บริษัทไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
1.69
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4515 out_tok=2273 at=2026-07-26T11:47:55 -->
# TYCN กำไรสุทธิปี 2565 หดตัว 57% สู่ 162 ล้านบาท ต้นทุนพุ่งกดดัน GPM
## รายได้รวมเพิ่ม 3.6% แต่ต้นทุนขายพุ่ง 9.96% ฉุดกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท ไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TYCN รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 162 ล้านบาท ลดลง 215 ล้านบาท หรือ 57.11% เมื่อเทียบกับ 377 ล้านบาทในปี 2564 แม้รายได้รวมจะปรับเพิ่มขึ้น 3.60% สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรขั้นต้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ TYCN ในปี 2565 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ และการลดลงของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** โดยกำไรสุทธิลดลง 57.11% จาก 377 ล้านบาท เป็น 162 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้น 3.36%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในปี 2565** ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ **ราคาวัตถุดิบที่ยังคงสูงและราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น** ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นในปี 2565 อยู่ที่ 6.51% ลดลงจาก 12.13% ในปี 2564 แม้ว่าราคาขายต่อหน่วยจะลดลงในไตรมาส 3 ปี 2565 แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อกำไร เช่น:
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น** จากค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการส่งออกที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการขาย
* **การโอนกลับรายการสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง** เนื่องจากลูกหนี้ในประเทศส่วนใหญ่ต้องซื้อประกันลูกหนี้หรือให้หนังสือค้ำประกัน
* **ขาดทุนจากสัญญาซื้อวัตถุดิบ (โอนกลับรายการ) เพิ่มขึ้น** เนื่องจากราคาวัตถุดิบลดลง
* **ขาดทุนจากการดอยค่าของสินทรัพย์ที่ไม่ใช่สินทรัพย์ทางการเงิน (โอนกลับรายการ) ลดลง** เนื่องจากปี 2564 มีการบันทึกการด้อยค่าของสินทรัพย์ถาวร
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง** จากการขาดทุนจากการประเมินค่าเงินบาทลดลง
* **ขาดทุนจากการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนลดลง** เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทร่วม
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง** เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทร่วม
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น** จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น** จากกำไรที่เพิ่มขึ้นในปี 2565
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ว่าปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ แต่การที่ต้นทุนวัตถุดิบและราคาพลังงานยังคงเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะสั้น การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทร่วมและการบันทึกรายการพิเศษต่างๆ เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในปี 2565 แต่ไม่น่าจะเกิดขึ้นซ้ำในปีถัดไป อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 57.11%** อยู่ที่ 162 ล้านบาท จาก 377 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 3.36%** เป็นผลจากอุปสงค์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์เหล็กเพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 9.96%** เป็นผลหลักจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง** จาก 12.13% ในปี 2564 เป็น 6.51% ในปี 2565 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบคงคลังสูงและราคาพลังงานเพิ่มขึ้น
* **มีรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อกำไร** เช่น การโอนกลับรายการสำรองผลขาดทุนฯ, ขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ฯ, ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน, และการเปลี่ยนแปลงสถานะเงินลงทุนในบริษัทร่วม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 TYCN มีรายได้จากการขาย 9,324 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.36% จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนจากอุปสงค์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์เหล็กปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 9.96% เป็น 8,740 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาวัตถุดิบและราคาพลังงานที่สูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 12.13% ในปี 2564 เหลือเพียง 6.51% ในปี 2565 เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น และรายการอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อกำไร ทำให้กำไรสุทธิในปี 2565 อยู่ที่ 162 ล้านบาท ลดลง 57.11% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **อุปสงค์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น** เป็นปัจจัยหนุนหลักต่อปริมาณการขายผลิตภัณฑ์เหล็ก
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น** จากกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ถาวร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและราคาพลังงาน** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
* **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน** จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
* **ความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกหนี้** ที่อาจต้องมีการตั้งสำรองเพิ่ม
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน** แม้จะลดลงในปี 2565 แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบและราคาพลังงานในอนาคต
* การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศ
* ผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อต้นทุนทางการเงิน
* การบริหารจัดการหนี้สินและสภาพคล่องของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจากอุปสงค์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น อาจสะท้อนถึงคำสั่งซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารระบุว่าราคาวัตถุดิบยังคงสูงและมีแนวโน้มลดลงในบางช่วง (ทำให้เกิดขาดทุนจากสัญญาซื้อวัตถุดิบ) ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนขาย
* **GPM:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 12.13% เป็น 6.51% เป็นผลจากต้นทุนที่สูงขึ้นและราคาขายที่อาจไม่สามารถปรับขึ้นตามได้ทัน
* **ส่งออก:** ค่าใช้จ่ายในการส่งออกเพิ่มขึ้นตามปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าเงิน:** ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลังโดยตรง แต่ต้นทุนวัตถุดิบคงคลังที่สูงเป็นปัจจัยหนึ่งที่กดดัน GPM
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในปี 2565
## สรุปท้าย
TYCN เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2565 โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงกว่า 57% แม้รายได้จากการขายจะเติบโตได้จากอุปสงค์ในประเทศที่ฟื้นตัว การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในปีถัดไป ขณะที่ปัจจัยบวกจากอุปสงค์ในประเทศยังคงเป็นโอกาสในการเติบโต แต่ความผันผวนของต้นทุนและอัตราดอกเบี้ยยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TYCN ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
1,648.83
ล้านบาท
↑ 56.9% YoY
กำไรขั้นต้น
28.70
ล้านบาท
↓ 258.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1.74
%
กำไรสุทธิ
6.67
ล้านบาท
↓ 108.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.40
%
D/E Ratio
0.46
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,649
↑ + 56.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
29
↓ -258.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7
↓ -108.8%
YoY
D/E Ratio
0.46
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TYCN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.46
ROE (%)
3.39
ROA (%)
1.58
Book Value/หุ้น
6.67
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TYCN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,043
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+41
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TYCN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,042.90
-186.07%
|
1,211.67
-348.77%
|
-487.06
+702.27%
|
-60.71
-124.63%
|
246.47
-56.67%
|
568.84
+160.12%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
40.52
-83.44%
|
244.65
+31.98%
|
185.37
+31.25%
|
141.23
-145.56%
|
-309.96
+51.16%
|
-205.06
+30.95%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
771.64
-152.72%
|
-1,463.57
-701.48%
|
243.33
-316.85%
|
-112.21
-63.82%
|
-310.12
-50.55%
|
-627.12
+181.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-230.74
+3,073.87%
|
-7.27
-87.54%
|
-58.35
+84.01%
|
-31.71
-91.51%
|
-373.61
+41.88%
|
-263.33
+64.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
309.81
-37.26%
|
493.77
+21.01%
|
408.04
-12.16%
|
464.53
+188.62%
|
160.95
-62.07%
|
424.29
-27.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
302.42
-2.39%
|
309.81
-37.26%
|
493.77
+21.01%
|
408.04
-12.16%
|
464.53
+188.62%
|
160.95
-62.07%
|