TYCN
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TYCN
บริษัทไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
1.68
+0.03 (+1.82%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4333 out_tok=2557 at=2026-07-26T10:52:09 --> # TYCN พลิกขาดทุนยับปี 63 สู่กำไร 377 ล้านบาทปี 64 รับแรงหนุนราคาเหล็กพุ่ง ## รายได้โต 50% รับอานิสงส์อุปสงค์ฟื้น-ราคาเหล็กพุ่ง ขณะต้นทุนวัตถุดิบพุ่งตาม บริษัท ไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TYCN พลิกผลประกอบการจากที่ขาดทุนสุทธิ 321 ล้านบาทในปี 2563 กลับมามีกำไรสุทธิ 377 ล้านบาทในปี 2564 คิดเป็นการเติบโตถึง 217.37% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในอุตสาหกรรมที่ส่งผลให้ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์เหล็กเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นตามราคาก็เป็นปัจจัยกดดันที่ต้องจับตา ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ TYCN พลิกจากขาดทุนในปี 2563 มามีกำไรสุทธิ 377 ล้านบาทในปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายที่เติบโตถึง 51.32%** ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการขายผลิตภัณฑ์เหล็กที่เพิ่มขึ้นตามอุปสงค์ในอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัว ประกอบกับราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในช่วงเวลาดังกล่าว แม้ว่าต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบ แต่การเพิ่มขึ้นของราคาขายต่อหน่วยก็ส่งผลให้กำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 3.80% ในปี 2563 เป็น 12.13% ในปี 2564 ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การฟื้นตัวของอุปสงค์ในอุตสาหกรรมเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์เหล็กของ TYCN เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ มาตรการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศจีนส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลระหว่างอุปทานและอุปสงค์ในตลาดเหล็กทั่วโลก ทำให้ราคาเหล็กปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก การที่ TYCN สามารถปรับราคาขายต่อหน่วยให้สอดคล้องกับราคาตลาดที่สูงขึ้นได้ ส่งผลให้รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อเทียบกับต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นตามราคาเหล็ก การเพิ่มขึ้นของราคาขายก็มีสัดส่วนที่มากกว่า ทำให้กำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยอื่นที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการเช่นกัน ได้แก่ การขาดทุนจากการด้อยค่าของอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น 228 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น 93 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท ทีวายสตีล จำกัด ส่งผลให้บริษัทรับรู้กำไรจากการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน 53 ล้านบาท และส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 170 ล้านบาท ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการฟื้นตัวของอุปสงค์และราคาเหล็กจะเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญในปี 2564 แต่ปัจจัยเหล่านี้มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบและราคาขายผลิตภัณฑ์เหล็กที่ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดโลกและมาตรการต่างๆ เช่น มาตรการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในจีน ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต นอกจากนี้ การขาดทุนจากการด้อยค่าของอุปกรณ์เป็นรายการพิเศษที่อาจไม่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **พลิกกำไรสุทธิ 377 ล้านบาท:** TYCN กลับมามีกำไรสุทธิ 377 ล้านบาทในปี 2564 จากที่ขาดทุน 321 ล้านบาทในปี 2563 คิดเป็นการเติบโต 217.37% * **รายได้จากการขายพุ่ง 51.32%:** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 3,073 ล้านบาท เป็นผลจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นตามอุปสงค์อุตสาหกรรม และราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้น * **กำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด:** GPM ขยายตัวจาก 3.80% ในปี 2563 เป็น 12.13% ในปี 2564 จากราคาขายต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้น * **ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งตามราคาเหล็ก:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 2,201 ล้านบาท จากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **ขาดทุนจากการด้อยค่าอุปกรณ์:** รับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ถาวร 228 ล้านบาทในปี 2564 * **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น:** ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 93 ล้านบาท จากค่าเงินบาทอ่อนค่า ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2564 บริษัท ไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขาย 9,057 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,073 ล้านบาท หรือ 51.32% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีกำไรขั้นต้น 1,097 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 12.13% เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 3.80% ในปี 2563 อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 2,543 ล้านบาท โดยมีต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 2,201 ล้านบาท จากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น และมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 123 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีรายการขาดทุนจากการด้อยค่าของอุปกรณ์ 228 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 93 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทในปี 2564 อยู่ที่ 377 ล้านบาท พลิกกลับมามีกำไรจากที่ขาดทุนสุทธิ 321 ล้านบาทในปี 2563 ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในอุตสาหกรรม:** การที่อุปสงค์ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เหล็กฟื้นตัวขึ้น เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของปริมาณการขาย * **ราคาเหล็กที่อยู่ในระดับสูง:** แม้จะมีความผันผวน แต่ราคาเหล็กที่อยู่ในระดับสูงยังคงเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้และกำไรขั้นต้น หากบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ * **การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเงินลงทุน:** การปรับโครงสร้างเงินลงทุนในบริษัท ทีวายสตีล จำกัด ส่งผลให้บริษัทรับรู้กำไรจากการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน และลดการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุน ซึ่งเป็นผลดีต่อผลประกอบการ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิต และอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังราคาขายได้ทั้งหมด * **ความผันผวนของราคาเหล็ก:** ราคาเหล็กมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยหลายประการ เช่น นโยบายของจีน การเปลี่ยนแปลงอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไร * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงส่งผลให้เกิดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อผลประกอบการ * **การด้อยค่าของสินทรัพย์:** การรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าของอุปกรณ์สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีหรือการใช้งานสินทรัพย์ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณถึงความท้าทายในการบริหารจัดการสินทรัพย์ในระยะยาว ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและราคาเหล็ก:** ติดตามทิศทางราคาเหล็กและวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยหลักต่อรายได้และต้นทุน * **ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์เหล็ก:** ประเมินแนวโน้มปริมาณการขายที่สอดคล้องกับการฟื้นตัวของอุปสงค์ในอุตสาหกรรม * **การบริหารจัดการต้นทุน:** จับตาความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน * **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ติดตามความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทและผลกระทบต่อผลประกอบการ * **การเปลี่ยนแปลงนโยบายของจีน:** สังเกตการณ์นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเหล็กและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจีน ซึ่งมีผลต่อตลาดเหล็กโลก ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) โดยตรง แต่กล่าวถึงการลดปริมาณการผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กเนื่องจากมาตรการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในจีน ซึ่งส่งผลต่ออุปทานและราคา * **Order Book:** ไม่มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณคำสั่งซื้อ (Order Book) ในเอกสาร * **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจาก 3.80% เป็น 12.13% เนื่องจากราคาขายต่อหน่วยเพิ่มขึ้นมากกว่าต้นทุนวัตถุดิบ * **การส่งออก:** มีการกล่าวถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการส่งออกที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น * **ค่าเงิน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงส่งผลให้เกิดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น * **สินค้าคงคลัง:** ไม่มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับระดับสินค้าคงคลัง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท TYCN ในงวดปี 2564 ## สรุปท้าย TYCN พลิกเกมกลับมามีกำไรสุทธิ 377 ล้านบาทในปี 2564 จากการเติบโตของรายได้จากการขายที่ 51.32% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในอุตสาหกรรมและราคาเหล็กที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น การขาดทุนจากการด้อยค่าอุปกรณ์ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะแนวโน้มราคาเหล็กและวัตถุดิบในอนาคต ซึ่งจะส่งผลต่อความต่อเนื่องของผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TYCN ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,648.83 ล้านบาท
↑ 56.9% YoY
กำไรขั้นต้น
28.70 ล้านบาท
↓ 258.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1.74 %
กำไรสุทธิ
6.67 ล้านบาท
↓ 108.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.40 %
D/E Ratio
0.46
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,649
↑ + 56.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
29
↓ -258.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7
↓ -108.8% YoY
D/E Ratio
0.46

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TYCN

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
1,648.83
+56.91%
1,050.83
-0.02%
1,051.05
-45.68%
1,935.08
+9.25%
1,771.28
+43.43%
1,234.98
-50.73%
กำไรขั้นต้น —
28.70
+258.31%
-18.13
-251.06%
12.00
-88.94%
108.49
-2.43%
111.19
+86.21%
59.71
+160.10%
ค่าใช้จ่ายรวม —
72.18
-24.95%
96.17
+0.51%
95.68
+3.63%
92.33
-5.88%
98.09
+65.04%
59.44
-35.02%
กำไรสุทธิ —
6.67
+108.77%
-76.07
-397.31%
-15.30
-349.62%
6.13
+103.87%
-158.53
-61.56%
-98.13
+86.98%
กำไรต่อหุ้น —
0.01
+108.66%
-0.13
-388.46%
-0.03
-360.00%
0.01
+103.76%
-0.27
-62.20%
-0.16
+87.02%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
1.74
+201.16%
-1.72
-250.88%
1.14
-79.68%
5.61
-10.67%
6.28
+29.75%
4.84
+222.22%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
4.38
-52.13%
9.15
+0.55%
9.10
+90.78%
4.77
-13.90%
5.54
+15.18%
4.81
+31.78%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
0.40
+105.52%
-7.24
-395.89%
-1.46
-556.25%
0.32
+103.58%
-8.95
-12.58%
-7.95
+73.56%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
13.62
+183.00%
-16.41
+60.79%
-41.85
-163.79%
65.61
-61.70%
171.32
+587.20%
24.93
-34.86%
ROE(%) —
3.39
+149.85%
-6.80
-321.50%
3.07
-17.03%
3.70
-59.12%
9.05
+216.47%
-7.77
-51.46%
ROA(%) —
1.58
+142.25%
-3.74
-234.53%
2.78
-32.85%
4.14
-34.18%
6.29
+253.79%
-4.09
-10.54%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.46
+12.20%
0.41
+78.26%
0.23
-39.47%
0.38
-35.59%
0.59
0.59
+22.92%
P/E —
19.70
-17.33%
23.83
+140.22%
9.92
-58.37%
23.83
+388.32%
4.88
0.00
P/BV —
0.25
-7.41%
0.27
-22.86%
0.35
-7.89%
0.38
-19.15%
0.47
+34.29%
0.35
+34.62%
BV —
6.70
-4.29%
7.00
-7.04%
7.53
+3.29%
7.29
-3.57%
7.56
+10.69%
6.83
-19.27%
YIELD(%) —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ราคาหุ้น —
1.67
-12.11%
1.90
-27.48%
2.62
-6.43%
2.80
-21.79%
3.58
+50.42%
2.38
+7.21%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.46
ROE (%)
3.39
ROA (%)
1.58
Book Value/หุ้น
6.67

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TYCN

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
2,795.11
+13.38%
2,465.19
+10.95%
2,221.91
-21.15%
2,817.78
-24.00%
3,707.37
+27.86%
2,899.54
+5.47%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
3,622.91
+4.93%
3,452.69
-2.86%
3,554.21
+3.41%
3,436.87
+1.25%
3,394.58
-1.03%
3,430.04
-8.90%
รวมสินทรัพย์ —
6,418.01
+8.45%
5,917.88
+2.45%
5,776.12
-7.65%
6,254.64
-11.93%
7,101.94
+12.20%
6,329.59
-2.84%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
1,914.41
+17.28%
1,632.32
+56.80%
1,041.04
-38.13%
1,682.56
-35.03%
2,589.63
+11.99%
2,312.41
+7.87%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
103.47
+22.38%
84.54
+47.81%
57.20
+8.53%
52.70
+20.25%
43.83
+8.44%
40.42
-48.73%
รวมหนี้สิน —
2,017.87
+17.53%
1,716.86
+56.33%
1,098.24
-36.71%
1,735.27
-34.11%
2,633.46
+11.93%
2,352.83
+5.86%
รวมส่วนของเจ้าของ —
4,400.14
+4.74%
4,201.01
-10.19%
4,677.88
+3.51%
4,519.38
+1.14%
4,468.48
+12.36%
3,976.76
-7.34%
D/E —
0.46
0.41
0.23
0.38
0.59
0.59
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
3.39
-6.80
3.07
3.70
9.05
-7.77
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
1.58
-3.74
2.78
4.14
6.29
-4.09
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.46
1.51
2.13
1.67
1.43
1.25
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.38
0.36
0.67
0.43
0.34
0.25
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
22.45
20.62
0.00
0.00
16.82
30.10
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
125.98
141.12
0.00
0.00
110.67
121.70
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
20.15
18.39
0.00
0.00
15.47
26.34
วงจรเงินสด —
128.29
143.35
0.00
0.00
112.03
125.46
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,043
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+41
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TYCN

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-1,042.90
-186.07%
1,211.67
-348.77%
-487.06
+702.27%
-60.71
-124.63%
246.47
-56.67%
568.84
+160.12%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
40.52
-83.44%
244.65
+31.98%
185.37
+31.25%
141.23
-145.56%
-309.96
+51.16%
-205.06
+30.95%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
771.64
-152.72%
-1,463.57
-701.48%
243.33
-316.85%
-112.21
-63.82%
-310.12
-50.55%
-627.12
+181.81%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-230.74
+3,073.87%
-7.27
-87.54%
-58.35
+84.01%
-31.71
-91.51%
-373.61
+41.88%
-263.33
+64.13%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
309.81
-37.26%
493.77
+21.01%
408.04
-12.16%
464.53
+188.62%
160.95
-62.07%
424.29
-27.44%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
302.42
-2.39%
309.81
-37.26%
493.77
+21.01%
408.04
-12.16%
464.53
+188.62%
160.95
-62.07%