บริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
1.35
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3908 out_tok=2541 at=2026-07-26T12:25:17 -->
VIBHA กำไรสุทธิ Q3/64 พุ่ง 1,077% รับอานิสงส์ผู้ป่วยโควิด-19
VIBHA โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 650.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 1,077.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ VIBHA ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด-19** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่พลิกจากขาดทุนจำนวนมากในปีที่แล้ว มาเป็นกำไรสุทธิจำนวนมากในไตรมาสนี้
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก** โดยพลิกจากขาดทุน 115.42 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563 มาเป็นกำไร 407.63 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 ปัจจัยนี้เป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้กำไรสุทธิรวมของบริษัทเติบโตถึง 1,077.07%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากการที่ **บริษัทย่อยและบริษัทร่วมให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา-19 (COVID-19) ทำให้ผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นมากกว่าปีก่อน** โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัท โรงพยาบาลวิภาราม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วม มีส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นจากขาดทุน 85.55 ล้านบาท เป็นกำไร 394.00 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงปริมาณผู้ป่วยโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษาในเครือข่ายของบริษัทที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะยังคงมีอยู่ แต่การรักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด-19 อาจเป็นปัจจัยที่ผันผวนตามสถานการณ์การระบาดและนโยบายของภาครัฐ การที่ฝ่ายจัดการระบุว่า "ทำให้ผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นมากกว่าปีก่อน" เป็นการบ่งชี้ถึงผลกระทบจากสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มในระยะยาว หรือการคาดการณ์ปริมาณผู้ป่วยโควิด-19 ที่จะเข้ารับการรักษาในอนาคต ดังนั้น จึงยังคงต้องจับตาดูสถานการณ์การระบาดและผลกระทบต่อปริมาณผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 1,077.07% YoY:** บริษัทมีกำไรสุทธิ 650.54 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 เทียบกับ 55.23 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 21.41% YoY:** รายได้รวมอยู่ที่ 1,980.88 ล้านบาท โดยมีรายได้จาก บมจ.โรงพยาบาลวิภาวดี 895.83 ล้านบาท และ บมจ.เชียงใหม่รามธุรกิจการแพทย์ 1,040.43 ล้านบาท
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมพลิกบวก:** จากขาดทุน 115.42 ล้านบาท เป็นกำไร 407.63 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่หนุนกำไรสุทธิ
* **ต้นทุนรักษาพยาบาลต่อรายได้ลดลง:** สัดส่วนต้นทุนในการรักษาพยาบาลต่อรายได้จากการรักษาพยาบาลรวมลดลง 8.42% และค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้ลดลง 2.12%
* **ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรม:** มีผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินจำนวน 87.60 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 1,980.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากรายได้ของโรงพยาบาลในเครือ โดยเฉพาะ บมจ.เชียงใหม่รามธุรกิจการแพทย์ ที่มีรายได้ 1,040.43 ล้านบาท ขณะที่ บมจ.โรงพยาบาลวิภาวดี มีรายได้ 895.83 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลรวมเมื่อเทียบกับรายได้จากการรักษาพยาบาลรวมลดลง 8.42% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเมื่อเทียบกับรายได้จากการรักษาพยาบาลรวมลดลง 2.12% ซึ่งเป็นผลดีต่ออัตรากำไร
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสนี้มีผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินจำนวน 87.60 ล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิ
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 650.54 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 1,077.07% YoY) มาจากการพลิกกลับของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม จากที่เคยขาดทุน 115.42 ล้านบาทในปีที่แล้ว กลับมามีกำไร 407.63 ล้านบาทในไตรมาสนี้ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
## โอกาส
* **การรักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด-19:** การระบาดของโควิด-19 ยังคงเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้และปริมาณผู้ป่วย โดยเฉพาะในโรงพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดสูง
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การที่สัดส่วนต้นทุนในการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้ลดลง แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุน ซึ่งจะส่งผลดีต่ออัตรากำไรในระยะยาว
* **การเติบโตของโรงพยาบาลในเครือ:** รายได้ที่เพิ่มขึ้นของ บมจ.เชียงใหม่รามธุรกิจการแพทย์ บ่งชี้ถึงศักยภาพในการเติบโตของโรงพยาบาลในต่างจังหวัด
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การระบาด นโยบายภาครัฐ และการเข้าถึงวัคซีน อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณผู้ป่วยโควิด-19 และรายได้ที่เกี่ยวข้อง
* **ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรม:** การมีผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินจำนวน 87.60 ล้านบาท แสดงถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินที่บริษัทถือครอง
* **อัตราต้นทุนที่สูงของบางบริษัทย่อย:** แม้ภาพรวมต้นทุนจะลดลง แต่สัดส่วนต้นทุนในการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการบริหารของบริษัท เชียงใหม่รามธุรกิจการแพทย์ ยังคงสูงกว่าโรงพยาบาลวิภาวดี ซึ่งอาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรของบริษัทย่อยดังกล่าว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มผู้ป่วยโควิด-19:** ติดตามสถานการณ์การระบาดและจำนวนผู้ป่วยที่จะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในเครือ
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** โดยเฉพาะ บริษัท โรงพยาบาลวิภาราม จำกัด ว่าจะสามารถรักษาการเติบโตของส่วนแบ่งกำไรได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ติดตามว่าบริษัทจะสามารถรักษาอัตราส่วนต้นทุนในการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้ให้อยู่ในระดับต่ำได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
* **มูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน:** จับตาผลกระทบจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินในไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการรักษาพยาบาล:** รายได้รวม 1,980.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.41% YoY โดยรายได้หลักมาจาก บมจ.โรงพยาบาลวิภาวดี (895.83 ล้านบาท) และ บมจ.เชียงใหม่รามธุรกิจการแพทย์ (1,040.43 ล้านบาท) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของปริมาณผู้ใช้บริการในโรงพยาบาลหลัก
* **ต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** สัดส่วนต้นทุนในการรักษาพยาบาลต่อรายได้จากการรักษาพยาบาลลดลงจาก 74.28% เป็น 65.86% และสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้ลดลงจาก 14.46% เป็น 12.34% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการบริหารจัดการต้นทุน
* **อัตรากำไรขั้นต้นและสุทธิ:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุอัตรากำไรขั้นต้นและสุทธิโดยตรง แต่การลดลงของสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ และการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด
* **บริษัทย่อยและบริษัทร่วม:** การมีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการ โดยเฉพาะจาก บริษัท โรงพยาบาลวิภาราม จำกัด ที่พลิกจากขาดทุนเป็นกำไรจำนวนมาก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในไตรมาส 3 ปี 2564
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ VIBHA ในไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 1,077.07% YoY เป็น 650.54 ล้านบาท ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากบริษัทร่วม ซึ่งเป็นผลจากการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น แต่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19 และผลกระทบจากความผันผวนของมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ VIBHA ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
-472.05
ล้านบาท
↓ 121.8% YoY
กำไรขั้นต้น
-5.51
ล้านบาท
↓ 101.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1.17
%
กำไรสุทธิ
1,344.68
ล้านบาท
↓ 1787.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-284.86
%
D/E Ratio
0.74
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-472
↓ -121.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-6
↓ -101.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,345
↓ -1787.2%
YoY
D/E Ratio
0.74
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — VIBHA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.74
ROE (%)
14.71
ROA (%)
9.49
Book Value/หุ้น
0.87
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — VIBHA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,035
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+671
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — VIBHA
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
-1,035.39
+4.33%
|
-992.44
+21.05%
|
-819.89
+24.20%
|
-660.13
+34.27%
|
-491.63
-179.97%
|
614.79
-59.73%
|
1,526.56
+27.46%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
670.68
+149.06%
|
269.28
+225.77%
|
82.66
-89.33%
|
775.05
-23.69%
|
1,015.63
-200.05%
|
-1,015.17
-67.12%
|
-3,087.83
+365.87%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-381.78
-182.74%
|
461.40
-21.19%
|
585.43
+7,854.21%
|
7.36
-101.17%
|
-626.62
-371.83%
|
230.52
-87.59%
|
1,857.01
-381.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-958.21
+266.05%
|
-261.77
+72.44%
|
-151.80
-224.14%
|
122.28
-219.13%
|
-102.64
-39.57%
|
-169.86
-157.44%
|
295.73
-335.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
373.77
-13.39%
|
431.55
-0.74%
|
434.78
-15.05%
|
511.79
+51.29%
|
338.29
-43.89%
|
602.86
+96.29%
|
307.12
-29.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
821.74
+119.85%
|
373.77
-13.39%
|
431.55
-0.74%
|
434.78
-15.05%
|
511.79
+51.29%
|
338.29
-43.89%
|
602.86
+96.29%
|