บริษัทไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
1.69
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3913 out_tok=2183 at=2026-07-27T13:55:28 -->
# TYCN พลิกกำไร Q2/2564 ทะยาน 248% รับดีมานด์เหล็กฟื้น-ราคาขายพุ่ง
## รายได้โต 58% ดัน GPM พุ่ง 6% สวนทางต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
บริษัท ไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TYCN รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 138 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 93 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นการเติบโตถึง 248.29% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ภาคอุตสาหกรรม ส่งผลให้ปริมาณการขายและราคาผลิตภัณฑ์เหล็กปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ TYCN พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 138 ล้านบาทในไตรมาส 2/2564 มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายถึง 59.57% ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการปรับตัวขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จาก 4.70% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 10.71% ในไตรมาสนี้ แม้ว่าต้นทุนขายและราคาวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของอุปสงค์ในภาคอุตสาหกรรม ประกอบกับการที่ปริมาณการผลิตในสาธารณรัฐประชาชนจีนลดลง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปริมาณการขายและราคาผลิตภัณฑ์เหล็กของ TYCN ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 1,026 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2563 การที่ราคาขายต่อหน่วยเพิ่มขึ้นนี้เองที่ทำให้ GPM ขยายตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณการขาย 802 ล้านบาท และมีรายการขาดทุนจากสัญญาซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้น 3 ล้านบาท เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นก็ตาม นอกจากนี้ การลดลงของส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 78 ล้านบาท ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนผลกำไรให้ดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุว่าสาเหตุหลักมาจาก "การฟื้นตัวของอุปสงค์ภาคอุตสาหกรรม" และ "ปริมาณการผลิตที่ลดลงในสาธารณรัฐประชาชนจีน" ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อเนื่องได้ หากสถานการณ์อุปสงค์และอุปทานยังคงเป็นเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม การที่ราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มสูงขึ้น และมีรายการขาดทุนจากสัญญาซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้น อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาดูผลกระทบต่อ GPM ในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกโต 248.29%:** จากขาดทุน 93 ล้านบาทใน Q2/2563 เป็นกำไร 138 ล้านบาทใน Q2/2564
* **รายได้จากการขายพุ่ง 59.57%:** รับอานิสงส์อุปสงค์ภาคอุตสาหกรรมฟื้นตัวและราคาผลิตภัณฑ์เหล็กปรับสูงขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ก้าวกระโดด:** เพิ่มขึ้นจาก 4.70% เป็น 10.71% จากราคาขายต่อหน่วยที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนขายเพิ่มตามปริมาณ:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 47.92% สอดคล้องกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่ม:** ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 20 ล้านบาท จากค่าเงินบาทอ่อนค่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท ไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TYCN สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการกลับมาเป็นกำไรสุทธิ 138 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 93 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 248.29% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายถึง 1,010 ล้านบาท หรือ 57.92% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เหล็ก 1,026 ล้านบาท หรือ 59.57% การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในภาคอุตสาหกรรมและการลดลงของการผลิตในประเทศจีน ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการขายและราคาผลิตภัณฑ์เหล็กปรับตัวสูงขึ้น
ในขณะเดียวกัน ต้นทุนขายก็ปรับเพิ่มขึ้นตามปริมาณการขาย 802 ล้านบาท หรือ 47.92% และมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 36 ล้านบาท หรือ 55.73% จากค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) สามารถขยายตัวได้ดีขึ้นอย่างมาก จาก 4.70% ในไตรมาส 2/2563 มาอยู่ที่ 10.71% ในไตรมาส 2/2564 อันเป็นผลมาจากราคาขายต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การลดลงของส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 78 ล้านบาท และการลดลงของต้นทุนทางการเงิน 5 ล้านบาท ก็เป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนผลกำไรให้ดีขึ้น
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ภาคอุตสาหกรรม:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการขายและราคาผลิตภัณฑ์เหล็ก
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้ราคาวัตถุดิบจะสูงขึ้น แต่การมีสัญญาซื้อวัตถุดิบและการบริหารจัดการที่ดี อาจช่วยลดผลกระทบได้
* **การลดลงของส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม:** บ่งชี้ถึงการปรับปรุงผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม ซึ่งเป็นผลดีต่อภาพรวมของกลุ่ม
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบและขาดทุนจากสัญญาซื้อวัตถุดิบยังคงเป็นความเสี่ยงที่อาจกดดันอัตรากำไร
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงส่งผลให้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น
* **การแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์เหล็ก:** แม้ดีมานด์จะฟื้นตัว แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก:** การฟื้นตัวของอุปสงค์อาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่ไม่คาดคิด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์เหล็กและปริมาณการขายในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและผลกระทบจากราคาที่สูงขึ้น
* ทิศทางค่าเงินบาทและผลกระทบต่อขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
* การปรับปรุงผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม และผลกระทบต่อส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุน
* การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ในภาคอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การฟื้นตัวของอุปสงค์และราคาขายที่เพิ่มขึ้น อาจสะท้อนถึงการมีคำสั่งซื้อที่ต่อเนื่อง
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการระบุว่าราคาวัตถุดิบสูงขึ้น และส่งผลให้ขาดทุนจากสัญญาซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้น
* **GPM:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 4.70% เป็น 10.71% เนื่องจากราคาขายต่อหน่วยเพิ่มขึ้น
* **ส่งออก:** มีการกล่าวถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกที่เพิ่มขึ้น จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าเงิน:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ส่งผลให้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในงบการเงินฉบับนี้
## สรุปท้าย
TYCN พลิกเกมกลับมาทำกำไรได้อย่างโดดเด่นในไตรมาส 2/2564 ด้วยแรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ภาคอุตสาหกรรมที่ทำให้ราคาและปริมาณขายผลิตภัณฑ์เหล็กปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นก้าวกระโดด แม้จะเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความต่อเนื่องของผลประกอบการในระยะถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TYCN ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,648.83
ล้านบาท
↑ 56.9% YoY
กำไรขั้นต้น
28.70
ล้านบาท
↓ 258.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1.74
%
กำไรสุทธิ
6.67
ล้านบาท
↓ 108.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.40
%
D/E Ratio
0.46
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,649
↑ + 56.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
29
↓ -258.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7
↓ -108.8%
YoY
D/E Ratio
0.46
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TYCN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.46
ROE (%)
3.39
ROA (%)
1.58
Book Value/หุ้น
6.67
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TYCN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,043
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+41
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TYCN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,042.90
-186.07%
|
1,211.67
-348.77%
|
-487.06
+702.27%
|
-60.71
-124.63%
|
246.47
-56.67%
|
568.84
+160.12%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
40.52
-83.44%
|
244.65
+31.98%
|
185.37
+31.25%
|
141.23
-145.56%
|
-309.96
+51.16%
|
-205.06
+30.95%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
771.64
-152.72%
|
-1,463.57
-701.48%
|
243.33
-316.85%
|
-112.21
-63.82%
|
-310.12
-50.55%
|
-627.12
+181.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-230.74
+3,073.87%
|
-7.27
-87.54%
|
-58.35
+84.01%
|
-31.71
-91.51%
|
-373.61
+41.88%
|
-263.33
+64.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
309.81
-37.26%
|
493.77
+21.01%
|
408.04
-12.16%
|
464.53
+188.62%
|
160.95
-62.07%
|
424.29
-27.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
302.42
-2.39%
|
309.81
-37.26%
|
493.77
+21.01%
|
408.04
-12.16%
|
464.53
+188.62%
|
160.95
-62.07%
|