บริษัท วินเนอร์กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
2.18
0.02 (0.91%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นในไตรมานี้เกิดจาก รายได้จากการขายฯ เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 31.0 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.4 รายได้จากการขายส่วนงานอาหารสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น 42.1 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.9 โดยเพิ่มขึ้นจากสินค้ากลุ่ม Food Ingredient และสินค้ากลุ่ม Snack & Confectionary
ในขณะที่ รายได้จากการขายส่วนงานอาหารสินค้าอุตสาหกรรมลดลง 10.7 ล้าน บาทหรือลดลงร้อยละ 5.8 โดยลดลงจากสินค้ากลุ่ม Food Specialty เป็นหลัก ส่วนรายได้จากการขายส่วนงานรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลและ บํารุงผิวฯ ลดลง 0.3 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 2.5 สาเหตุหลักเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ ปัจจุบันยังมีผลกระทบต่อธุรกิจและอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ ส่งผลกระทบให้ปริมาณความต้องการซื้อสินค้าของลูกค้าส่วนงานดังกล่าวลดลง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9473 out_tok=2949 at=2026-07-26T12:51:50 -->
# WINNER Q1/2566 กำไรสุทธิพุ่ง 31% รับรายได้อาหารโตแกร่ง – ต้นทุนบาทอ่อนกดดัน GPM
## รายได้รวมโต 14.5% หนุนกำไรสุทธิพุ่ง 31% ขณะที่ GPM ลดลงเล็กน้อยจากผลกระทบค่าเงินบาท
บริษัท วินเนอร์กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ WINNER รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 517.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.5% และมีกำไรสุทธิ 33.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 31.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการเติบโตของรายได้หลักมาจากกลุ่มอาหารสินค้าอุตสาหกรรมและอาหารสินค้าอุปโภคบริโภคที่ได้รับอานิสงส์จากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากผลกระทบค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ WINNER ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 13.9%** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิรวมปรับตัวสูงขึ้นถึง 31.0% อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) คือ **ผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การเติบโตของรายได้:** รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจาก 2 ส่วนงานหลัก ได้แก่
* **ส่วนงานอาหารสินค้าอุตสาหกรรม:** เพิ่มขึ้น 14.8% จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ Food Additive (เช่น สารให้ความคงตัว, สารให้ความเหนียว) และ Food Ingredient (เช่น Margarine, Shortening, Chocolate Compound)
* **ส่วนงานอาหารสินค้าอุปโภคบริโภค:** เพิ่มขึ้น 14.6% จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ Frozen & Chilled Food (เช่น เฟรนช์ฟรายส์, ปลาดอรี่แช่แข็ง) และ Food Ingredient (เช่น วิปปิ้งครีม, ลูกเกด, น้ำตาลไอซิ่ง)
สาเหตุหลักของการเติบโตนี้มาจาก **การผ่อนคลายสถานการณ์โควิด-19** ทำให้ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร สายการบินกลับมาเปิดให้บริการมากขึ้น รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถขายสินค้าให้ลูกค้าได้มากขึ้น
* **แรงกดดันต่อ GPM:** แม้รายได้จะเติบโต แต่ GPM รวมลดลง 1.1% (อยู่ที่ 22.2%) และ GPM เฉพาะกิจการลดลง 0.8% (อยู่ที่ 22.3%) สาเหตุหลักมาจาก **ผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในไตรมาส 1 ปี 2566 ค่าเงินบาทต่อสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ในช่วง 32.85-35.32 เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่อยู่ระหว่าง 32.30-33.90 ซึ่งการอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลต่อต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าบางส่วน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม**
การเติบโตของรายได้ที่มาจากปัจจัยภายนอก เช่น การฟื้นตัวของภาคบริการและการท่องเที่ยว มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนรายได้ในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากค่าเงินบาทเป็นปัจจัยที่ผันผวนและยากต่อการคาดการณ์ ซึ่งอาจส่งผลต่อ GPM ในแต่ละไตรมาสได้ ฝ่ายบริหารระบุว่ากำลังบริหารจัดการดำเนินงานเพื่อให้ส่วนงานรับจ้างผลิตมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในอนาคต ซึ่งต้องรอดูผลของการบริหารจัดการดังกล่าว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q1/2566:** 517.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.5% YoY
* **กำไรสุทธิ Q1/2566:** 33.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.0% YoY
* **GPM รวม Q1/2566:** 22.2% ลดลง 1.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน
* **รายได้หลักเติบโต:** ส่วนงานอาหารสินค้าอุตสาหกรรม (+14.8%) และอาหารสินค้าอุปโภคบริโภค (+14.6%)
* **ปัจจัยหนุนรายได้:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19, การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร สายการบิน และจำนวนนักท่องเที่ยว
* **ปัจจัยกดดัน GPM:** ผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนค่าลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 517.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.4 ล้านบาท หรือ 14.5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 62.5 ล้านบาท หรือ 13.9% มาจากส่วนงานอาหารสินค้าอุตสาหกรรมและส่วนงานอาหารสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นหลัก เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่อนคลายลง ทำให้ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร สายการบิน และการท่องเที่ยวฟื้นตัว ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถขายสินค้าได้มากขึ้น
กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 113.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2 ล้านบาท หรือ 8.8% แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 23.3% เป็น 22.2% โดยมีสาเหตุหลักจากผลกระทบค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง
ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 3.4 ล้านบาท หรือ 12.9% ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายและกิจกรรมส่งเสริมการขาย
ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 1.2 ล้านบาท หรือ 2.5% เนื่องจากสำรองผลขาดทุนจากสินค้าด้อยคุณภาพลดลง และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง (มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในงวดนี้) แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและค่าเช่าคลังสินค้าเพิ่มขึ้น
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 1.9 ล้านบาท เนื่องจากยอดขายของบริษัทร่วมลดลง
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 0.8 ล้านบาท จากดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 33.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.0 ล้านบาท หรือ 31.0% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคบริการและการท่องเที่ยว:** การกลับมาเปิดให้บริการของธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร สายการบิน และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร
* **การบริหารจัดการส่วนงานรับจ้างผลิต:** ฝ่ายบริหารอยู่ระหว่างการปรับปรุงการดำเนินงานของส่วนงานรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลและบำรุงผิว เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยารักษาโรคผิวหนัง ซึ่งหากประสบความสำเร็จ จะเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้และกำไรของส่วนงานดังกล่าว
* **การขยายตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค:** การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ Frozen & Chilled Food และ Food Ingredient แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อ GPM ได้
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจอาหารและอุตสาหกรรมอาหารมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม:** การลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมสะท้อนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานของบริษัทร่วม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มค่าเงินบาท:** การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทจะส่งผลโดยตรงต่อ GPM ของบริษัทฯ
* **ผลการบริหารจัดการส่วนงานรับจ้างผลิต:** ความคืบหน้าในการปรับปรุงผลการดำเนินงานของส่วนงานนี้
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการ:** การเติบโตอย่างต่อเนื่องของภาคส่วนนี้จะส่งผลต่อปริมาณการขายสินค้าอาหาร
* **ต้นทุนการขายและบริหาร:** การควบคุมต้นทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ท่ามกลางยอดขายที่เพิ่มขึ้น
* **กลยุทธ์การตลาดและการส่งเสริมการขาย:** ผลลัพธ์จากการลงทุนเพิ่มในส่วนนี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาและปริมาณ:** รายได้เติบโต 13.9% มาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม Frozen & Chilled Food และ Food Ingredient ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของภาคบริการและท่องเที่ยว
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย 1.1% (รวม) และ 0.8% (เฉพาะกิจการ) สาเหตุหลักมาจากผลกระทบของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนนำเข้าบางส่วน
* **ช่องทางขาย:** การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และสายการบิน สะท้อนถึงการกลับมาของช่องทางขายหลักที่สำคัญ
* **สต็อก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับระดับสต็อกสินค้าโดยตรง แต่การลดลงของสินค้าคงเหลือ 26.0 ล้านบาทในสินทรัพย์หมุนเวียน อาจบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการสต็อกที่กระชับขึ้น หรือการขายสินค้าที่เพิ่มขึ้น
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนค่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อ GPM โดยตรง
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงปัจจัยฤดูกาลผลิตในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 1,244.6 ล้านบาท ลดลง 5.8% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 9.2% หลักๆ จากลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือที่ลดลง ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 2.8%
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 624.2 ล้านบาท ลดลง 15.0% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 16.5% หลักๆ จากเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ลดลง ขณะที่หนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 12.0%
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 620.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น
* **กระแสเงินสด:**
* **กิจกรรมดำเนินงาน:** มีเงินสดสุทธิ 168.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 48.7 ล้านบาทในปีก่อน
* **กิจกรรมลงทุน:** ใช้เงินสดสุทธิ 9.0 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการซื้ออุปกรณ์และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน
* **กิจกรรมจัดหาเงิน:** ใช้เงินสดสุทธิ 140.2 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้น
## สรุปท้าย
WINNER โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 เติบโตโดดเด่น โดยกำไรสุทธิพุ่ง 31% จากการฟื้นตัวของรายได้ในกลุ่มอาหารที่ได้รับอานิสงส์จากการเปิดเมืองและการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่ต้องจับตาคือผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้น การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การตลาดจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป ขณะที่การฟื้นตัวของภาคบริการยังคงเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันการเติบโตของรายได้ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ WINNER ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
607.44
ล้านบาท
↓ 0.8% YoY
กำไรขั้นต้น
131.71
ล้านบาท
↓ 4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.68
%
กำไรสุทธิ
41.60
ล้านบาท
↑ 21.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.85
%
D/E Ratio
0.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
607
↓ -0.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
132
↓ -4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
42
↑ + 21.4%
YoY
D/E Ratio
0.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — WINNER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.90
ROE (%)
21.91
ROA (%)
14.22
Book Value/หุ้น
1.23
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — WINNER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+19
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — WINNER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
19.31
-126.75%
|
-72.19
-74.87%
|
-287.30
+5,727.59%
|
-4.93
-194.81%
|
5.20
-96.66%
|
155.49
+26.68%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.76
-57.37%
|
8.82
-52.53%
|
18.58
-187.68%
|
-21.19
+34.20%
|
-15.79
-18.02%
|
-19.26
+45.80%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-9.05
-115.44%
|
58.60
-75.41%
|
238.31
+975.41%
|
22.16
+371.49%
|
4.70
-103.62%
|
-129.74
+13.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
14.02
-393.92%
|
-4.77
-84.31%
|
-30.40
+667.68%
|
-3.96
-32.77%
|
-5.89
-190.76%
|
6.49
-245.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
44.27
+30.78%
|
33.85
-0.32%
|
33.96
-10.44%
|
37.92
-13.44%
|
43.81
+17.36%
|
37.33
-10.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
33.84
-23.56%
|
44.27
+31.29%
|
33.72
-0.71%
|
33.96
-10.44%
|
37.92
-13.44%
|
43.81
+17.36%
|