่ยว:** การกลับมาเปิดให้บริการของธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร สายการบิน และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร * **การบริหารจัดการส่วนงานรับจ้างผลิต:** ฝ่ายบริหารอยู่ระหว่างการปรับปรุงการดำเนินงานของส่วนงานรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลและบำรุงผิว เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยารักษาโรคผิวหนัง ซึ่งหากประสบความสำเร็จ จะเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้และกำไรของส่วนงานดังกล่าว * **การขยายตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค:** การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ Frozen & Chilled Food และ Food Ingredient แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด * **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อ GPM ได้ * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจอาหารและอุตสาหกรรมอาหารมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร * **ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม:** การลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมสะท้อนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานของบริษัทร่วม ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มค่าเงินบาท:** การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทจะส่งผลโดยตรงต่อ GPM ของบริษัทฯ * **ผลการบริหารจัดการส่วนงานรับจ้างผลิต:** ความคืบหน้าในการปรับปรุงผลการดำเนินงานของส่วนงานนี้ * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการ:** การเติบโตอย่างต่อเนื่องของภาคส่วนนี้จะส่งผลต่อปริมาณการขายสินค้าอาหาร * **ต้นทุนการขายและบริหาร:** การควบคุมต้นทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ท่ามกลางยอดขายที่เพิ่มขึ้น * **กลยุทธ์การตลาดและการส่งเสริมการขาย:** ผลลัพธ์จากการลงทุนเพิ่มในส่วนนี้ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) * **ราคาและปริมาณ:** รายได้เติบโต 13.9% มาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม Frozen & Chilled Food และ Food Ingredient ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของภาคบริการและท่องเที่ยว * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย 1.1% (รวม) และ 0.8% (เฉพาะกิจการ) สาเหตุหลักมาจากผลกระทบของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนนำเข้าบางส่วน * **ช่องทางขาย:** การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และสายการบิน สะท้อนถึงการกลับมาของช่องทางขายหลักที่สำคัญ * **สต็อก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับระดับสต็อกสินค้าโดยตรง แต่การลดลงของสินค้าคงเหลือ 26.0 ล้านบาทในสินทรัพย์หมุนเวียน อาจบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการสต็อกที่กระชับขึ้น หรือการขายสินค้าที่เพิ่มขึ้น * **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนค่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อ GPM โดยตรง * **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงปัจจัยฤดูกาลผลิตในเอกสาร ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 1,244.6 ล้านบาท ลดลง 5.8% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 9.2% หลักๆ จากลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือที่ลดลง ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 2.8% * **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 624.2 ล้านบาท ลดลง 15.0% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 16.5% หลักๆ จากเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ลดลง ขณะที่หนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 12.0% * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 620.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น * **กระแสเงินสด:** * **กิจกรรมดำเนินงาน:** มีเงินสดสุทธิ 168.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 48.7 ล้านบาทในปีก่อน * **กิจกรรมลงทุน:** ใช้เงินสดสุทธิ 9.0 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการซื้ออุปกรณ์และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน * **กิจกรรมจัดหาเงิน:** ใช้เงินสดสุทธิ 140.2 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้น ## สรุปท้าย WINNER โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 เติบโตโดดเด่น โดยกำไรสุทธิพุ่ง 31% จากการฟื้นตัวของรายได้ในกลุ่มอาหารที่ได้รับอานิสงส์จากการเปิดเมืองและการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่ต้องจับตาคือผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้น การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การตลาดจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป ขณะที่การฟื้นตัวของภาคบริการยังคงเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันการเติบโตของรายได้ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ WINNER ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
607.44 ล้านบาท
↓ 0.8% YoY
กำไรขั้นต้น
131.71 ล้านบาท
↓ 4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.68 %
กำไรสุทธิ
41.60 ล้านบาท
↑ 21.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.85 %
D/E Ratio
0.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
607
↓ -0.8% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
132
↓ -4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
42
↑ + 21.4% YoY
D/E Ratio
0.90

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — WINNER

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
607.44
-0.80%
612.34
+2.84%
595.43
+4.42%
570.22
+5.26%
541.74
+15.80%
467.83
+3.74%
กำไรขั้นต้น
131.71
-4.02%
137.23
+13.74%
120.66
+4.53%
115.43
+3.67%
111.35
+5.96%
105.09
-5.50%
ค่าใช้จ่ายรวม
84.23
-7.33%
90.89
+13.36%
80.18
+8.45%
73.93
+1.32%
72.97
-6.58%
78.11
+9.71%
กำไรสุทธิ
41.60
+21.36%
34.27
-11.43%
38.70
+157.91%
-66.83
-235.88%
49.18
+119.65%
22.39
-32.08%
กำไรต่อหุ้น
0.07
+21.05%
0.06
-10.94%
0.06
+157.66%
-0.11
-235.37%
0.08
+121.62%
0.04
-32.73%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
21.68
-3.26%
22.41
+10.61%
20.26
+0.10%
20.24
-1.51%
20.55
-8.50%
22.46
-8.92%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
13.87
-6.54%
14.84
+10.17%
13.47
+3.86%
12.97
-3.71%
13.47
-19.34%
16.70
+5.76%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
6.85
+22.32%
5.60
-13.85%
6.50
+155.46%
-11.72
-229.07%
9.08
+89.56%
4.79
-34.47%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
-100.00%
4.30
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
21.91
+50.48%
14.56
-23.04%
18.92
+1,178.38%
1.48
-91.14%
16.70
+21.72%
13.72
-15.47%
ROA(%)
14.22
+32.65%
10.72
-11.77%
12.15
+176.14%
4.40
-63.18%
11.95
+13.70%
10.51
-7.24%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.90
-15.89%
1.07
+7.00%
1.00
-20.00%
1.25
+42.05%
0.88
-3.30%
0.91
-10.78%
P/E
9.43
-26.39%
12.81
-91.93%
158.66
+1,237.77%
11.86
-32.84%
17.66
+64.43%
10.74
-8.13%
P/BV
2.04
-0.97%
2.06
-8.85%
2.26
-1.31%
2.29
-5.76%
2.43
+39.66%
1.74
+21.68%
BV
1.02
+4.08%
0.98
+2.08%
0.96
-11.11%
1.08
-26.03%
1.46
-2.01%
1.49
+2.76%
YIELD(%)
7.21
-2.96%
7.43
+24.66%
5.96
+14.40%
5.21
-7.79%
5.65
-22.71%
7.31
-30.91%
ราคาหุ้น
2.08
+2.97%
2.02
-7.34%
2.18
-12.10%
2.48
+5.08%
2.36
-9.23%
2.60
+25.00%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.90
ROE (%)
21.91
ROA (%)
14.22
Book Value/หุ้น
1.23

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — WINNER

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
879.87
-4.67%
922.95
+7.44%
858.89
-8.48%
938.46
+18.74%
790.36
+15.94%
681.71
+2.14%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
359.15
-2.00%
366.47
-1.78%
373.24
-2.32%
382.10
-22.01%
489.91
-1.91%
499.44
+5.21%
รวมสินทรัพย์
1,239.03
-3.91%
1,289.42
+4.65%
1,232.13
-6.70%
1,320.56
+3.15%
1,280.27
+8.39%
1,181.15
+3.41%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
540.38
-14.06%
628.79
+9.49%
574.30
-17.34%
694.75
+24.47%
558.15
+25.71%
444.00
+28.68%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
46.24
+21.17%
38.16
-8.12%
41.53
+5.71%
39.29
-1.16%
39.75
-66.28%
117.89
-35.97%
รวมหนี้สิน
586.62
-12.04%
666.95
+8.30%
615.83
-16.10%
734.04
+22.77%
597.90
+6.41%
561.90
+6.19%
รวมส่วนของเจ้าของ
652.41
+4.81%
622.48
+1.00%
616.29
+5.08%
586.52
-14.05%
682.37
+10.19%
619.25
+1.02%
D/E
0.90
1.07
1.00
1.25
0.88
0.91
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
21.91
14.56
18.92
1.48
16.70
13.72
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
14.22
10.72
12.15
4.40
11.95
10.51
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.63
1.47
1.50
1.35
1.42
1.54
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.73
0.70
0.76
0.61
0.68
0.84
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
60.37
69.10
0.00
0.00
68.29
68.72
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
98.46
99.45
0.00
0.00
90.00
81.88
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
51.99
58.11
0.00
0.00
67.22
70.35
วงจรเงินสด
106.84
110.44
0.00
0.00
91.07
80.24
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+19
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — WINNER

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
19.31
-126.75%
-72.19
-74.87%
-287.30
+5,727.59%
-4.93
-194.81%
5.20
-96.66%
155.49
+26.68%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
3.76
-57.37%
8.82
-52.53%
18.58
-187.68%
-21.19
+34.20%
-15.79
-18.02%
-19.26
+45.80%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-9.05
-115.44%
58.60
-75.41%
238.31
+975.41%
22.16
+371.49%
4.70
-103.62%
-129.74
+13.81%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
14.02
-393.92%
-4.77
-84.31%
-30.40
+667.68%
-3.96
-32.77%
-5.89
-190.76%
6.49
-245.19%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
44.27
+30.78%
33.85
-0.32%
33.96
-10.44%
37.92
-13.44%
43.81
+17.36%
37.33
-10.69%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
33.84
-23.56%
44.27
+31.29%
33.72
-0.71%
33.96
-10.44%
37.92
-13.44%
43.81
+17.36%