บริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
1.35
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3866 out_tok=2797 at=2026-07-26T12:20:59 -->
# VIBHA กำไร Q1/2565 พุ่ง 137% รับรายได้โต-ส่วนแบ่งกำไรบจ.ร่วมพุ่ง
## รายได้รวมโต 42.6% หนุนกำไรสุทธิก้าวกระโดด ขณะที่ต้นทุนต่อรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน) หรือ VIBHA รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 454.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 136.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้รวมที่ 42.64% รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของภาคบริการทางการแพทย์
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก volume/SSS, จำนวนลูกค้า-สาขา, utilization, ราคาขาย, ต้นทุนแรงงาน/ค่าเช่า, หรือรายได้พิเศษ
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ VIBHA ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้รวม และการพลิกกลับมามีส่วนแบ่งกำไรจำนวนมากจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นถึง 136.95% เมื่อเทียบกับปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
1. **รายได้รวมเติบโต 42.64%:** รายได้รวมอยู่ที่ 2,395.56 ล้านบาท การเติบโตนี้มาจากรายได้จากการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากโรงพยาบาลเชียงใหม่รามธุรกิจการแพทย์ ซึ่งมีสัดส่วนรายได้สูงถึง 1,308.51 ล้านบาท แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุจำนวนผู้ป่วยหรือ SSS โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้บ่งชี้ถึงปริมาณผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น หรือการใช้บริการที่มากขึ้นต่อราย (SSS) ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยังคงมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
2. **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:** ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมอยู่ที่ 88.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ขาดทุนเล็กน้อย (0.76 ล้านบาท) การเพิ่มขึ้นนี้มีสาเหตุหลักมาจากการที่บริษัท โรงพยาบาลวิภารามจำกัด มีส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 0.67 ล้านบาท เป็น 78.21 ล้านบาท และบริษัท โรงพยาบาลบางโพจำกัด ก็มีส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นเช่นกัน การที่บริษัทร่วมสามารถสร้างผลกำไรได้มากขึ้น สะท้อนถึงการดำเนินงานที่ดีขึ้นของบริษัทเหล่านั้น ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ หรือการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยเช่นกัน
3. **ต้นทุนในการรักษาพยาบาลต่อรายได้ลดลง:** แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนต้นทุนในการรักษาพยาบาลต่อรายได้จากการรักษาพยาบาลรวมลดลงจาก 75.04% ในปีก่อน เหลือ 66.66% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น นอกจากนี้ สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารต่อรายได้จากการรักษาพยาบาลรวมก็ลดลงจาก 15.11% เหลือ 11.49% การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นนี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโตได้มาก
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม**
แม้ว่าผลประกอบการในไตรมาส 1 ปี 2565 จะโดดเด่น แต่ความต่อเนื่องของผลลัพธ์นี้ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาคือ:
* **สถานการณ์ COVID-19:** การที่ผู้ป่วยจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้น หากสถานการณ์คลี่คลายลง จำนวนผู้ป่วยอาจลดลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** การที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากโรงพยาบาลวิภาราม เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ แต่ต้องประเมินว่าการดำเนินงานที่ดีขึ้นนี้จะสามารถรักษาไว้ได้ในระยะยาวหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การที่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องพิจารณาว่าเป็นการปรับปรุงที่มีความยั่งยืน หรือเป็นผลจากการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่มีผู้ป่วยมาก
โดยรวมแล้ว แม้ VIBHA จะมีผลประกอบการที่ดีในไตรมาสนี้ แต่ปัจจัยขับเคลื่อนหลักยังคงผูกกับสถานการณ์ภายนอก (COVID-19) และผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม ซึ่งยังต้องประเมินความต่อเนื่องในระยะถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 454.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 136.95% YoY:** เป็นผลจากการเติบโตของรายได้และการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น
* **รายได้รวม 2,395.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.64% YoY:** ได้รับแรงหนุนจากรายได้จากการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะจากโรงพยาบาลเชียงใหม่รามธุรกิจการแพทย์
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 88.19 ล้านบาท:** พลิกจากขาดทุนเล็กน้อยในปีก่อน เป็นกำไรจำนวนมาก โดยมีโรงพยาบาลวิภารามเป็นปัจจัยหลัก
* **สัดส่วนต้นทุนในการรักษาพยาบาลต่อรายได้ลดลง:** จาก 75.04% เหลือ 66.66% ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
* **สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารต่อรายได้ลดลง:** จาก 15.11% เหลือ 11.49% สะท้อนการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 2,395.56 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2565 เพิ่มขึ้น 42.64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้หลักมาจาก บมจ.เชียงใหม่รามธุรกิจการแพทย์ (1,308.51 ล้านบาท) และ บมจ.โรงพยาบาลวิภาวดี (1,038.94 ล้านบาท)
ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลรวมอยู่ที่ 1,507.33 ล้านบาท แม้จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน (1,105.53 ล้านบาท) แต่เมื่อเทียบกับรายได้จากการรักษาพยาบาลแล้ว สัดส่วนลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 75.04% เหลือ 66.66% ซึ่งส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น
ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารอยู่ที่ 259.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 222.67 ล้านบาท แต่สัดส่วนต่อรายได้ก็ลดลงจาก 15.11% เหลือ 11.49%
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมพลิกจากขาดทุน 0.76 ล้านบาท ในปีก่อน มาเป็นกำไร 88.19 ล้านบาทในไตรมาสนี้ โดยมีปัจจัยหลักจากการดำเนินงานที่ดีขึ้นของบริษัท โรงพยาบาลวิภารามจำกัด และบริษัท โรงพยาบาลบางโพจำกัด
ด้วยปัจจัยข้างต้น ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 454.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 136.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคบริการทางการแพทย์:** การที่ผู้ป่วยจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ปริมาณผู้ใช้บริการและรายได้ของโรงพยาบาลโดยรวมเพิ่มขึ้น
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การที่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับรายได้ที่เติบโต
* **การเติบโตของบริษัทร่วม:** การที่บริษัทร่วมสามารถสร้างผลกำไรได้มากขึ้น เป็นโอกาสในการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19:** หากสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายลง อาจส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยลดลง และกระทบต่อรายได้ของโรงพยาบาล
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล:** ธุรกิจโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลเอกชนด้วยกัน และโรงพยาบาลรัฐ
* **ต้นทุนที่อาจปรับสูงขึ้น:** ต้นทุนในการรักษาพยาบาล เช่น ค่าเวชภัณฑ์ ยา และค่าบุคลากรทางการแพทย์ อาจมีการปรับสูงขึ้นในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการรักษาพยาบาล:** โดยเฉพาะจากโรงพยาบาลเชียงใหม่รามฯ และโรงพยาบาลวิภาวดี ในไตรมาสถัดไป
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** โดยเฉพาะโรงพยาบาลวิภาราม และโรงพยาบาลบางโพ ว่าจะสามารถรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ว่าสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้จะยังคงอยู่ในระดับต่ำได้หรือไม่
* **การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ COVID-19:** และผลกระทบต่อจำนวนผู้ป่วยและการใช้บริการ
* **แผนการลงทุนหรือขยายธุรกิจ:** ของ VIBHA และบริษัทในเครือ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้:** รายได้รวม 2,395.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.64% YoY โดยรายได้หลักมาจากโรงพยาบาลเชียงใหม่รามธุรกิจการแพทย์ (1,308.51 ล้านบาท) และโรงพยาบาลวิภาวดี (1,038.94 ล้านบาท) การเติบโตนี้สะท้อนถึงปริมาณผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุน:** สัดส่วนต้นทุนในการรักษาพยาบาลต่อรายได้ลดลงจาก 75.04% เหลือ 66.66% และสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารต่อรายได้ลดลงจาก 15.11% เหลือ 11.49% ซึ่งเป็นผลดีต่ออัตรากำไร
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก (0.76) ล้านบาท เป็น 88.19 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงพยาบาลวิภาราม (78.21 ล้านบาท) และโรงพยาบาลบางโพ (11.31 ล้านบาท)
* **กำไรสุทธิ:** 454.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 136.95% YoY
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
VIBHA โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 136.95% จากการเติบโตของรายได้รวมที่ 42.64% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการให้บริการทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การพลิกกลับมามีส่วนแบ่งกำไรจำนวนมากจากบริษัทร่วม โดยเฉพาะโรงพยาบาลวิภาราม เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลกำไรให้เติบโต อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของผลประกอบการยังคงต้องจับตาปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์ COVID-19 และแนวโน้มการดำเนินงานของบริษัทร่วมในระยะถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ VIBHA ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
-472.05
ล้านบาท
↓ 121.8% YoY
กำไรขั้นต้น
-5.51
ล้านบาท
↓ 101.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1.17
%
กำไรสุทธิ
1,344.68
ล้านบาท
↓ 1787.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-284.86
%
D/E Ratio
0.74
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-472
↓ -121.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-6
↓ -101.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,345
↓ -1787.2%
YoY
D/E Ratio
0.74
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — VIBHA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.74
ROE (%)
14.71
ROA (%)
9.49
Book Value/หุ้น
0.87
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — VIBHA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,035
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+671
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — VIBHA
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
-1,035.39
+4.33%
|
-992.44
+21.05%
|
-819.89
+24.20%
|
-660.13
+34.27%
|
-491.63
-179.97%
|
614.79
-59.73%
|
1,526.56
+27.46%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
670.68
+149.06%
|
269.28
+225.77%
|
82.66
-89.33%
|
775.05
-23.69%
|
1,015.63
-200.05%
|
-1,015.17
-67.12%
|
-3,087.83
+365.87%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-381.78
-182.74%
|
461.40
-21.19%
|
585.43
+7,854.21%
|
7.36
-101.17%
|
-626.62
-371.83%
|
230.52
-87.59%
|
1,857.01
-381.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-958.21
+266.05%
|
-261.77
+72.44%
|
-151.80
-224.14%
|
122.28
-219.13%
|
-102.64
-39.57%
|
-169.86
-157.44%
|
295.73
-335.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
373.77
-13.39%
|
431.55
-0.74%
|
434.78
-15.05%
|
511.79
+51.29%
|
338.29
-43.89%
|
602.86
+96.29%
|
307.12
-29.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
821.74
+119.85%
|
373.77
-13.39%
|
431.55
-0.74%
|
434.78
-15.05%
|
511.79
+51.29%
|
338.29
-43.89%
|
602.86
+96.29%
|