บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
6.80
+0.05 (+0.74%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจากรายได้ เพิ่มขึ้น 265.35 ล้านบาท +120.58% สาเหตุหลักมาจากราคาขายถัวเฉลี่ยต่อหน่วยน้ํามันปาล์มดิบ และน้ํามันเมล็ดในปาล์มปรับตัวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 64.6 และ ร้อยละ 87.3 ตามลําดับ
อีกทั้งปริมาณการขายน้ํามันปาล์ม ดิบ และน้ํามันเมล็ดในปาล์มปรับตัวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 22.3 และ ร้อยละ 224.0 ตามลําดับ ส่งผลให้รายได้จากการขาย เพิ่มสูงขึ้น
ส่งผลให้ในไตรมาส 2/2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีผลกําไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเมื่อ เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 95.8 ล้านบาท หรือร้อยละ 174.3 นอกจากนี้บริษัทบันทึกขาดทุนจากการ เปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ชีวภาพ เนื่องจากการใช้มาตรฐานการบัญชีฉบับที่4 1 เรื่องเกษตรกรรม และแนวปฏิบัติทางบัญชีสําหรับการวัดมูลค่าและรับรู้รายการของพืชเพื่อการให้ผลิตผลเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการ ขายและบริหารเพิ่มขึ้น ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ส่งผลให้กําไรสุทธิหลังหักภาษีของบริษัทและบริษัทย่อยเพิ่มขึ้น 79.2 ล้านบาท (ไตรมาส 2/2563: กําไรสุทธิหลังหักภาษีสําหรับงวด 15.9 ล้านบาท)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3877 out_tok=2675 at=2026-07-26T11:37:23 -->
# UPOIC กำไร Q2/2565 โต 1.3% รับราคาขายน้ำมันปาล์มพุ่ง แม้ปริมาณขายลด
## รายได้รวม 662.6 ล้านบาท เพิ่ม 36.5% แต่กำไรสุทธิ 96.3 ล้านบาท โตเพียง 1.3% หลังต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูง
บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ UPOIC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 662.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยน้ำมันปาล์มดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 96.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 1.3% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ UPOIC ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาขายเฉลี่ยน้ำมันปาล์มดิบ** ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากปริมาณการขายที่ลดลงเล็กน้อยและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้บางส่วน ส่งผลให้รายได้รวมเติบโตโดดเด่นถึง 36.5% แต่กำไรสุทธิกลับเพิ่มขึ้นเพียง 1.3% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นกว่า 73.2% กดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างหนัก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ราคาขายเฉลี่ยน้ำมันปาล์มดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น 65.6% เป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกหลายประการ ได้แก่ สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ส่งผลกระทบต่ออุปทานสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก และการขาดแคลนแรงงานในประเทศมาเลเซียซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ราคาตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายในไตรมาส 2 ปี 2565 เพิ่มขึ้นถึง 63.1% โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบโดยเฉลี่ยที่สูงขึ้นถึง 73.2% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากราคาตลาดโลกที่สูงขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังบันทึกขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ชีวภาพ 11.8 ล้านบาท ซึ่งต่างจากปีก่อนที่บันทึกขาดทุน 44.0 ล้านบาท แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะลดลงเล็กน้อย 2.2 ล้านบาทจากการลดลงของค่าขนส่งตามปริมาณขายที่ลดลง และส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 14.6 ล้านบาท แต่ผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นก็ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 22.4%
แม้ว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.3% เป็น 96.3 ล้านบาท แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 22.1 ล้านบาท ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อกำไรสุทธิหลังหักภาษี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคาขายน้ำมันปาล์มดิบในปัจจุบัน เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน และการขาดแคลนแรงงานในมาเลเซีย ยังคงเป็นปัจจัยที่มีความไม่แน่นอนสูง และอาจส่งผลกระทบต่อราคาต่อไปในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นความเสี่ยงที่ฝ่ายจัดการต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด การเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ชีวภาพ และผลกระทบจากฤดูกาลผลิตน้ำมันปาล์ม อาจส่งผลต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2565 เติบโต 36.5% YoY** แตะ 662.6 ล้านบาท จากราคาขายน้ำมันปาล์มดิบที่สูงขึ้น 65.6%
* **กำไรสุทธิ Q2/2565 เพิ่มขึ้น 1.3% YoY** อยู่ที่ 96.3 ล้านบาท แม้รายได้โต แต่ถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูง
* **ต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยสูงขึ้น 73.2%** เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 22.4%
* **ปริมาณการขายน้ำมันปาล์มดิบลดลง 1.3%** สอดคล้องกับปริมาณการผลิตที่อาจได้รับผลกระทบ
* **ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์ชีวภาพลดลง** จาก 44.0 ล้านบาท เหลือ 11.8 ล้านบาท ช่วยหนุนกำไรสุทธิบางส่วน
* **ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 14.6 ล้านบาท**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 662.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 177.2 ล้านบาท หรือ 36.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการที่ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยน้ำมันปาล์มดิบปรับตัวสูงขึ้นถึง 65.6% แม้ว่าปริมาณการขายน้ำมันปาล์มดิบจะลดลงเล็กน้อยที่ 1.3% ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 211.0 ล้านบาท หรือ 63.1% โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบโดยเฉลี่ยที่สูงขึ้นถึง 73.2% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 33.8 ล้านบาท หรือ 22.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน
แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากการบันทึกขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ชีวภาพที่ลดลง (จากขาดทุน 44.0 ล้านบาท เหลือ 11.8 ล้านบาท) และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงเล็กน้อย 2.2 ล้านบาท รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้น 14.6 ล้านบาท แต่ผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นก็ยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลัก
เมื่อรวมผลกระทบทั้งหมด ทำให้กำไรสุทธิหลังหักภาษีของบริษัทและบริษัทย่อยสำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 96.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 1.2 ล้านบาท หรือ 1.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 95.1 ล้านบาท
## โอกาส
* **ราคาขายน้ำมันปาล์มดิบที่ยังคงอยู่ในระดับสูง:** หากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อราคา เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน และปัญหาขาดแคลนแรงงานในมาเลเซีย ยังคงอยู่ จะเป็นปัจจัยหนุนราคาขายต่อไป
* **ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้น:** การเติบโตของธุรกิจร่วมค้าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการโดยรวม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** หากบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรได้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจกดดันอัตรากำไรในอนาคต
* **ความไม่แน่นอนของปัจจัยภายนอก:** สถานการณ์สงครามและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานและราคาของสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก
* **การขาดแคลนแรงงาน:** ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน โดยเฉพาะในประเทศมาเลเซีย อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตและต้นทุน
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่การส่งออกอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
* **ฤดูกาลผลิต:** ธุรกิจน้ำมันปาล์มมีความเกี่ยวข้องกับฤดูกาลผลิต ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณผลผลิตและราคาในแต่ละช่วงเวลา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาขายน้ำมันปาล์มดิบ:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาตลาดโลกและปัจจัยที่มีอิทธิพล
* **ต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต:** การบริหารจัดการต้นทุนของฝ่ายจัดการจะเป็นกุญแจสำคัญ
* **ปริมาณการผลิตและปริมาณการขาย:** การฟื้นตัวของปริมาณการขายและผลิตจะเป็นสัญญาณบวก
* **สถานการณ์การขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรม:** ผลกระทบต่ออุปทานและต้นทุนการผลิต
* **ผลประกอบการของธุรกิจร่วมค้า:** การเติบโตต่อเนื่องจะช่วยหนุนผลประกอบการโดยรวม
* **การเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ชีวภาพ:** ผลกระทบต่อกำไรในแต่ละไตรมาส
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายเฉลี่ยน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้น 65.6% เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก
* **Volume:** ปริมาณการขายน้ำมันปาล์มดิบลดลงเล็กน้อย 1.3%
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 22.4% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น 73.2%
* **ช่องทางขาย:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดช่องทางขาย แต่การลดลงของปริมาณขายอาจบ่งชี้ถึงความท้าทายในการระบายสินค้า
* **สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลสต็อกสินค้า
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ไม่ได้ระบุรายละเอียด แต่ราคาตลาดโลกที่สูงขึ้นอาจมีผลต่อการส่งออก
* **ฤดูกาลผลิต:** มีการกล่าวถึงการใช้มาตรฐานการบัญชีที่เกี่ยวข้องกับพืชเพื่อการให้ผลิตผล ซึ่งบ่งชี้ถึงความสำคัญของฤดูกาลผลิต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
UPOIC ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับสถานการณ์ที่รายได้เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 36.5% จากราคาขายน้ำมันปาล์มดิบที่พุ่งสูงขึ้นจากปัจจัยภายนอก แต่กำไรสุทธิกลับเพิ่มขึ้นเพียง 1.3% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 73.2% ได้กดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างหนัก แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้น แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและปัจจัยภายนอกยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UPOIC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
301.32
ล้านบาท
↑ 66.2% YoY
กำไรขั้นต้น
31.14
ล้านบาท
↑ 199.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.33
%
กำไรสุทธิ
89.81
ล้านบาท
↑ 89.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
29.81
%
D/E Ratio
0.13
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
301
↑ + 66.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
31
↑ + 199.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
90
↑ + 89.8%
YoY
D/E Ratio
0.13
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UPOIC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.13
ROE (%)
12.82
ROA (%)
14.32
Book Value/หุ้น
5.33
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UPOIC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+98
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UPOIC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
3.82
-101.38%
|
-277.46
+100.30%
|
-138.52
-75.63%
|
-568.31
-430.49%
|
171.96
+33.41%
|
128.90
+157.95%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
98.07
-380.84%
|
-34.92
+375.10%
|
-7.35
-112.76%
|
57.61
+1,130.98%
|
4.68
-106.53%
|
-71.67
+131.57%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-49.67
-117.29%
|
287.33
+48.48%
|
193.52
-51.66%
|
400.36
-310.49%
|
-190.20
+395.44%
|
-38.39
+83.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
52.22
-308.30%
|
-25.07
-152.62%
|
47.64
-143.18%
|
-110.34
+713.12%
|
-13.57
-172.03%
|
18.84
-1,091.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
124.33
+4.54%
|
118.93
+19.00%
|
99.94
+204.88%
|
32.78
-17.72%
|
39.84
+89.71%
|
21.00
-8.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
78.54
-38.01%
|
126.69
+6.52%
|
118.93
+19.00%
|
99.94
+204.88%
|
32.78
-17.72%
|
39.84
+89.71%
|