บริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.57
+0.01 (+1.79%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3482 out_tok=2079 at=2026-07-26T11:36:49 -->
# UMS พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/65 รับราคาเหล็กโลกพุ่ง แต่กำไรขั้นต้นหดหนัก
## รายได้รวมโต 6.39% รับราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนสินค้าคงคลังกดดันอัตรากำไรขั้นต้นติดลบ
บริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน) หรือ UMS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 95.38 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 267.39 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายและบริการจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.39% เป็น 2,516.08 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามราคาเหล็กโลก แต่การบันทึกรายการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือเป็นจำนวนมากส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ UMS พลิกจากบวกเป็นลบในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การบันทึกรายการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือเป็นมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Net Realizable Value - NRV) เป็นจำนวน 177.63 ล้านบาท** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ติดลบถึง 0.33% เทียบกับปีก่อนที่ทำได้ถึง 18.71%
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของ UMS หดตัวอย่างรุนแรงจนพลิกเป็นขาดทุนสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ (Inventory Write-down)** เป็นจำนวน 177.63 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่กระทบต้นทุนขายโดยตรง ทำให้จากเดิมที่เคยมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 18.71% ในปีก่อน กลับกลายเป็นติดลบ 0.33% ในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุของการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือเกิดจากการที่ **ราคาเหล็กในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงและรวดเร็วในช่วงกลางไตรมาสสอง** อันเป็นผลมาจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ทำให้มูลค่าของสินค้าคงเหลือที่บริษัทมีอยู่ ณ สิ้นไตรมาส มีมูลค่าต่ำกว่าราคาที่คาดว่าจะขายได้ในอนาคต จึงต้องมีการตั้งสำรองส่วนต่างนี้ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่ารายได้จากการขายจะยังคงเติบโตได้ 6.39% เป็น 2,516.08 ล้านบาทก็ตาม โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามราคาเหล็กโลกที่ปรับตัวขึ้นในช่วงต้นไตรมาส จากผลกระทบของสงครามยูเครน-รัสเซียและการลดกำลังการผลิตของจีน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากเอกสารระบุว่าการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือนี้เป็นผลมาจาก **"ราคาเหล็กเริ่มปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงและรวดเร็ว"** ซึ่งเป็นเหตุการณ์เฉพาะในช่วงกลางไตรมาสสอง และเกิดจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ หากแนวโน้มราคาเหล็กโลกกลับมามีเสถียรภาพหรือปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง รายการปรับลดมูลค่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและราคาเหล็กอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 95.38 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 267.39 ล้านบาทในปีก่อน (-135.67%)
* **รายได้จากการขายและบริการ 2,516.08 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 6.39% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ 0.33%:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 18.71% ในปีก่อน
* **รายการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ 177.63 ล้านบาท:** เป็นสาเหตุหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง:** สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน) หรือ UMS ในไตรมาส 2 ปี 2565 มีผลประกอบการที่น่าผิดหวัง โดยพลิกขาดทุนสุทธิ 95.38 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 267.39 ล้านบาทในปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะยังคงเติบโตได้ 6.39% เป็น 2,516.08 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามราคาเหล็กในตลาดโลก แต่การตั้งสำรองมูลค่าสินค้าคงเหลือจำนวนมากถึง 177.63 ล้านบาท เนื่องจากราคาเหล็กโลกปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงกลางไตรมาส ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นติดลบที่ 0.33% จากเดิมที่เคยทำได้ถึง 18.71% ในปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังคงมีการบริหารจัดการที่ดีและลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **ราคาเหล็กโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น:** หากราคาเหล็กโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดผลกระทบจากการตั้งสำรองมูลค่าสินค้าคงเหลือ และอาจส่งผลดีต่ออัตรากำไรในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเหล็กโลก:** ราคาเหล็กเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการของ UMS ความผันผวนของราคาอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ อัตรากำไร และมูลค่าสินค้าคงเหลือ
* **ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก:** ความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจถดถอยอาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ของสินค้าเหล็ก และกดดันราคาให้ปรับลดลง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นอาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาเหล็กโลกในไตรมาสถัดไป
* ผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจถดถอยต่ออุปสงค์เหล็ก
* การบริหารจัดการมูลค่าสินค้าคงเหลือ และความเป็นไปได้ในการตั้งสำรองเพิ่มเติม
* การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน
* ทิศทางของอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3 ปี 2565
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในฐานะผู้ประกอบการในกลุ่มทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เหล็ก UMS ได้รับผลกระทบโดยตรงจากความผันผวนของราคา commodity อย่างเหล็กโลก โดยในไตรมาส 2 ปี 2565 แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาเหล็กโลกที่ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และการลดกำลังการผลิตในจีน ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการเติบโตขึ้น แต่ปัจจัยลบที่สำคัญคือการปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วของราคาเหล็กในช่วงกลางไตรมาส ซึ่งทำให้บริษัทต้องบันทึกรายการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือเป็นจำนวนมากถึง 177.63 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นติดลบอย่างมีนัยสำคัญ การบริหารจัดการสต็อกสินค้าคงเหลือจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเผชิญกับความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์และราคาในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด)
## สรุปท้าย
ผลประกอบการ UMS ในไตรมาส 2 ปี 2565 สะท้อนถึงความท้าทายจากความผันผวนของราคา commodity โดยเฉพาะเหล็กโลก แม้รายได้จะเติบโตได้จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น แต่การปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือจำนวนมากได้กดดันอัตรากำไรขั้นต้นจนพลิกเป็นขาดทุนสุทธิ การบริหารจัดการสต็อกสินค้าคงเหลือและติดตามแนวโน้มราคาเหล็กโลก รวมถึงปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย จะเป็นกุญแจสำคัญในการประเมินทิศทางผลประกอบการของบริษัทในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UMS ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
40.35
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
กำไรขั้นต้น
-15.34
ล้านบาท
↓ 595.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-38.02
%
กำไรสุทธิ
-68.15
ล้านบาท
↑ 183.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-168.89
%
D/E Ratio
0.61
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
40
↑ + 2.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-15
↓ -595.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-68
↑ + 183.3%
YoY
D/E Ratio
0.61
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UMS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.61
ROE (%)
22.74
ROA (%)
12.02
Book Value/หุ้น
0.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UMS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-15
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-584
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UMS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-15.30
-137.20%
|
41.13
+44.93%
|
28.38
-78.85%
|
134.17
+651.65%
|
17.85
-675.81%
|
-3.10
-110.50%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-583.78
-1,228.95%
|
51.71
-57.65%
|
122.11
+67.78%
|
72.78
-634.36%
|
-13.62
+97.11%
|
-6.91
-32.06%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-157.71
-2,073.84%
|
7.99
-107.98%
|
-100.16
-52.88%
|
-212.55
-147.86%
|
444.07
+105.89%
|
215.68
-216.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-756.80
-856.20%
|
100.08
+98.85%
|
50.33
-1,000.36%
|
-5.59
-101.25%
|
448.29
+117.97%
|
205.67
-223.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
129.28
-40.16%
|
216.05
+522.26%
|
34.72
+59.71%
|
21.74
-91.18%
|
246.51
+503.60%
|
40.84
-80.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
300.52
+132.46%
|
129.28
-40.16%
|
216.05
+522.26%
|
34.72
+59.71%
|
21.74
-91.18%
|
246.51
+503.60%
|