UPOIC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
UPOIC
บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
6.80
+0.05 (+0.74%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจากรายได้ เพิ่มขึ้น 265.35 ล้านบาท +120.58% สาเหตุหลักมาจากราคาขายถัวเฉลี่ยต่อหน่วยน้ํามันปาล์มดิบ และน้ํามันเมล็ดในปาล์มปรับตัวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 64.6 และ ร้อยละ 87.3 ตามลําดับ อีกทั้งปริมาณการขายน้ํามันปาล์ม ดิบ และน้ํามันเมล็ดในปาล์มปรับตัวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 22.3 และ ร้อยละ 224.0 ตามลําดับ ส่งผลให้รายได้จากการขาย เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ในไตรมาส 2/2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีผลกําไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเมื่อ เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 95.8 ล้านบาท หรือร้อยละ 174.3 นอกจากนี้บริษัทบันทึกขาดทุนจากการ เปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ชีวภาพ เนื่องจากการใช้มาตรฐานการบัญชีฉบับที่4 1 เรื่องเกษตรกรรม และแนวปฏิบัติทางบัญชีสําหรับการวัดมูลค่าและรับรู้รายการของพืชเพื่อการให้ผลิตผลเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการ ขายและบริหารเพิ่มขึ้น ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ส่งผลให้กําไรสุทธิหลังหักภาษีของบริษัทและบริษัทย่อยเพิ่มขึ้น 79.2 ล้านบาท (ไตรมาส 2/2563: กําไรสุทธิหลังหักภาษีสําหรับงวด 15.9 ล้านบาท)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7588 out_tok=2700 at=2026-07-26T11:53:58 --> # UPOIC ปี 2564 กำไรสุทธิวูบ 19.4% รับผลกระทบเศรษฐกิจ-ต้นทุนการเงินพุ่ง ## รายได้รวมหดตัว 3.5% แต่ธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีกยังเติบโตได้ดี หลังรวมงบฯ แม็คโคร-โลตัสส์ บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ UPOIC รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 12,985 ล้านบาท ลดลง 19.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 7.5% เป็น 587,597 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากผลกระทบเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง และการบันทึกต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อธุรกิจโลตัสส์ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะแม็คโคร ยังคงรักษาการเติบโตได้ดี ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ UPOIC ในปี 2564 ลดลง 19.4% มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1) **ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลง** ส่งผลให้ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ซึ่งเป็นธุรกิจหลักมีรายได้จากการขายและบริการลดลง 3.5% และยอดขายเฉลี่ยต่อร้านเดิมลดลง 6.7% และ 2) **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น** จากการเข้าซื้อธุรกิจโลตัสส์ตั้งแต่ปลายปี 2563 และการออกหุ้นกู้เพื่อชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น **ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อ:** สถานการณ์ COVID-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมผู้บริโภค ทำให้จำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการร้านสะดวกซื้อลดลง และจำนวนชั่วโมงในการเปิดให้บริการน้อยลง แม้บริษัทฯ จะปรับกลยุทธ์ด้านสินค้าและบริการ รวมถึงกลยุทธ์ O2O (Online to Offline) เพื่อรักษาฐานลูกค้าและขยายฐานลูกค้าใหม่ แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้ทั้งหมด นอกจากนี้ สัดส่วนกำไรขั้นต้นของธุรกิจร้านสะดวกซื้อลดลงเล็กน้อยจาก 27.8% เป็น 27.4% เนื่องจากสัดส่วนรายได้สินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงลดลง และการประหยัดต่อขนาดที่ศูนย์กระจายสินค้าลดลง **ปัจจัยด้านต้นทุนทางการเงิน:** การเข้าซื้อธุรกิจโลตัสส์ส่งผลให้บริษัทฯ มีภาระต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะดอกเบี้ยจ่าย นอกจากนี้ บริษัทยังมีการออกหุ้นกู้เพื่อชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินก่อนครบกำหนด ซึ่งอาจมีผลต่อต้นทุนทางการเงินในระยะสั้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องติดตาม:** ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อเนื่องในปี 2565 โดยบริษัทฯ คาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของรายได้จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ซึ่งยังคงต้องจับตาปัจจัยต่างๆ เช่น อัตราเงินเฟ้อ ราคาวัตถุดิบ และราคาพลังงาน ส่วนต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อธุรกิจโลตัสส์นั้น เป็นผลจากการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลต่อผลประกอบการในระยะสั้น แต่หากการรวมธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะสร้างการเติบโตในอนาคตได้ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 19.4%** อยู่ที่ 12,985 ล้านบาท จากผลกระทบเศรษฐกิจและต้นทุนทางการเงิน * **รายได้รวมปี 2564 เพิ่มขึ้น 7.5%** เป็น 587,597 ล้านบาท โดยธุรกิจร้านสะดวกซื้อลดลง 3.5% แต่ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก (แม็คโคร) เติบโตได้ดี * **ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ขยายสาขา 702 สาขา** รวมเป็น 13,134 สาขา ณ สิ้นปี 2564 * **ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค (แม็คโคร) มีกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเพิ่มขึ้น 3.4%** จากการรวมธุรกิจโลตัสส์และควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี * **คาดการณ์ปี 2565 ขยายสาขา 7-Eleven อีก 700 สาขา** และตั้งเป้าขยายอัตรากำไรขั้นต้นให้ต่อเนื่อง ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2564 UPOIC มีรายได้รวม 587,597 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% จากปีก่อน โดยรายได้จากการขายสินค้าและบริการอยู่ที่ 565,207 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% จากการปรับกลยุทธ์สินค้าและบริการ รวมถึงกลยุทธ์ O2O เพื่อรับมือกับสถานการณ์ COVID-19 และได้เปรียบจากฐานรายได้ที่ต่ำในปีก่อน อย่างไรก็ตาม รายได้รวมยังคงได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อลดลง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป กำไรขั้นต้นจากการขายและบริการอยู่ที่ 120,369 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% จากปีก่อน แต่เมื่อคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 21.9% เป็น 21.3% เนื่องจากสัดส่วนกำไรขั้นต้นของกลุ่มธุรกิจที่มีอัตรากำไรต่ำเพิ่มขึ้น ต้นทุนในการจัดจำหน่าย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และค่าใช้จ่ายอื่น เพิ่มขึ้น 15.0% เป็น 124,026 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการบันทึกการด้อยค่าของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน 7,159 ล้านบาท และการรวมธุรกิจของบริษัทย่อย ส่งผลให้กำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 34.7% มาอยู่ที่ 12,577 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 19.4% มาอยู่ที่ 12,985 ล้านบาท โดยมีกำไรต่อหุ้นเท่ากับ 1.33 บาท ## โอกาส * **การขยายเครือข่ายร้านสาขา 7-Eleven อย่างต่อเนื่อง:** บริษัทฯ วางแผนขยายสาขาใหม่ประมาณ 700 สาขาในปี 2565 เพื่อเข้าถึงความต้องการของลูกค้าในทุกชุมชน และรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ปรับเข้าสู่วิถีชีวิตใหม่ * **การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายสินค้าและบริการ:** การพัฒนาระบบ O2O ทั้งแพลตฟอร์มออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึง 7-delivery, ALL Online และ ShopAt24 จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าและสร้างการเติบโตของรายได้ * **การเติบโตของธุรกิจค้าส่งค้าปลีก:** การรวมธุรกิจแม็คโครและโลตัสส์เข้ามาเป็นบริษัทย่อย จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและสร้างการเติบโตให้กับกลุ่มธุรกิจนี้ * **การพัฒนาสินค้าและบริการ:** การมุ่งเน้นพัฒนาสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และเพิ่มเมนูใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการผลักดันสัดส่วนสินค้าที่มีกำไรขั้นต้นสูง จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น ## ความเสี่ยง * **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อผู้บริโภค:** เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และยอดขายของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ * **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจค้าปลีกอาจส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร * **ต้นทุนทางการเงิน:** การมีภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อธุรกิจโลตัสส์และภาระหนี้สินอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไร * **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่รวดเร็ว อาจทำให้บริษัทฯ ต้องปรับกลยุทธ์และต้นทุนในการดำเนินงาน * **มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19:** หากมีการกลับมาตรการที่เข้มงวด อาจส่งผลกระทบต่อจำนวนลูกค้าและการดำเนินงาน ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการฟื้นตัวของกำลังซื้อผู้บริโภค:** จะส่งผลโดยตรงต่อยอดขายของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ * **ประสิทธิภาพในการรวมธุรกิจแม็คโครและโลตัสส์:** การผนึกกำลังจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและสร้างการเติบโตได้มากน้อยเพียงใด * **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนดอกเบี้ยให้มีประสิทธิภาพ * **ความสำเร็จของกลยุทธ์ O2O และช่องทางออนไลน์:** จะสามารถสร้างรายได้และชดเชยผลกระทบจากยอดขายหน้าร้านได้มากน้อยเพียงใด * **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร:** ท่ามกลางการขยายสาขาและการลงทุนใหม่ๆ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) **กลุ่มธุรกิจร้านสะดวกซื้อ:** แม้รายได้รวมจะลดลง 3.5% แต่บริษัทฯ ยังคงขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง 702 สาขาในปี 2564 รวมเป็น 13,134 สาขา โดยสัดส่วนรายได้จากอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นเป็น 73.7% สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เน้นความสะดวกและรวดเร็ว การปรับกลยุทธ์ O2O และช่องทางออนไลน์ได้รับการตอบรับที่ดี แต่กำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 27.8% เป็น 27.4% **กลุ่มธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค:** มีกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเพิ่มขึ้น 3.4% จากการรวมธุรกิจโลตัสส์เข้ามาเป็นบริษัทย่อย และการเติบโตของแม็คโคร รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี **กลุ่มธุรกิจอื่น:** มีกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีลดลง 26.2% จากการประหยัดจากขนาดลดลงและค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มในการรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.90 เท่า ลดลงจาก 1.62 เท่าในปี 2563 เนื่องจากส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม บริษัทฯ ยังคงปฏิบัติตามข้อกำหนดสิทธิผู้ออกหุ้นกู้ โดยดำรงอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้นไม่เกิน 2:1 ## สรุปท้าย UPOIC ในปี 2564 เผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง อย่างไรก็ตาม การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องของ 7-Eleven และการเติบโตของธุรกิจค้าส่งค้าปลีกหลังการรวมโลตัสส์ เป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาช่องทาง O2O และสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยต้องติดตามแนวโน้มการฟื้นตัวของกำลังซื้อและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิดในปี 2565
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UPOIC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
301.32 ล้านบาท
↑ 66.2% YoY
กำไรขั้นต้น
31.14 ล้านบาท
↑ 199.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.33 %
กำไรสุทธิ
89.81 ล้านบาท
↑ 89.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
29.81 %
D/E Ratio
0.13
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
301
↑ + 66.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
31
↑ + 199.7% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
90
↑ + 89.8% YoY
D/E Ratio
0.13

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UPOIC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
301.32
+66.16%
181.34
-48.82%
354.32
-30.66%
511.00
-41.16%
868.50
+236.97%
257.74
+73.98%
กำไรขั้นต้น
31.14
+199.73%
10.39
-75.44%
42.29
+863.95%
-5.54
-104.89%
113.21
+212.44%
36.23
+45.97%
ค่าใช้จ่ายรวม
25.49
+0.22%
25.43
-11.96%
28.88
+21.04%
23.86
+140.48%
9.92
-35.41%
15.36
-31.65%
กำไรสุทธิ
89.81
+89.78%
47.33
-45.06%
86.14
-4.84%
90.52
-17.83%
110.16
+44.18%
76.40
+457.20%
กำไรต่อหุ้น
0.28
+89.73%
0.15
-45.11%
0.27
-4.66%
0.28
-17.94%
0.34
+44.07%
0.24
+461.90%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
10.33
+80.28%
5.73
-52.01%
11.94
+1,205.56%
-1.08
-108.29%
13.03
-7.33%
14.06
-16.11%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
8.46
-39.66%
14.02
+72.02%
8.15
+74.52%
4.67
+309.65%
1.14
-80.87%
5.96
-60.71%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
29.81
+14.21%
26.10
+7.36%
24.31
+37.27%
17.71
+39.67%
12.68
-57.22%
29.64
+220.09%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-0.64
-100.30%
209.96
-15.18%
247.54
-82.33%
1,400.95
-28.89%
1,970.01
+104.94%
961.27
+3,678.82%
ROE(%)
12.82
+27.44%
10.06
-22.91%
13.05
-40.17%
21.81
-10.69%
24.42
+110.34%
11.61
-10.69%
ROA(%)
14.32
+27.86%
11.20
-16.23%
13.37
-39.50%
22.10
+0.59%
21.97
+89.56%
11.59
-20.67%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.13
+85.71%
0.07
-56.25%
0.16
+6.67%
0.15
-46.43%
0.28
-9.68%
0.31
+287.50%
P/E
12.03
+19.82%
10.04
+3.08%
9.74
+53.39%
6.35
-17.64%
7.71
-65.14%
22.12
P/BV
1.27
+0.79%
1.26
-6.67%
1.35
-8.78%
1.48
-10.84%
1.66
+27.69%
1.30
+15.04%
BV
5.16
+4.24%
4.95
+6.91%
4.63
+4.04%
4.45
+13.81%
3.91
+19.57%
3.27
+5.14%
YIELD(%)
5.04
+5.00%
4.80
-33.33%
7.20
-5.01%
7.58
+146.10%
3.08
+422.03%
0.59
-74.24%
ราคาหุ้น
6.55
+4.80%
6.25
6.25
-5.30%
6.60
+1.54%
6.50
+52.58%
4.26
+21.71%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.13
ROE (%)
12.82
ROA (%)
14.32
Book Value/หุ้น
5.33

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UPOIC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
607.87
+3.34%
590.57
+0.20%
588.44
+3.05%
571.02
-9.06%
627.89
+96.74%
319.14
+34.03%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
1,381.64
+16.46%
1,183.99
-5.53%
1,254.29
+5.03%
1,194.17
+4.90%
1,138.43
-2.32%
1,165.52
+5.76%
รวมสินทรัพย์
1,989.52
+12.11%
1,774.56
-3.70%
1,842.73
+4.39%
1,765.19
-0.06%
1,766.32
+18.97%
1,484.66
+10.78%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
61.16
+20.99%
50.55
-71.41%
176.82
+43.94%
122.84
-47.51%
234.02
-18.15%
285.91
-5.17%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
165.25
+126.76%
72.88
-9.36%
80.40
-26.86%
109.92
-29.14%
155.12
+143.98%
63.58
+232.73%
รวมหนี้สิน
226.41
+83.44%
123.42
-52.02%
257.22
+10.51%
232.76
-40.19%
389.15
+11.35%
349.49
+9.01%
รวมส่วนของเจ้าของ
1,763.11
+6.78%
1,651.13
+4.14%
1,585.51
+3.46%
1,532.43
+11.27%
1,377.18
+21.32%
1,135.17
+11.34%
D/E
0.13
0.07
0.16
0.15
0.28
0.31
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
12.82
10.06
13.05
21.81
24.42
11.61
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
14.32
11.20
13.37
22.10
21.97
11.59
อัตราส่วนสภาพคล่อง
9.94
11.68
3.33
4.65
2.68
0.78
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.44
3.17
1.08
1.12
1.11
0.27
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
4.20
11.29
0.00
0.00
23.36
13.65
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
63.47
54.18
0.00
0.00
39.24
49.66
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
7.24
8.07
0.00
0.00
5.82
9.96
วงจรเงินสด
60.43
57.41
0.00
0.00
56.79
53.34
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+98
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UPOIC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
3.82
-101.38%
-277.46
+100.30%
-138.52
-75.63%
-568.31
-430.49%
171.96
+33.41%
128.90
+157.95%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
98.07
-380.84%
-34.92
+375.10%
-7.35
-112.76%
57.61
+1,130.98%
4.68
-106.53%
-71.67
+131.57%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-49.67
-117.29%
287.33
+48.48%
193.52
-51.66%
400.36
-310.49%
-190.20
+395.44%
-38.39
+83.51%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
52.22
-308.30%
-25.07
-152.62%
47.64
-143.18%
-110.34
+713.12%
-13.57
-172.03%
18.84
-1,091.58%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
124.33
+4.54%
118.93
+19.00%
99.94
+204.88%
32.78
-17.72%
39.84
+89.71%
21.00
-8.30%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
78.54
-38.01%
126.69
+6.52%
118.93
+19.00%
99.94
+204.88%
32.78
-17.72%
39.84
+89.71%